ท่ามกลางปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทำให้คดีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนโดยตรง  รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อปกป้องประชาชน เยาวชน สังคมและประเทศชาติให้มีความปลอดภัย ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีครอบคลุมทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้อนุมัติหลักการ  ตั้ง "กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์" ขึ้น โดยมีศึกษาวิเคราะห์ จำนวนตำแหน่ง กำหนดตำแหน่ง นำเสนอ ครม.พิจารณาเพื่อออกเป็นกฎกระทรวง 

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (29 ก.ค.63 ) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ อนุมัติหลักการ​ร่างพระราชกฤษฎีกา​ แบ่งส่วน​ราชการ​สำนักงาน​ตำรวจแห่งชาติ​ และร่างกฎกระทรวง​ แบ่งส่วนราชการ​เป็นกองบังคับการ​ หรือส่วนราชการ​อื่นในสำนักงานตำรวจ​แห่งชาติรวม 2 ฉบับ ​ซึ่งจัดตั้งขึ้น​มาเนื่องจากจะมีการจัดตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวน​สอบสวนอาชญากรรม​ทางเทคโนโลยี​ และเป็นการกำหนด​อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ​ดังกล่าว​

ความจำเป็น​ที่จะต้องมีกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ เนื่องจากอาชญากรรม​ทางเทคโนโลยี​ หรืออาชญากรรม​ทางไซเบอร์เป็นอาชญากรรม​ที่ใช้​เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์​เป็นเครื่องมือ​ หรือช่วยอำนวยความสะดวกในการกระทำความผิด เช่น การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต​ การขโมย​ข้อมูล​ส่วนบุคคล​ การเรียกค่าไถ่​ทางคอมพิวเตอร์​ ซึ่งความรุนแรงของอาชญากรรม​มีมูลค่าความเสียหายที่สูง มีผู้เสียหาย​เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีจำนวนเพิ่มขึ้น​เรื่อย​ๆ ส่งผลให้การสืบสวนสอบสวน​เป็นไปอย่างยากลำบาก​

ถึงแม้ว่า ในปัจจุบัน สำนักงานตำรวจ​แห่งชาติ จะมีกองบังคับการ​ปราบปราม​การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม​ทาง​เทคโนโลยี​ (บก.ปอท.)  แต่เป็นเพียงระดับกองบังคับการ ม่สามารถรองรับคดีอาชญากรรมทาง​เทคโนโลยี​ที่เกิดขึ้นได้  ดังนั้น ครม.จึงเห็นสมควรที่จะจัดตั้งขึ้นเป็น "กองบัญชาการ" โดยสาระสำคัญของร่างฯ จะเป็นการกำหนดภารกิจในการตรวจสอบ​ การควบคุมการรักษาความปลอดภัย​ การตรวจสอบ​วิเคราะห์​การกระทำ​ความผิด​ทางเทคโนโลยี​ ซึ่งจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ​ของกองบัญชาการฯ

สำหรับสาระสำคัญตามที่ ครม.มีมติอนุมัติ ดังนี้ 
- จัดตั้งกองบัญชาการ​ตำรวจสืบสวน​สอบสวน​อาชญากรรม​ทาง​เทคโนโลยี​ขึ้น และจะมีการปรับปรุง​โครงสร้าง​กำหนด​อำนาจ​หน้าที่​ของหน่วยงาน​ระดับกองบังคับการ เพื่อสังกัดหน่วยงานเทคโนโลยี​ ซึ่งจะใช้งบประมาณ​จากสำนักงานตำรวจ​แห่งชาติ 
- จัดบุคลากร​เข้าไปดำเนินการจำนวน 2,000 อัตรา โดยให้ใช้วิธีปรับเกลี่ยตำแหน่ง และกำลังพลที่อยู่ในหน่วยงานสำนักงานตำรวจ​แห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้อง​กับภารกิจ​ 
- หน่วยงานดังกล่าว​จะทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจ​และสังคม และจะใช้งบประมาณบางส่วนของกระทรวงฯ ด้วย 

ส่วนสาระสำคัญของร่างกฎหมาย 
- ให้ตัดโอนอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายโดยใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไปอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 
- ให้ยกเลิกกองกำกับการสืบสวน 5 ในกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองกำกับการสืบสวน 4 ในกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1-9

- กำหนดให้ตั้งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยแบ่งโครงสร้างหลักออกเป็น กองบังคับการอำนวยการ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน  อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1-5 และกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

- กำหนดเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้รวมถึงการถวายความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญอื่น ๆ รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และความผิดที่เกี่ยวเนื่อง