ปัจจุบัน มีประชาชนให้ความสนใจ และร่วมใจกันเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้แก่ประชาชนภายหลังจากที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว ล่าสุด รัฐบาลได้เพิ่มสิทธิประโยชน์การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) เพื่อตรวจและรักษาภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่มีอาการหลอดเลือดอุดตัน ภายหลังได้รับวัคซีน (ภาวะ VITT) ซึ่งครอบคลุมการเบิกจ่าย 4 รายการ ได้แก่

1. การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง CBC 2. การตรวจวินิจฉัย Heparin-PF4 antibody (lgG) ELISA assay 3. การตรวจวินิจฉัย Heparin induced Platelet activation test (HIPA) และ 4. ยา Human normal immunoglobulin, intravenous (IVIG) ซึ่งให้เบิกจ่ายตามระบบ VMI
 

แม้ว่าภาวะ VITT จะมีอัตราการเกิดที่ต่ำมาก (1 : 125,000 – 1 : 1,000,000 ของผู้ได้รับวัคซีน) แต่ สปสช. จำเป็นต้องขยายสิทธิ เพื่อดูแลประชาชนที่มีอาการข้างเคียงให้ได้รับการดูแลทั้งกระบวนการ ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนไปแล้ว ในช่วง 4 - 30 วัน หากมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดศีรษะรุนแรง แขนขาชาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หายใจลำบากหรือติดขัด เจ็บแน่นหน้าอก เป็นต้น ต้องรีบเข้ารับการตรวจเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง โดย สปสช. จะสนับสนุนค่าตรวจรวมทั้งค่ารักษาให้