บ่ายวันที่ 7 เม.ย.64 นายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี ,นายอภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.จันทบุรี ได้เดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 “ซิโนแวค” ที่ห้องประชุมชั้น 7 อาคารประชาธิปกศักดิเดชน์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อและความมั่นใจให้กับประชาชนในการเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 โดยมีนายแพทย์ธีรพงศ์ ตุนาค ผอ.โรงพยาบาลฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารของโรงพยาบาล ให้การต้อนรับ นายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี ได้กล่าวถึงสถานการณ์โควิด ว่าหลังจากที่ จ.จันทบุรี ไม่พบผู้ป่วยมาแล้ว 67 วัน แต่ขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้รายงานว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลพระปกเกล้าแล้ว 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 28 ปี ชาว จ.หนองคาย ที่เดินทางมาหาเพื่อนในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งผู้ป่วยคนดังกล่าวไม่ได้เป็นการติดเชื้อจากในจังหวัด ขณะเดียวกันยังมีผู้เสี่ยงสูงอีก 6 ราย ที่ผู้ป่วยเดินทางมาหา

ซึ่งขณะได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้ว ผลออกมาไม่พบจึงทำให้อุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง ส่วนไทม์ไลน์จากการสอบสวนโรค พบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าว มีประวัติเป็นโรคประจำตัว คือกรดไหลย้อนและโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว โดยเมื่อวันที่ 29 มีนาคม เดินทางไป กรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบินลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อนขับรถยนต์มารับ / วันที่ 30 มีนาคม ไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และพาเพื่อนไปตรวจเลือดที่คลินิก แถวสีลม ก่อนจะเดินทางกลับที่พักแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ด้วยรถ TAXI / วันที่ 31 มีนาคม ช่วงหัวค่ำ ไปทานอาหารแถวซอยอารีย์ พร้อมเพื่อนโดยรถ TAXI  / วันที่ 1 เมษายน เดินทางไปพบแพทย์ตามนัด หลังแล้วเสร็จนั่งรถ TAXI  ไปหาเพื่อนที่ซอยอารีย์ จากนั้นในช่วงค่ำ ได้ไปร่วมทานอาหารที่ร้านอิตาเลี่ยน แถวพัฒนาการ โดยรถส่วนตัว มีเพื่อนร่วมทานอาหารประมาณ 10 คน โดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ผู้ป่วยนั่งใกล้กับเพื่อนที่ผลตรวจหาเชื้อโควิด เป็นบวก / วันที่ 3 เมษายน ช่วงเช้า เดินทางมา จ.จันทบุรี ด้วยรถส่วนตัว ช่วงเย็นได้ไปรับประทานพร้อมกับครอบครัวเพื่อนสนิทจำนวน 6 คน โดยรถส่วนตัว / วันที่ 4 เมษายน ช่วงเย็น ไปเที่ยวที่ชายหาดแหลมสิงห์ แล้วเดินทางกลับที่พักยัง อ.โป่งน้ำร้อน ต่อมาเพื่อนที่ร่วมทานอาหารได้โทรศัพท์มาแจ้งผลตรวจหาเชื้อโควิด หลังจากนั้นผู้ป่วยก็เริ่มเครียด / ต่อมาวันที่ 5 เมษายน หลังจากตื่นนอนรู้สึกป่วยมีไข้ จนช่วงเที่ยง เพื่อนสนิทได้เดินทางมาส่งที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด จนผลออกมาพบว่าเป็นติดเชื้อโควิด จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ส่วนผู้เสี่ยงสูงอีก 6 ราย แม้ผลตรวจหาเชื้อจะไม่พบ แต่ก็อยู่ระหว่างการกักตัวตามมาตรการของสาธารณสุขแล้ว ขณะเดียวกัน ยังได้รับรายงานว่า มีกลุ่มคัสเตอร์สถานบันเทิงที่กรุงเทพฯ เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดที่ รพ.พระปกเกล้า และมีผลการตรวจในรอบแรกเป็นบวก จำนวน 4 ราย แต่ต้องรอผลการตรวจยืนยันซ้ำในรอบสองอีกครั้ง เบื้องต้น ทั้งหมดได้อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรคของทางสาธารณสุขแล้ว ด้าน นายอภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.จันทบุรี ได้ย้ำให้ผู้ที่ไปสถานบันเทิง, ผับ, สถานบริการ ที่กรุงเทพฯ ให้แสดงตนออกมาพบแพทย์เพื่อขอรับการตรวจ พร้อมทั้งปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยขอให้สังเกตอาการตนเอง 14 วันที่บ้าน หากมีอาการผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ พร้อมงดการเดินทางไปในสถานที่เข้าร่วมกิจกรรม หรือการเข้าร่วมกิจกรรมกับคนจำนวนมาก  / ให้ อสม. เฝ้าระวังติดตามสังเกตผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข / ให้หลีกเลี่ยงหรืองดเว้น การจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก

โดยให้พิจารณาตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข  อย่างไรก็ตาม จ.จันทบุรี ได้ออกประกาศมาตรการป้องกันสถานการณ์โควิด กิจกรรมที่ทำได้ และ ทำไม่ได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีนี้ คือ กิจกรรมที่ทำได้คือ กิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ / รดน้ำ ดำหัว ขอพร ผู้ใหญ่ และ เดินทางข้ามจังหวัดได้  ส่วนกิจกรรมที่ทำไม่ได้คือ งดการเล่นน้ำ / งดคอนเสิร์ต / งดการรวมกลุ่ม และ งดปะแป้ง ปาร์ตี้โฟม  พร้อมกันนี้ ขอประชาชนอย่าได้ตื่นตกใจ แต่ขอความร่วมมือช่วงสงกรานต์ต้องระมัดระวัง การ์ดอย่าตก และปฏิบัติตามมาตรการของราชการอย่างเคร่งครัด ขณะที่การฉีดวัคซีนโควิด 19 ระยะแรกของ จ.จันทบุรี หลังจากวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ได้รับจัดสรรวัคซีนโควิดรอบแรก จำนวน 5,000 โดส จากกระทรวงสาธารณสุข และวันจันทร์ที่ผ่านมา( 5 เม.ย.)ได้เริ่มทยอยฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับบุคลากรกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2,500 โดส(คน) ประกอบด้วย กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐและเอกชน  /.บุคลากรด่านหน้า ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อและกลุ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ /และกลุ่ม อสม. ,ตำรวจ,ทหาร ตามด่านคัดกรองโรค  โดยจะกระจายการฉีดวัคซีน ไปยังโรงพยาบาลชุมชนทั้ง 11 แห่ง และโรงพยาบาลพระปกเกล้าฯ ตามสัดส่วน ให้ครบทั้ง 2,500 โดส ภายในสัปดาห์นี้ และจะให้ครบเข็มที่สองรวม 5,000 โดส ภายในเดือนเมษายน ส่วนการฉีดวัคซีนในระยะถัดไปของกลุ่มอื่นๆ คาดว่าจะสามารถฉีดได้ในราวเดือนพฤษภาคม /มิถุนายน ตามลำดับ ซึ่งจนขณะนี้ ผู้ที่รับการฉีดวัคซีนไปแล้วไม่มีอาการผิดปรกติ จนถึงขั้นรุนแรงแต่อย่างใด

ภาพ/ข่าว ปริญญา เกษราธิกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ประจำจังหวัดจันทบุรี