นายชูชาติ ศรีแสง  อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา พสต์เฟซบุ๊กว่า 

..ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อันเป็นกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินคดีอาญา

.....มาตรา ๑๔๑ ถ้ารู้ตัวผู้กระทําความผิด แต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ เมื่อได้ความตามทางสอบสอนอย่างใด ให้ทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนสอบสวนยังพนักงานอัยการ

.....ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสั่งฟ้อง ก็ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ผู้ต้องหามา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศให้พนักงานอัยการจัดการเพื่อขอให้ส่งตัวข้ามแดนมา

.....คดีนายวรยุทธหรือบอส อยู่วิทยา ได้ความว่าพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องและพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ก็สั่งฟ้องตามความเห็นของพนักงานสอบสวน แต่นายวรยุทธหลบหนีจึงยังไม่ได้ฟ้องต่อศาล

.....รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๘ วรรคสอง บัญญัติว่า พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง

.....ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจพนักงานอัยการท่านอื่นมีอำนาจเพิกถอนคำสั่งของพนักงานอัยการที่สั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว และมีคำสั่งใหม่เป็นสั่งไม่ฟ้อง

.....กรณีนายวรยุทธเมื่อพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งฟ้องก็ต้องถือว่ายุติคือต้องนำตัวฟ้องต่อศาลเท่านั้น พนักงานอัยการท่านอื่นย่อมไม่มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งฟ้องและมีคำสั่งใหม่เป็นสั่งไม่ฟ้อง

.....การกระทำเช่นนั้นเป็นการก้าวล่วงความเป็นอิสระของพนักงานอัยการท่านที่สั่งฟ้องนายวรยุทธ อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา