จากกรณีเพจสื่อชื่อดังในสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์ของ ศาตราจารย์ นายแพทย์ท่านหนึ่ง โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าและบอกว่าไม่ช่วยให้เลิกบุหรี่มวนได้ ซึ่งภายหลังคลิปนี้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตและผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากว่า 2,500 รายเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยความไม่พอใจอย่างดุเดือด

ในคลิปดังกล่าวนายแพทย์ท่านนั้น ยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษน้อยกว่าบุหรี่แบบเผาไหม้ทั่วไป แต่ก็ยังมีสารพิษบางตัวที่มีมากในบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งที่ไม่เจอในควันบุหรี่ และยังไม่ทราบผลวิจัยในระยะยาว
                    
ความคิดเห็นส่วนใหญ่แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวว่าเป็นผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและตั้งแต่ใช้มาสามารถเลิกบุหรี่มวนได้จริง หายใจได้ดีขึ้นและกลับไปสูบบุหรี่ไม่ได้อีกแล้ว บางส่วนเสนอว่าหากบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ ก็น่าจะแบนบุหรี่ แล้วอนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทน และแนะนำว่าสื่อควรนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกลางฟังความให้รอบด้าน

ทัวร์ลงเพจดัง หลังปล่อยคลิปอันตรายบุหรี่ไฟฟ้า ชาวเน็ตโวยเสนอข้อมูลด้านเดียว 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายลาขาดควันยาสูบ แอดมินเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร”  ซึ่งให้ความเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเพียงด้านเดียวจากหน่วยงานที่มีอคติและโจมตีบุหรี่ไฟฟ้ามาตลอด ตรงข้ามกับนโยบายและงานวิจัยในต่างประเทศเช่น อังกฤษ นิวซีแลนด์ สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่รัฐบาลเค้าสนับสนุนให้คนที่ยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้มีทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่า ขณะที่ยังสามารถปกป้องเยาวชนไม่ให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้

“ผมอยากให้เรายอมรับความจริงว่าวันนี้แม้จะแบนบุหรี่ไฟฟ้ามากว่า 5 ปีแล้ว แต่คนใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ผมคาดว่าปัจจุบันน่าจะมีมากกว่า 400,000-500,000 คน ทั่วประเทศ และมาตรการนี้ไม่สามารถป้องกันเยาวชนได้ งานวิจัยต่างๆ เช่น ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ของอังกฤษ กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์ หรือ อ.ย. สหรัฐ ต่างมีแนวทางที่จะช่วยลดอันตรายให้กับผู้สูบบุหรี่และปกป้องเด็กไปพร้อมกัน แต่ประเทศไทยกลับทำให้สิ่งนี้ผิดกฎหมายจนเกิดตลาดใต้ดินขนาดใหญ่มหาศาล” นายมาริษ กล่าว

การยอมรับแล้วว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษน้อยกว่า น่าจะนำไปสู่การศึกษาข้อมูลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ดีกว่ารอไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นทุกปีๆ ส่วนการอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวล่อลวงเยาวชนจึงต้องแบนเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เพราะเรามีกฎหมายควบคุมอายุขึ้นต่ำอยู่แล้ว หากบังคับใช้กฎหมายกันเต็มที่ เด็กเยาวชนก็ไม่สามารถเข้าถึงได้  รัฐบาลจึงควรมีกฎหมายควบคุมให้เหมาะสมจะได้กำหนดอายุขั้นต่ำผู้ซื้อได้

นายมาริษ กล่าวอีกว่า อยากให้เพจนั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเพจยอดนิยมของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในไทย เปิดพื้นที่ให้กับข้อมูลอีกด้าน แล้วมาถกเถียงหาทางออกที่ดีกว่าในปัจจุบัน คอมเม้นต์ที่เพจเห็นคงบอกได้แล้วว่ามีประชาชนจำนวนมากไม่เชื่อถือในข้อมูลดังกล่าว และมีความเห็นที่แตกต่าง เพจดังกล่าวน่าจะใช้โอกาสนี้ทำหน้าที่สื่อสะท้อนความเห็นของผู้ที่เห็นต่างด้วยเพื่อให้เกิดการดีเบตกันในสังคมว่าประเทศไทยควรจัดการกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างไรต่อไป หรือเราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ