สถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิดหลังจากคิกออฟไปแล้วเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา พบผู้รับวัคซีนสะสม 5,107,069 เข็มที่ 1 จำนวน 428,459 เข็มที่ 2 จำนวน 43,669 โดยรัฐบาลเองได้มีเป้าหมายให้ทุกคนได้รับการ 'ฉีดวัคซีนโควิด 19' ด้วยความสมัครใจโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งต้องฉีดให้ครอบคลุมประชากรที่อยู่ในประเทศไทยอย่างน้อยร้อยละ 70 เพื่อสร้าง 'ภูมิคุ้มกัน' 

อ่านข่าว : "หมอธีระวัฒน์" เตือนหนุ่มสาว 7 ข้อ อย่าทะนงตัวว่า แม้ฉีดถึง 3 เข็ม หากเจอไวรัสกลายพันธุ์ก็เข้าโรงพยาบาลได้ 

ทั้งนี้แนวทางในการกระจาย 'วัคซีน' คือ 1.ทุกจังหวัดจะได้รับการจัดสรร'วัคซีน' ทั้ง 'แอสตร้าเซนเนก้า' และ 'ซิโนแวค'เฉลี่ยตามจำนวนประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงในพื้นที่ 2.จังหวัดที่มีการระบาดจะจัด'วัคซีน' เสริมเพื่อควบคุมโรค โดยมีการปรับแผนตามสถานการณ์โรคที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว เช่น มีการระบาดในบางพื้นที่หรือบางกลุ่มเพิ่มขึ้น 3.จังหวัดกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น พื้นที่ท่องเที่ยว กลุ่มแรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ หรือชายแดนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน ผู้ประกันตน รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่าน 'หมอพร้อม' จะได้ฉีดแน่นอน

ขณะเดียวกันพบว่าหลายโรงพยาบาลในต่างจังหวัดมีการเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อนเนื่องจากวัคซีนที่จัดสรรมานั้นมีไม่เพียงพอ โดยแต่ละโรงพยาบาลจะมีแจ้งให้ทราบอยู่เป็นระยะเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมในการฉีดวัคซีน ล่าสุดพบว่าเกิดการตั้งคำถามกันเป็นอย่างมากโรงพยาบาลสังขละบุรี อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่ได้รับวัคซีนเพียง 10 โดส หรือ 1 ขวดเท่านั้น ก็เท่ากับว่าฉีดได้เพียงแค่ 10 คน  ล่าสุด นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ออกมาชี้แจงว่า "เหตุผลที่วันแรกๆสังขละบุรีได้วัคซีนเพียง 1 ขวด เพราะลงทะเบียน 10 คน ในหมอพร้อม เขาเลยนัดให้เพียง 10 คน ซึ่งคนที่ลงทะเบียนอายุ 60 ปีขึ้นไปและกลุ่ม 7 โรค ของสังขละบุรี ลงทะเบียนฉีดทั้งหมด 2-3 พันคนโดยยอดที่เพิ่มขึ้น อสม.เดินเคาะประตูบ้าน แต่การฉีดในวันแรกๆ หมอพร้อมเขานัดฉีดสำหรับผู้ลงทะเบียนก่อน ซึ่งสังขละบุรีที่เขานัดฉีดช่วงวันที่ 7-11 มิถุนายน มี 12 คนก็เท่ากับวัคซีน 1 ขวด"


 

"ผู้ว่าฯกาญจน์" ตอบแล้ว ทำไม "อ.สังขละบุรี" ได้รับวัคซีนมาฉีดแค่ 1 ขวด

ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรีได้ทยอยจัดสรรวัคซีนโควิดไปที่โรงพยาบาลทุกแห่ง โดยที่โรงพยาบาลสังขละบุรี ได้รับจัดสรร 7 ครั้ง รวมจำนวน 579 โดส มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขที่มีความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. ตำรวจ ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน อาสาสมัครรักษาดินแดน ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค รวมจำนวน 382 คน โดยยังไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด