จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล  ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)  เครือข่ายประชาชน  เครือข่ายสลัม 4 ภาค  มูลนิธิเข้าถึงเอดส์  มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)  ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ ประมาณ 30 ชุมชน  

 

แพทย์ชนบทบุกกรุง กว่า 30 คน "ตรวจโควิด" เชิงรุกชุมชน"ผู้มีรายได้น้อย"

 

 

ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยจำนวน 12 คน  และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.   มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคจากชุมชนต่างๆ  เจ้าหน้าที่ พอช.  และชาวชุมชนใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางมาตรวจตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. ประมาณ 800 คนตรวจหาเชื้อในวันนี้  ถือเป็นการตรวจเชิงรุก  และอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวชุมชนที่ยังไม่ได้รับการตรวจ

แพทย์ชนบทบุกกรุง กว่า 30 คน "ตรวจโควิด" เชิงรุกชุมชน"ผู้มีรายได้น้อย"

 และนอกจากการตรวจที่ พอช.แล้ว  ในวันนี้ทีมแพทย์ชนบทยังเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ อีกประมาณ 10 ชุมชนด้วย โดยทีมแพทย์ชนบทจะตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท (Antigen Test Kit) เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก  รู้ผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที  หากพบว่าผู้ตรวจรายใดติดเชื้อ  ทีมแพทย์จะทำการตรวจซ้ำเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน  หากพบว่าติดเชื้อจริง  ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน  หรือสถานที่พักคอยในชุมชน (Home isolation และ Community Isolation)

 

แพทย์ชนบทบุกกรุง กว่า 30 คน "ตรวจโควิด" เชิงรุกชุมชน"ผู้มีรายได้น้อย"

 

ทั้งนี้ชมรมแพทย์ชนบทที่เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกให้ชาวชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ประกอบด้วยทีมแพทย์จากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น,  รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ  อำเภอนาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย  ฯลฯ  รวมทั้งหมดประมาณ 100 คน  ตั้งเป้าจะตรวจโควิดเชิงรุกได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คนภายในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้

แพทย์ชนบทบุกกรุง กว่า 30 คน "ตรวจโควิด" เชิงรุกชุมชน"ผู้มีรายได้น้อย"

 

 


 

นอกจากนี้ เครือข่ายภาคประชาชน มีข้อเสนอ ให้รัฐบาลเร่งจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชนทุกคนได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน  และระบบการดูแลผู้ที่ติดเชื้อที่บ้านและในชุมชนยังมีอุปสรรคจากกฎระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น  ทำให้การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนล่าช้า ไม่ทันสถานการณ์  จึงขอให้รัฐจัดระบบสวัสดิการให้แก่ประชาชนในรูปแบบของรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า  หรือช่วยเหลือเป็นครั้งๆ