รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิพ์  ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เปิดเผยว่า เด็กในทุกวันนี้มีภาวะความเจ็บปวดอันเนื่องมาจาก 10 สาหตุสำคัญ ตั้งแต่ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ตีกัน ติดคุก ติดยาเสพติด มีบัญหาทางจิต ทำร้ายทางอารมณ์ ทอดทิ้งทางอารมณ์ ทำร้ายทางร่างกาย ทอดทิ้งทางร่างกาย และทำร้ายทางเพศ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาซ่อนเร้นในสังคมยุคบัจจุบัน จากการศึกษาในหลายประเทศ พบว่าระบบเศรษฐกิจและสังคมแบบทุนนิยมก่อให้เกิดความล่มสลายของสถาบันครอบครัว  สังคมแห่งความเหลื่อมล้ำ และโครงสร้างของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อตัวเด็ก"


       นอกจากนี้ บาดแผลในวัยเด็กหรือประสบการณ์ร้ายๆ สามารณปลี่ยนมาเป็นภาวะความเจ็บปวดฝังลึกได้ โดยเกิดจากการที่เซลประสาทและการเชื่อมโยงกันของเซลประสาทในสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งเกิดมาจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมจากครอบครัวหรือเติบโตมาในสภาวะครอบครัวที่วิกฤติ ส่วนที่ดีกลับถูกทำให้ไม่ดี เช่น ความรักต่อคนรอบข้าง ความรู้สึกไว้ไจต่อสิ่งที่ยู่รอบตัวของเด็ถูกทำลาย และเด็กก็สร้างความรู้สึกเกลียดชังต่างๆ มาแทนที่ ซึ่งเป็นผลมาจากความเจ็บปวดทางใจที่ส่งผลต่อสมอง

          "เพระฉะนั้นบาดแผลหรือประสบการณ์ร้ายๆ ในวัยเด็กไม่สามารถเปลี่ยนมาป็นภาวะความจ็บปวดฝังลึกได้นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูที่เหมาะสมต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กด้วย จากการวิจัยในหลายประเทศ พบว่าคนในช่วงวัยต่างๆ ที่มีประวัติได้รับประสบการณ์เลวร้ายหรือมีบาดแผลทางใจในวัยเด็กจะมีความเครียดสะสมในระดับที่ผิดปกติ จนทำให้เกิดความเครียดเป็นพิษ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาทางด้านสาธารณสุขและด้านการพัฒนามนุษย์ " รศ.นพ.อติศักดิ์ กล่าว

         การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลทางใจ สามารถดำเนินการได้โดยการลดความเสี่ยง ตั้งแต่ก่อนจะตัตสินใจสร้างครอบครัว การเตรียมพร้อมในการตั้งครรภ์ และการเป็นพ่อแม่ที่ดี เรียนรู้วิธีที่จะทำให้ครอบครัวเข้มแข็ง และพร้อมรับมือกับบัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาว เมื่อเกิดบัญหาที่ไมได้รับการแก้ไข แล้วไปสร้างครอบครัวใหม่ เด็กๆ ที่เกิดจากครอบครัวใหม่นี้ก็จะได้รับการถ่ายทอด ให้ได้รับผลกระทบในแบบเดียวกัน เป็นโลกผันผวนที่เกิดจากภาวะการณ์บาดเจ็บทางใจของเด็ก