16 ตุลาคม 2563 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ถึงการชุมนุมประท้วงในประเทศประชาธิปไตย ยึดหลัก 3 เรื่อง ชี้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต้องยอมรับผลจากการกระทำตามความเชื่อของตน ซึ่งมีอยู่แค่ 2 อย่าง ขึ้นอยู่กับว่าแพ้ หรือ ชนะ โดยมีตัวชี้วัดอยู่ "เราเป็นประเทศเสรี ใครจะยืนจุดไหนก็เลือกเอาเอง"

 

นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า สิ่งที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องยอมรับ การชุมนุมประท้วงมันต้องละเมิดกฎหมายทั้งนั้นแหละครับ แล้วแต่จะมากหรือน้อย ไม่มีการชุมนุมประท้วงไหนที่ไม่ละเมิดกฎหมาย เหมือนการยึดอำนาจมันก็ผิดกฎหมาย แต่ถ้ายึดอำนาจแล้วชนะ ก็ได้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ถ้าแพ้ก็กลายเป็นกบฏ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ต้องยอมรับผลจากการกระทำตามความเชื่อของตน ถ้าท่านชนะบ้านเมืองก็เปลี่ยนไปตามความต้องการของท่าน ถ้าท่านแพ้ท่านก็อยู่ในคุก มันก็มีเท่านี้แหละ และเป็นอย่างนี้มาตลอด

 

นายนิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า ในประเทศประชาธิปไตย เวลาเขาชุมนุม เขาจะมีหลัก 2 - 3 เรื่อง คือ 1. แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพียงแต่แจ้งให้ทราบเท่านั้น ไม่ต้องขออนุญาต เพราะไม่มีที่ไหนหรอกที่เจ้าหน้าที่รัฐจะ "อนุญาต" ให้ชุมนุม เขาจึงวางหลักเพียง "แจ้งให้ทราบ" เท่านั้น ประเทศไทยกฎหมายก็ระบุไว้อย่างนั้น 2. หากแจ้งว่าจะเดิน ก็ต้อง "เดิน" อย่างเดียว หยุดไม่ได้ นั่งไม่ได้ หยุดเมื่อไหร่ถูกจับกุมทันที เราจึงเห็นการเดินขบวนในต่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เขาเดินชูป้าย เราอาจสงสัยว่า ทำไมเขาไม่นั่ง ทำไมเขาไม่หยุด ก็เพราะเขาขออนุญาต "เดิน" หยุดก็โดนรวบทันที 3. การปราศรัยทางการเมืองห้ามใช้ "hate speech" หรือ คำพูดที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง ความรุนแรง หรือสร้างความตื่นตระหนก ใช้เมื่อไหร่โดนรวบทันที

 

"การปราศรัยทางการเมือง สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ อย่าแตะความเชื่อสูงสุดของมนุษย์ แตะเมื่อไหร่ เขียนใส่ฝ่ามือไว้ได้เลยว่า เกิดสงคราม ประวัติศาสตร์โลกมันเป็นอย่างนี้มาตลอด สำหรับประเทศไทย อย่าละเมิดพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์และพระราชินี เพราะนี่เป็นความเชื่อสูงสุดของคนไทย

หลักคร่าวๆ มีเท่านี้แหละครับ อ้อ !! สงคราม คือ การเมืองที่ต้องเสียเลือดเนื้อ ส่วนการเมือง คือ สงครามที่ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ สงคราม วัดแพ้ชนะที่ศพของทหาร ส่วนการเมือง วัดแพ้ชนะที่มีคนเดินตามหลังเรามากหรือน้อย เดินตามหลังมากก็ชนะ เดินตามหลังน้อยก็แพ้ เราเป็นประเทศเสรี ใครจะยืนจุดไหนก็เลือกเอาเอง แต่สำคัญ เราต้องยอมรับผลการกระทำจากความเชื่อของเราด้วย" นายนิพิฏฐ์ ทิ้งท้าย

 

 

นิพิฏฐ์

 

นิพิฏฐ์