1 ก.ย.63 เมื่อเวลา 12.00 น.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าหลังนายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ได้สรุปรายงานและนำเสนอ ว่า

กรณีที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ในคดีต่างๆทุกข้อหาโดยเฉพาะข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ดาบตำรวจวิเชียร ถึงแก่ความตายในระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ เมื่อ พ.ศ. 2555 เรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่เห็นแย้งจนถึงที่สุด

“ยอมรับว่าวันนี้เป็นคดีที่คาใจประชาชน และสังคม ผมเองไม่อยากให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นในระบบและกระบวนการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งมีการดำเนินคดีมากมายโดยเฉพาะในคดีลักษณะดังกล่าวมีเป็น่พัน เป็นหมื่น เป็นแสนคดี ในช่วงที่ผ่านมา และมีบางกรณีที่เกิดประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา ผมจึงได้เชิญอาจารย์วิชาและคณะกรรมการเข้ามาดำเนินการซึ่งกำหนดเวลา 30 วัน ซื้อคณะกรรมการทำงานอย่างน่าชมเชย มีการประชุมเกือบทุกวันก็ขอชมเชยมา ณ ที่นี้  มีการส่งรายงานมาทุกรอบ 10 วัน และได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับผม ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา แต่ยืนยันว่าผมจะไม่ไปก้าวล่วงกับใคร เพราะผมถือว่าผมอยู่ตรงกลาง จะไปก้าวล่วงอัยการก็ไม่ได้ เพราะเป็นองค์กรอิสระ ในส่วนของตำรวจผมได้สั่งการไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ฯ “ นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ชุดของนายวิชา ได้ลงมติเห็นว่าเรื่องนี้ได้ใช้เวลานานถึง 8 ปีเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก ทั้งตำรวจ อัยการทนายความ ฝ่ายการเมือง ดูแล้วสลับซับซ้อนพิกลอยู่ ซึ่งสังคมไม่ไว้วางใจตรงนี้ มีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมซ้ำซาก ถึง 14 ครั้ง คณะกรรมการตรวจสอบใช้คำว่าอาจจะมีการทำเป็นกระบวนการ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป ให้เกิดความชัดเจนขึ้น

“ก็ต้องมาดูว่าเราจะทำอย่างไรได้ต่อไป   ได้ตรงนี้ อย่าเพิ่งไปดูว่าเป็นใครบ้างเพราะมันยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอีก  ผมยังไม่อยากระบุรายชื่อตรงนี้ แม้หลายคนอยากจะรู้ ก็ได้แต่เพียงรู้เท่านั้นความขัดแย้งก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ  เดี๋ยวถึงเวลาก็จะปรากฏเอง”นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ข้อเสนอแนะ 5 ข้อของคณะกรรมการฯ ที่คณะกรรมการฯ เสนอมา ประกอบด้วย

1. ยกคดีขึ้นเพื่อดำเนินการใหม่โดยเฉพาะคดีที่ยังไม่ขาดอายุความ ซึ่งเรื่องนี้ดำเนินการได้อย่างแน่นอนมี 2-3 คดี ที่มีอยู่

2.ดำเนินคดีและดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

3. ในบางเรื่องมีความชัดเจนว่ามีความผิดหรือไม่แต่ต้องตรวจสอบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องในเชิงจริยธรรม

4.ซักซ้อมเกี่ยวกับความเข้าใจการมอบอำนาจของผู้บังคับบัญชาว่าจะทำอย่างไรเมื่อรับมอบไปแล้วจะรับผิดชอบอย่างไรก็ต้องไปดูและแก้ไขกฎระเบียบอีกหลายเรื่อง   วิธีปฏิบัติในการมอบอำนาจ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยทันที ถ้าเป็นตำรวจตนก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ในส่วนอัยการนั้นก็เป็นอิสระ ในส่วนของทนายความ ก็มีสภาทนายความที่จะไปดูแลว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือเปล่า และรัฐบาลจะมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.เป็นศูนย์กลางติดตามดูแลประสานงาน ในการดำเนินการความก้าวหน้า พร้อมรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า และ

5. ทางคณะกรรมการฯ ขอทำงานต่ออีก 30 วัน เพื่อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในเชิงปฏิรูปให้เกิดความชัดเจน ซึ่งได้พูดคุยกันแล้วว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงซึ่งต้องช่วยกันผลักดันต่อไปเพราะฉะนั้นถ้าใครมีเบาะแสหรือข้อเสนอแนะอะไรก็ขอให้ส่งกับทางคณะกรรมการฯ 

“หลายท่านได้ให้เกียรติร่วมเป็นคณะกรรมการฯชุดนี้โดยไม่ได้หวังผลอะไรตอบแทน เพราะทุกคนต้องการที่จะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นในเรื่องของกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหลักของประเทศชาติ ถ้าเราอยู่กันแบบไร้กฎหมายมันไม่ได้ บ้านเมืองก็จะกลายเป็นอนาธิปไตยทันที ไม่ใช่ประชาธิปไตยแล้วถ้าไม่มีกฎหมายเหล่านี้มันอยู่ไม่ได้ หลายอย่างทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศเสียไปเศรษฐกิจก็ไม่มั่นคง การลงทุนก็ลดลง ผมถามว่าเราจะได้อะไร ชัยชนะท่ามกลางซากปรักหักพัง ใครจะได้อะไรขอถามหน่อย” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ยกมือไหว้ขอบคุณนายวิชาญและคณะกรรมการซึ่งมานั่ง ฟังการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรีและรอเพื่อชี้แจงในรายละเอียด