กรณีที่เพจเฟซบุ๊ก Kidtueng Bakery Surin ที่ จ.สุรินทร์ ผุดไอเดียทำเค้กวัตถุมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล หน้าเค้กเป็นรูปพระเครื่อง ประดิษฐ์จากน้ำตาลฟองดองท์ เก็บรักษาได้หลายปี นอกจากนี้ยังมีชุดวัตถุมงคลสำหรับสะสม ประดิษฐ์จากน้ำตาลฟองดองท์อีกด้วย ทำให้ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางส่วนบอกว่าไม่เหมาะสม แต่บางส่วนมองว่าไอเดียดี เพื่อดึงดูดลูกค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด


นอกจากนี้ ชาวเน็ตบางส่วนที่ตั้งคำถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาว่าการทำเค้กวัตถุมงคล ซึ่งหน้าเค้กเป็นรูปพระเครื่อง ทางสำนักพุทธจะดำเนินการไปตรวจสอบหรือไม่ เหมือนกับกรณีขนมอาลัวรูปพระเครื่องหลายรูปแบบ ที่ทำออกมาวางขายในโลกออนไลน์ จนเกิดกระแสดราม่ามาแล้ว

 

 

 

 

 

 

ล่าสุดวันนี้ (3 พ.ค.2564) ทีมข่าวได้ไปร้านคิดถึงเบเกอรี่ สาขาสุรินทร์  เลขที่ 28 ถ.สนิทนิคมรัฐ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ทีมข่าวพบกับ น.ส.พัชรพร คูกิจติเกษม เจ้าของร้านคิดถึงเบเกอรี่ สาขาสุรินทร์ กำลังพูดคุยกับสำนักพุทธศาสนา และได้นำทีมข่าวเข้าไปดูเค้กรูปแบบตุ๊กตานอนกอดกันมีสายสิญจน์พันรอบตัวอยู่บนเค้ก แต่ไม่พบเค้กวัตถุมงคล โดยน.ส.พัชรพร คูกิจติเกษม ได้บอกว่าเค้กดังกล่าวทำตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง และได้เริ่มทำเมื่อตั้งแต่เดือนมีนาคม และในวันนี้สำนักพุทธได้เข้ามาแนะนำพร้อมกับตรวจสอบอีกด้วย

 

 

 

นางสาวพัชรพร คูกิจติเกษม เจ้าของร้านคิดถึงเบเกอรี่ สาขาสุรินทร์ กล่าวว่า ได้เปิดกิจการขายเบเกอรี่และเครืิ่องดื่มมาได้ประมาณ 11 ปีแล้ว ปกติแล้วชื่นชอบการทำบุญ และสนใจเรื่องไสยศาสตร์-เวทมนตร์อยู่แล้ว จึงเกิดแนวคิดที่จะผลิตเค้กโดยการตกแต่งเป็นรูปยันต์หรือหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมา เพราะมีความเชี่ยวชาญในการปั้นฟองดอง หรือปั้นน้ำตาลไอซิ่งให้เป็นรูปต่างๆ เป็นทุนเดิม  พอมีกระแสดังกล่าวเข้า ตนนั้นก็ไม่ได้ลบหลู่ศาสนาแต่อย่างใด และในปัจจุบันเยาวชนก็ห่างหายจากวัดไปมาก คิดว่าการทำเค้กรูปวัตถุมงคลขึ้นมา เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับพุทธศาสนามากขึ้น และมีเจตนามอบความเป็นสิริมงคลให้กับผู้ที่ได้รับ

 

 

 

 

 

 

นางสาวพัชรพร คูกิจติเกษม เจ้าของร้านคิดถึงเบเกอรี่ สาขาสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ตนก็พัฒนาตามยุคตามกะแส เพื่อให้ร้านอยู่รอดให้ได้ในช่วงโควิด-19 เพราะทางร้านมี พนักงาน 6 คนก็ต้องดูแลกันไป ทางร้านมีรายจ่ายหลายอย่างทั้งค่าพนักงาน ค่าแอร์ ค่าวัตถุดิบสินค้า ถ้าเค้กเสียหรือไม่มีคนเข้าร้านทางร้านก็จะแย่ อยากให้ช่วยส่งเสริมมากกว่าจะมาทะเลาะขัดแย้งกัน


และตนจะนำเอาคำติชมมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจไม่อยากให้เกิดกระแสดราม่า  ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา จ.สุรินทร์ ก็ได้เข้ามาตรวจสอบพร้อมกับแนะนำตักเตือนเรื่องดังกล่าวแล้ว ส่วนชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางส่วนบอกว่าไม่เหมาะสม แต่บางส่วนมองว่าไอเดียดี ตนก็จะนำไปปรับปรุงและแก้ไขต่อไป

 

จากนั้นทีมข่าวได้ขอสัมภาษณ์สำนักพุทธศาสนา จ.สุรินทร์ได้ให้คำตอบว่าสั้นว่า ได้แนะนำและตักเตือนทางเจ้าของร้านเบเกอรี่ในเรื่องดังกล่าวไปแล้ว ให้นำรูปปั้นที่คล้ายวัตถุมงคล แยกออกจากตัวเค้ก หรือเก็บไว้ในที่เหมาะสม ให้มอบเป็นของที่ระลึก หรือความเป็นสิริมงคล

 

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค. จังหวัดสุรินทร์