ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการการะทำความผิดนั้น
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย  โล่กันภัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์  เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม.,  พล.ต.ต.พันธนะ  นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม.ได้ร่วมกันจับกุม

                  รวบแก๊งคนไทยหลอกขอข้อมูลและรหัส OTP ดูดเงินคนไทยกว่า  20 ราย มูลค่าความเสียหายเกือบ 2 ล้านบาท
 

1. นางสาวหทัยกานต์ สุวรรณวงศ์ อายุ 21 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ379/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”
2. นายชนาทิป โพธิสิทธิ์ อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ380/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”
3. นายอนุชา ประเสริฐ อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ381/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”
4. นางสาวสมลักษณ์ เฉลยปราชญ์ อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ384/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”
5. นายอาลี วรารักษ์ อายุ 24  ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ385/2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น”และ“มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย”

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่าได้มีคนร้ายทำการแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์สามารถปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้กับประชาชนที่สนใจ โดยจะทำการหาเหยื่อผ่านทางแอพพลิเคชั่น FACEBOOK

ซึ่งเมื่อเหยื่อหลงเชื่อแล้วจะให้เหยื่อทำการแอดไอดีไลน์ ซึ่งเป็นไลน์ที่ปลอมว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารและจากนั้นจะทำการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ - นามสกุล เลขบัญชี รวมทั้งรหัส OTP และเมื่อเหยื่อหลงเชื่อมอบข้อมูลดังกล่าวให้กลุ่มคนร้ายแล้ว คนร้ายจะทำการเข้าสู่ระบบแอพพลิเคชั่น I-BANKING และทำการโอนเงินออกจากบัญชีของเหยื่อไปจนหมด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นกลุ่มคนไทยที่อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำรายงานสืบสวนเสนอผู้บังคับบัญชาและส่งให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อทำการออกหมายจับผู้ต้องหา

     รวบแก๊งคนไทยหลอกขอข้อมูลและรหัส OTP ดูดเงินคนไทยกว่า  20 ราย มูลค่าความเสียหายเกือบ 2 ล้านบาท
 

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายชนาทิปฯ นายอนุชาฯ นางสาวหทัยกานต์ ฯ และนายอาลีฯ ได้หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ในอำเภอเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงทำการลงพื้นที่และติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยขณะทำการจับกุมนายอาลีฯ ได้พบว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 79 เม็ด อยู่ในการครอบครอง และต่อมาได้ทำการขยายผลจนต่อมาวันที่ 27 ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทราบว่า นางสาวสมลักษณ์ ฯ ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งทางกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ ศปชก.สตม. ได้ทำการสืบสวนขยายผลและติดตามหาผู้เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีผู้เสียหายคนไทยประมาณ 20 คน โดยมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป
สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ

หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง