พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ  ชี้เเจงกระเเสข่าวทหารเรือติดเชื้อโควิด- 19 จากการท่องเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ และเดินทางไปทอดผ้าป่าที่นครพนม โดยไม่มีการป้องกัน รวมทั้งต้นสังกัดไม่ได้กำกับดูแล ว่า ทีมสอบสวนโรคของกรมแพทย์ทหารเรือ เมื่อวันที่ 10 เมษายน สรุปได้ว่า นายทหารยศนาวาเอก ของกรมอุทกศาสตร์ ไปสถานที่ท่องเที่ยวเป็นร้านเดอะ คลาสเซ็ตต์ มิวสิค บาร์ ย่านเอกมัย ร่วมกับเพื่อนภายนอกกองทัพ ในคืนวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม ระหว่างเวลา 21.26 – 24.00 น. จึงได้เดินทางกลับไปโรงแรมบุญสิริ เพลส ณนนบูรณศาสตร์ เขตพระนคร 

จากนั้น 27 มีนาคม – 7 เมษายน ใช้ชีวิตตามปกติ จนกระทั่ง 8 เมษายน ทราบจากเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันว่า ติดโควิด จึงได้ไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลสมเด็จปิ่นเกล้า ในเช้าของวันที่ 9 เมษายน และทราบผลตรวจว่าติดเชื้อโควิดในเวลา 21.00 น. เช้าวันต่อมา (10 เม.ย.64) ได้เข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า

ส่วนทหารยศนาวาตรี ของกรมอุทกศาสตร์ ไปผับแห่งหนึ่งย่านรัชดา ชื่อ ดูไบ เมื่อคืนวันที่ 2 เมษายน ตั้งแต่เวลา 21.00 – 01.00 น. พอวันที่ 5 เมษายน เดินทางไปทำงานปกติ

จนกระทั่งเวลา 10.00 น. ได้รับการแจ้งจากเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันว่าติดเชื้อโควิด จึงขออนุญาตผู้บังคับบัญชา กลับมากักตัวเฝ้าดูอาการภายในคอนโดมิเนียมย่านบางนา / 7 เมษายน เริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไปพบแพทย์ 8 เม.ย.64 เวลา 22.30 น. ด้วยรถส่วนตัวที่โรงพยาบาลปิยะเวท และตรวจหาเชื้อโควิด / ต่อมา 9 เมษายน ทราบผลว่าติดเชื้อโควิด โรงพยาบาลปิยะเวท ส่งรถมารับ และส่งต่อมายังโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
    
ทั้งนี้ ทหารทั้ง 2 นาย ได้รายงานไทม์ไลน์ให้กรมอุทกศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดทราบแล้ว จากนั้นกรมฯ ได้รายงานให้กับ ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินโควิด – 19 กองทัพเรือ ทราบ

รวมทั้งได้ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งกำลังพลของกรมฯ ที่มีโอกาสความเสี่ยงที่ไปสัมผัสตัว/อยู่ใกล้ชิด/อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับผู้ป่วย ให้รับทราบและกักตัวอยู่ที่บ้าน รอการสอบสวนโรคจากกรมแพทย์ทหารเรือต่อไป 

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า 2 นายทหาร ที่ไปเที่ยว  ไม่ได้ไปผับหรูในย่านทองหล่อตามที่เป็นข่าว และเมื่อทราบว่าตัวเองติดโควิด ก็ได้รีบเข้ารักษาตัวทันที ไม่ได้เดินทางไปไหนต่อ ขณะที่กรมแพทย์ทหารเรือ ได้จัดทีมเข้าสอบสวนโรคต่อกำลังพลของกรมอุทกศาสตร์ เพื่อทำการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงสูง

ซึ่งผลการสอบสวนและคัดกรอง พบผู้มีความเสี่ยงสูง 30 นาย และให้ไปกักตัวเฝ้าดูอาการ ที่อาคารรับรองสัตหีบ 27 นาย ตั้งแต่ 12 – 23 เมษายน ส่วนอีก3 นาย ขออนุญาตกักตัวอยู่ที่ภูมิลำเนาต่างจังหวัด คือ นครพนม อุตรดิตถ์  และ สุราษฎร์ธานี เนื่องจากทั้ง 3 นาย ได้ขอทางหน่วยกลับบ้านต่างจังหวัด แต่มาทราบภายหลังว่า นาวาเอกติดโควิด ซึ่งขณะนั้นพวกเขาถึงภูมิลำเนาแล้ว จึงขอกักตัวที่ภูมิลำเนา ตั้งแต่ 10 – 23 เมษายน

ส่วนกรณีมีทหารยศนาวาเอก สังกัด กรมอุทกศาสตร์ ชั้นยศนาวาเอก เดินทางไปร่วมงานทอดผ้าป่าที่จังหวัดนครพนม และทราบภายหลังว่าติดเชื้อโควิดนั้น ได้เดินทางด้วยเครื่องบินลงที่ จังหวัดสกลนคร แล้วต่อรถส่วนตัวมาที่จังหวัดนครพนม จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบว่าได้เดินทางเข้าพื้นที่เเล้ว เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนของจังหวัด โดยมี อสม. เข้ามาสอบถามประวัติ ถ่ายรูป วัดอุณหภูมิ ตามขั้นตอน จนวันที่ 11 เมษายน ไปร่วมงานถวายผ้าป่า ที่วัดศรีจำปาบ้านช่ง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยนั่งอยู่ข้างนอก ที่โล่งแจ้ง ไม่ได้เข้าไปในพระอุโบสถ พร้อมสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แล้วกลับบ้านพัก

กองทัพเรือขอแสดงความเสียใจในการที่กำลังพลมีส่วนทำให้มีการแพร่เชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้น และจะตั้งกรรมการสอบสวน หากพบว่ามีการละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลและกองทัพเรือ ก็จะดำเนินการลงโทษโดยไม่ละเว้น เพราะผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เน้นย้ำกำลังพลเพิ่มความระมัดระวังทั้งแก่ตนเองและสมาชิกในครอบครัว ในช่วงโควิดแพร่ระบาดระลอกใหม่
 
ส่วนความคืบหน้าการใช้โรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่กองทัพเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (เกล็ดแก้ว จังหวัดชลบุรี) / หน่วยบัญชาการกองพลนาวิกโยธิน (ค่ายมหาเจษฎาฯ จังหวัดชลบุรี) และสนามฝึก กองทัพเรือ หมายเลข 16 บ้านจันทเขลม จังหวัดจันทบุรี (รวมจำนวนเตียงทั้งหมด 726 เตียง) นับตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนนั้น ปัจจุบัน (13 เม.ย.64) ได้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลสนาม ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (เกล็ดแก้วจังหวัดชลบุรี) จำนวน 193 ราย (ผู้ชาย 90 ราย และผู้หญิง 103 ราย) ยังคงเหลือจำนวน 533 เตียง