ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน ผกก.ตม.จว.เชียงราย

ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย, พ.ต.ท.กฤษณ์ สมณาศักดิ์ สว.ตม.จว.เชียงราย นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จ.เชียงราย ติดตามสืบสวนจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติ และไม่ได้กักตัวตามมาตรการควบคุมโรค ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากประเทศเพื่อนบ้าน

ตามที่ปรากฏภาพบนบัญชีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้มีการโพสต์ข้อความว่า “..วัน1ฉันเดินเข้าป่าข้ามแม่น้ำมาจ๊ะเอ๋เมืองไทย..” เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 63 พร้อมกับรูปภาพของตนเองและกลุ่มเพื่อนอีก 3 คน กำลังลักลอบเดินข้ามพรมแดนประเทศเมียนมา เข้ามาประเทศไทย สร้างความวิตกให้แก่ผู้ที่ติดตาม และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เรื่องการไม่กักตัวตามมาตรการควบคุมโรค และเกรงว่าจะนำเชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเมียนมา เข้ามายังประเทศไทย นอกจากนั้นเจ้าของบัญชีดังกล่าวยังได้โพสต์เช็คอินไปอีกหลายๆ ที่

จากการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย ด่านควบคุมโรคติดต่อด่านพรมแดนแม่สาย และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่  ได้ติดตามจนพบตัวเจ้าของบัญชีเฟสบุ๊คดังกล่าว ที่บริเวณด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน จ.เชียงราย เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะเดินทางโดยรถทัวร์ จาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย จะไป กรุงเทพมหานคร พร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.นงนุช ศรีหาวงค์ อายุ 28 ปี (เจ้าของบัญชีเฟสบุ๊ค) และ น.ส.นิราวรรณ์ จันดาลุย อายุ 29 ปี เพื่อนที่เดินทางมาด้วยกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวทั้งสองคน ไปยังที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เพื่อสอบสวนโรค และตรวจสอบเบื้องต้น ผลการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายปกติ ไม่มีไข้แต่อย่างใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้สืบสวนติดตามตัวเพื่อนอีก 2 คนที่ลักลอบข้ามแดนด้วยกัน มาได้ ขณะพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.กนกพร แสนสันเทียะ อายุ 31 ปี และ นายภัทรภรณ์ อายุวัฒน์ อายุ 28 ปี และได้เชิญตัวไปสอบสวนโรค และตรวจสอบเบื้องต้น ผลการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของทั้งสองคน ปกติ ไม่มีไข้แต่อย่างใด

จากการสอบปากคำ ทั้ง 4 คนให้การว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน พวกตนได้เดินทางไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะโป๊ะโกะ จังหวัดเมียววดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงกันข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยได้แอบลักลอบเดินข้ามพรมแดน (แม่น้ำเมย) ซึ่งได้มีชายชาวเมียนมา มารับและเป็นคนนำทาง และเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีและกลัวว่าจะติดเชื้อโควิด-19 พวกตนจึงได้ขอเลิกงาน และได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยได้เสียเงินค่าจ้างพาข้ามแดนให้กับคนนำทางชาวเมียนมา เป็นเงินคนละ 5,500 บาท และเมื่อข้ามมาแล้ว ก็ได้ชักชวนกันเดินทางมาเที่ยวหาเพื่อนที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และพักอาศัยอยู่ที่อำเภอแม่สายประมาณ 3 วัน จากนั้นก็กำลังจะแยกย้ายกัน โดย น.ส.นงนุชฯ และ น.ส.นิราวรรณ์ฯ วางแผนจะเดินทางไปหางานทำที่พัทยา ส่วน น.ส.กนกพรฯ และนายภัทรภรณ์ฯ วางแผนว่าจะอยู่เที่ยวต่อและจะเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถูกตรวจพบก่อน ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ไม่เดินทางเข้ามาตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลาตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา” (มาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ) ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพและยินยอมให้เปรียบเทียบปรับตามที่กฎหมายกำหนด จากนั้นคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ก็ได้นำส่งตัวทั้ง 4 คน ไปกักตัวที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการกักตัว ตามขั้นตอนต่อไป

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย