เมื่อวันพุธ (1 ก.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาคิดว่ามาตรการที่กำหนดให้ “ทุกคนใส่หน้ากาก” มีประสิทธิภาพในการชะลอการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในสหรัฐอเมริกา แต่เสริมว่าเขาไม่จำเป็นต้องใส่

“ผมสนับสนุนให้ทุกคนใส่หน้ากาก และคิดว่ามันให้ผลดี” ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับช่องข่าวฟ็อกซ์บิสซิเนสและเสริมว่าเขาจะใส่หน้ากาก หากอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้คน “หนาแน่น”
 

ประธานาธิบดีบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากเพราะคนรอบตัวเขาผ่านการทดสอบโรคโควิด-19 แล้ว

เมื่อถูกถามว่าเขาจะสวมหน้ากากขณะอยู่ในที่สาธารณะหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ที่จริงผมก็เคยใส่นะ และผมก็ค่อนข้างชอบภาพลักษณ์ตัวเองตอนใส่ด้วย” ทรัมป์ได้รับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ในการเป็นตัวอย่างให้กับประเทศชาติเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น

มิทช์ แมคคอนเนลล์ แกนนำเสียงข้างมาก (ของพรรครีพับลิกัน) ในวุฒิสภากล่าวเมื่อวันจันทร์ (29 มิ.ย.) ว่าการสวมหน้ากากไม่อาจถูกมองว่าเป็นตราบาป พร้อมเรียกร้องให้ผู้คนใส่หน้ากากท่ามกลางภาวะระบาดใหญ่เช่นนี้

ช่องข่าวซีบีเอสรายงานคำพูดของไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) ว่าทำเนียบขาวพยายามจะร้องขอให้ผู้ว่าการรัฐและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคนอื่นๆ สวมหน้ากาก ในวันอาทิตย์ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า คำสั่งของรัฐบาลกลางที่ให้สวมหน้ากากในที่สาธารณะถือเป็นเรื่องที่ “ถูกผัดผ่อนมานาน” และเป็นความผิดของประธานาธิบดีที่ไม่เป็นตัวอย่างให้แก่ประชาชนโดยการสวมใส่หน้ากากในที่สาธารณะ

CR.www.xinhuathai.com