นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง หลังจากบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ส่งมอบวัคซีนโควิดผลิตในไทย  ให้กับรัฐบาลใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 1.8 ล้านโดสได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้วัคซีนโควิดของ แอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการอนุมัติให้เริ่มจัดส่งภายในสัปดาห์นี้ โดยได้ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศ รวมถึงผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซนเนก้าในต่างประเทศ นับเป็นการยืนยันคุณภาพของวัคซีนโควิดที่ผลิตในประเทศไทยว่ามีมาตรฐานในระดับสากล

โดยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่รัฐบาลเริ่มคิกออฟ ปูพรมฉีดวัคซีนโควิดพร้อมกันทั่วประเทศโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนรอบนี้นั้น ส่วนใหญ่ได้ฉีดวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งก็จะพบข่าวออกมาว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า เกิดอาการแพ้วัคซีน จนกระทั่งมีการนำเสนอข่าวกรณี หญิงอายุ 46 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา หลังจากที่เข้ารับการ "ฉีดวัคซีนโควิด" ของ "แอสตร้าเซนเนก้า" เข็มแรก ก่อนจะมีอาการไข้ขึ้น ปวดศีรษะ หนาว เกร็ง หมดสติก่อนเสียชีวิตในวันต่อมานั้นทำให้ประชาชนมีความกังวลใจกับการรับวัคซีนดังกล่าว  ซึ่งผลการชันสูตรศพปรากฏว่า ผู้ป่วยมีภาวะบวมน้ำที่ปอดทั้ง 2 ข้างอย่างรุนแรง พบเลือดออกในถุงหุ้มหัวใจปริมาณ 180 cc  หัวใจห้องบนขวามีการฉีกขาด เป็นการฉีกขาดที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

และจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี่เอง  ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หรือ หมอยง หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้ ถึงผลข้างเคียง ระหว่าง วัคซีนซิโนแวค และ วัคซีนแอสตราเซนเนก้า ว่ามีผลข้างเคียงแตกต่างกันอย่างไร โดยได้ทำการเปรียบเทียบการศึกษาของศูนย์ฯ เพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจน อาการที่เกิดขึ้นจากวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้าและอาการที่เกิดขึ้นกับวัคซีน ซิโนแวค 

ในช่วงต้นการฉีดวัคซีน วัคซีนที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น ซิโนแวค และในผู้สูงอายุจะใช้ แอสตราเซนเนก้า ปัญหาอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะไม่ค่อยพบมาก ขณะนี้การใช้วัคซีนจะเป็น AstraZeneca เป็นหลักและจะต้องมีการใช้ต่อไปอีกเป็นจำนวนมาก Sinovac จะเป็นตัวเสริม จากการศึกษาของศูนย์ฯที่ได้ฉีดวัคซีนทั้ง 2 ชนิดในทุกอายุตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป อยากจะบอกว่าวัคซีน Sinovac มีอาการข้างเคียงน้อยกว่า แอสตราเซนเนก้า โดยเฉพาะในเรื่องไข้ ปวดบริเวณที่ฉีด เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ ขนาดการศึกษานี้ผู้ป่วยฉีดวัคซีน แอสตราเซนเนก้า เราแจกพาราเซตามอลกลับบ้านด้วยซ้ำรูปข้างล่างแสดงให้เห็นเปรียบเทียบการศึกษาของศูนย์ฯ เห็นความแตกต่างได้ชัดเจน อาการที่เกิดขึ้นจากวัคซีน แอสตราเซนเนก้า จะพบว่าอายุน้อยมากกว่าผู้สูงอายุและผู้หญิงจะมีอาการมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเมื่อดูอาการข้างเคียงเปรียบเทียบกับวัคซีนที่ฉีดในต่างประเทศโดยเฉพาะวัคซีนในกลุ่ม mRNA แล้วไม่ต่างกันเลย ส่วนวัคซีน ซิโนแวค อาการข้างเคียงดังกล่าวน้อยกว่ามาก ดังแสดงในรูป

ดังนั้นผู้ที่ฉีดวัคซีน แอสตราเซนเนก้าถ้ามีไข้หรือปวดศีรษะ ท้องเสียอาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว คล้ายไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นอาการที่พบได้ หลังการฉีดวัคซีน ดังนั้นหลังฉีดเมื่อกลับไปถึงบ้านถ้ามีอาการดังกล่าว รับประทานยาพาราเซตามอลได้เลย ไม่ต้องรอให้ไข้ขึ้นสูงหรือปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวและสามารถทานซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง อาการดังกล่าวจะอยู่ประมาณ 1-2 วัน ก็จะหายเป็นปกติ นอกจากว่ามีอาการมาก เช่นไข้สูงติดต่อกันหลายวัน หรือสูงมาก ปวดศีรษะอย่างรุนแรง และรับประทานยาแล้วไม่หาย ก็ควรจะปรึกษาแพทย์

 

"หมอยง" เคลียร์ปมคาใจ เปรียบเทียบชัด อาการข้างเคียง "แอสตร้าเซนเนก้า - ซิโนแวค"

 

"หมอยง" เคลียร์ปมคาใจ เปรียบเทียบชัด อาการข้างเคียง "แอสตร้าเซนเนก้า - ซิโนแวค"

ขอบคุณ : ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ