2 ก.ย.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา  นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส"  ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ปี 2555 โดยได้แถลงสรุปผลการค้นหาความจริงทั้งหมดแล้ว และพบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด 8 กลุ่ม คือ 1.พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวน  2.พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  3.ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่  4.สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่  5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่  6.ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย  7.พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ และ  8.ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวนั้น

การดำเนินเอาผิดทางวินัย ทางอาญา ทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และมรรยาท กับบุคคลทั้ง 8 กลุ่มข้างต้น เป็นสิ่งที่หน่วยงานและองค์กรต้นสังกัด จะต้องเร่งรีบโชว์ผลงานดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อฟื้นชื่อเสียงและเกียรติคุณขององค์กรที่เสียหายยับเยินไปเพียงเพราะคนไม่กี่คนที่สมรู้ร่วมคิด และมีเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้รอดพ้นจากกฎหมายอาญาแผ่นดิน โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง คนเหล่านี้ต้องถือว่า “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” ต้องรีบตัดเนื้อร้ายพวกนี้ทิ้งไป โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายลงโทษอย่างเด็ดขาด จึงจะชอบ
            

ทั้งนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 กลุ่ม ส่วนที่เป็นข้าราชการสามารถดำเนินการเอาผิดทางวินัยร้ายแรงและอาญาตามกฎหมายได้เลยโดยใช้ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ เพราะกฎหมายกำหนดผู้ที่มีอำนาจสั่งลงโทษได้ไว้แล้ว ส่วนนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ที่คณะกรรมการทั้ง 9 คนสามารถใช้รายงานผลการตรวจสอบชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทำสำนวนส่งอัยการฟ้องต่อศาลอาญาและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เลย โดยไม่ต้องมาตั้งคณะทำงานใหม่เพื่อลากเวลาให้ยืดยาวต่อไปอีก
           

ส่วนทนายความที่กระทำผิดกฎหมาย สภาทนายความมีคณะกรรมารมรรยาท ตาม พ.ร.บ.ทนายความ 2528 คอยลงโทษทนายความอยู่แล้ว ซึ่งกรณีนี้โทษสูงสุดคือต้องลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเท่านั้น จึงจะชอบ ส่วนพยานซึ่งให้การเป็นเท็จ ตาม ป.อาญา ม.172 และหรือ ม.174 ตำรวจและอัยการต้องเร่งทำสำนวนส่งฟ้องศาลเพื่อพิพากษาลงโทษโดยเร็ว
            

 

แต่ที่สำคัญ คือ ในส่วนของผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของการทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้น ซึ่งมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะเลยว่าตำรวจจะเชิญบิดาและมารดาของนายวรยุทธ อยู่วิทยา มาให้ปากคำ หรืออัยการจะสั่งตำรวจย้อนสำนวนให้สอบบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด หรือว่ามีม่านสีเทาปิดกั้นอยู่ หรือมีมือที่มองไม่เห็นคอยสั่งการห้ามแตะต้องบุคคลเหล่านี้อย่างนั้นหรือ ที่สำคัญอย่างให้งานนี้เป็นมวยล้มต้มคนดูก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นรัฐบาลอาจจะล้มไปเพราะคดีนี้ก็เป็นไปได้ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด