วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14.48 น.  พ.ต.ต.เปลวทอง สารีนันท์ สว. สอบสวน  สภ.เมืองอุดรธานี  ได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 43 ปี ชาว ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แจ้งว่า โดนนาย ก นามสมมุติ อายุ 45 ปี สามี ไล่ออกจากบ้าน กล่าวหาว่านอกใจ ถ้าไม่หนีจะทำร้ายร่างกาย หรือ ฆ่าให้ตาย ตนจึงต้องหนีออกจากบ้านมาก่อน แล้วไปอยู่กับเพื่อน เพื่อความปลอดภัย ทั้งที่ตนไม่เคยนอกใจสามีเลย ตนรอจนคิดว่าสามีคงใจเย็นลงแล้ว จึงกลับไปง้อสามี แต่สามีกลับทำร้ายร่างกาย และมีผู้หวังดีส่งภาพสามีกอดกับผู้หญิงอื่นมาให้ดู และยังพาไปกราบพ่อแม่ของเขา  พอไปถามว่าจะเลือกใคร สามีกลับเลือกผู้หญิงคนใหม่ และไม่ยอมหย่าให้ตน ทำให้ตนเจ็บใจ มาแจ้งตำรวจว่าถูกขู่ฆ่า และจะนำไปฟ้องหย่าในอนาคต เพื่อเอาสินสมรสมาให้ลูก

น.ส.เอ  เมียหลวง เปิดเผยว่า ตนแต่งงานกับสามีมา 24 ปี มีลูกชายด้วยกัน 2 คน อายุ 21 ปีกับ 17 ปี สามีทำงานโรงน้ำตาล ส่วนตนเป็นช่างเสริมสวย ทำงานเก็บเงินก่อร่างสร้างตัวมาด้วยกัน จนซื้อบ้านพร้อมที่ดิน 1 หลังที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี  ครอบครัวมีความสุขดี แต่ต้นปี 2564 สามีนิสัยเปลี่ยนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยชอบแสดงความหึงหวง ไม่อยากให้ตนคุยกับใคร ระแวงและดุด่า กล่าวหาว่าตนแอบคุยกับผู้ชายทางโทรศัพท์ แท้ที่จริงแล้วตนพูดกับเพื่อนและญาติพี่น้อง หนักเข้าก็กล่าวหาว่าตนคบชู้ ไล่ตนออกจากบ้าน พร้อมกับขู่จะฆ่าทิ้ง โดยเอาไม้จะฟาด ตนจึงเก็บเสื้อผ้าให้ลูกชายไปส่งบ้านเพื่อน ซึ่งเป็นร้านเสริมสวยในตัวเมืองอุดรธานี และห้ามบอกใครว่าแม่อยู่ที่ไหน หลังจากนั้นสามีก็ปล่อยข่าวว่าตนทิ้งสามีหนีออกจากบ้าน

จนกระทั่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ ตนคิดว่าสามีคงจะหายโกรธตนแล้ว จึงกลับบ้านซื้อดอกกุหลาบไปง้อสามี เพื่อจะไปได้กลับไปอยู่บ้าน และเริ่มต้นค้าขายด้วยกัน แต่กลับถูกสามีตบหน้า และไล่ออกจากบ้านอีก ตนจึงกลับไปอยู่บ้านกับพ่อที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ต่อมามีผู้หวังดีส่งรูปสามีกับผู้หญิงอื่นหลายรูป รูปคู่กัน รูปกอดกัน  ไปกินข้าวด้วยกัน และอยู่ในโรงแรมด้วยกัน ทำให้ตนรู้ว่าสามีนอกใจไปมีหญิงอื่น จึงหาเรื่องไล่ตนแล้วไปบอกคนอื่นว่าตนหนีออกจากบ้านเอง เป็นการโยนความผิดให้ตน แล้วไปมีผู้หญิงอื่น เพื่อให้ตัวเองดูดีไม่ผิด

น.ส.เอ เปิดเผยต่อว่า ตนจึงนำรูปที่ผู้หวังดีส่งมาให้ไปถามสามีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แล้วจะเลือกใคร สามีก็บอกว่าเลือกผู้หญิงคนใหม่ ตนก็เลยจะขอหย่าสามีกลับไม่ยอมหย่าให้ตน หากตนจะหย่าจะไม่ปล่อยตนไว้แน่นอน  แล้วมีการขู่จะฆ่าตนด้วย ตนเคยแชทคุยกับผู้หญิงคนใหม่ทางเฟซ ซึ่งผู้หญิงใหม่ได้เยาะเย้ยว่าผู้ชายไม่เลือกตน เมื่อตนพาลูกไปหาพ่อแม่สามี จึงรู้ว่าสามีพาผู้หญิงคนใหม่มาไหว้พ่อแม่สามี โดยบอกว่าแยกทางกับตนแล้ว เพราะตนหนีออกจากบ้าน ทำให้ตนเจ็บใจมาก ตนเป็นเมียตบแต่ง มีใบทะเบียนสมรส จึงมาแจ้งตำรวจว่าถูกสามีขู่ฆ่า และอาจจะฟ้องหย่าเพื่อจะเอาสินสมรสมายกให้ลูกทั้งสอง แต่ของปรึกษาญาติพี่น้องก่อน

”อยากให้ผู้หญิงรู้ว่า ให้จดทะเบียนสมรส เพราะการจดทะเบียนสมรส หรือการมีใบทะเบียนสมรส จะดีกว่าเพราะมีศักดิ์ศรีกว่า ถ้าเวลาจะเลิกกันหรือหย่ากัน จะได้ทรัพย์สินเอาไว้ให้ลูก”

พ.ต.ต.เปลวทอง สารีนันท์ เปิดเผยว่า  ได้แนะนำเมียวหลวง ที่จะฟ้องหย่าสามี ที่มีเมียอีกคน ให้หาหลักฐาน ให้ชัดเจนมากกว่านี้ ส่วนเรื่องขู่ฆ่าจะเรียกตัว นาย ก หรือสามี มาทำการสอบถาม ข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร เพื่อจะดำเนินการต่อไป

 

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว  ภูมิภาค จ.อุดรธานี  คมชัดลึก