หลังจากที่"บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" ได้ประกาศลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญูเมื่อวานที่ผ่านมา ทางคมชัดลึกออนไลน์ได้รวบรวมเส้นทางชีวิตกว่าจะมาเป็น"บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์"ผู้ปิดทองหลังพระ

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มีชื่อเล่นว่า ท็อป เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบัน คือ จังหวัดสระแก้ว) เริ่มเข้าสู่วงการด้วยการถ่ายแบบและแสดงเป็นตัวประกอบ ก่อนจะมารับบทนำจากการแนะนำของ คมน์ อรรฆเดช ในเรื่อง "ตำรวจเหล็ก" คู่กับ มาช่า วัฒนพานิช ซึ่งเป็นนักแสดงใหม่ด้วยกันทั้งคู่ และมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากละครโทรทัศน์ เรื่อง "แผลเก่า" ทางช่อง 7 เมื่อปีพ.ศ. 2531 โดยรับบทเป็น "ไอ้ขวัญ" แสดงคู่กับชุติมา นัยนา จากนั้นจึงมีผลงานที่เป็นที่รู้จักอีกคือเรื่อง "เหตุเกิดที่ สน." เมื่อปี พ.ศ. 2533 โดยรับบทเป็น หมวดปลิว นายตำรวจประจำ สน.

เปิดเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" ผู้ปิดทองหลังพระ ตลอด34ปี

ผลงานเด่น ๆ ทางภาพยนตร์ได้แก่ บางระจัน เมื่อปีพ.ศ. 2544 รับบทเป็น "อ้ายทองเหม็น" ซึ่งได้รับรางวัลตุ๊กตาทองนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมด้วย และยังมีผลงานกำกับการแสดงจากเรื่อง ตำนานกระสือ ในปีพ.ศ. 2545 ช้างเพื่อนแก้ว ในปีพ.ศ. 2546, เดอะโกร๋น ก๊วนกวนผี ในปีพ.ศ. 2547 และปัญญา เรณู ในปีพ.ศ. 2554 นอกจากนี้ยังเคยรับบทเป็นพระราชาอินเดียในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่มาถ่ายทำในประเทศไทยด้วยคือ Alexander ส่วนผลงานละครโทรทัศน์ในระยะหลัง ๆ มีเพียงเรื่อง รุกฆาต ทางช่อง 7 เมื่อปีพ.ศ. 2552 ในฐานะดารารับเชิญ

ในทางสังคม ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นดาราที่ช่วยเหลือสังคม โดยทำงานเป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูมานานกว่า 20 ปี โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

 

22 ตุลาคม พ.ศ. 2559 บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู พระเอกชื่อดังเข้าอุปสมบทอย่างเรียบง่าย ณ อุโบสถวัดบางแวก แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพิธีอุปสมบทครั้งนี้มีท่านพระครูธีรธรรมานันท์ เจ้าคณะแขวงบางแวก เจ้าอาวาสวัดบางแวก เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาทางพระพุทธศาสนาว่า อาจิตปุญโญ แปลว่า ผู้ทำบุญไว้ดีแล้ว ในช่วงเดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 เขากลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเขาได้เปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนกระทั่งมียอดบริจาคทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 400 กว่าล้านบาท และยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ยังคงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด

เปิดเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" ผู้ปิดทองหลังพระ ตลอด34ปี

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 บิณฑ์  ได้ประกาศขอลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากให้ แต่บิณฑ์ยังยืนหยัดที่จะปกป้องสถาบันและยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนไทยต่อไปในนามของผู้ชายที่ชื้อว่า "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์"