
กลุ่มแรกของประเทศไทย 'เล่นน้ำสงกรานต์' แบบนี้จะมีความผิดหรือไม่ ?
กลุ่มแรกของประเทศไทย 'เล่นน้ำสงกรานต์' ไม่สนใจติดเชื้อโควิด-19 แบบนี้จะมีความผิดหรือไม่ ?
กลายเป็นเรื่องร้อนแรงทะลุโซเชียล เมื่อเพจดังจังหวัดร้อยเอ็ด โพสต์ ภาพ กลุ่มวัยรุ่นเล่นสาดน้ำ ภายในบริเวณหน้าบ้านของตัวเอง เปิดเพลงเต้นอย่างสนุกสนาน พร้อมด้วยข้อความว่า
“คึกคะนองเริ่มสงกรานต์63 ไม่สนใจโรคระบาด มีแฟนเพจส่งภาพ กลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองเล่นน้ำไม่สนใจคำสั่งทางจังหวัดร้อยเอ็ด ชาวบ้านเดือดร้อน มีโอกาสติดเชื้อจากน้ำ และขัดคำสั่ง ผู้ว่าโดยระบุเป็นเขตรับผิดชอบของอำเภอเสลภูมิ ขอให้ทางการเข้าตรวจสอบแม้ลบภาพคลิปไปแล้วแต่การกระทำลักษณะนี้ถือว่าเข้าข่ายตามคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2563 แฟนเพจท่านใดมีคลิปภาพลงใต้โพสต์นี้เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เป็นหลักฐาน”
ขณะที่วันนี้ (12 เม.ย.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงการเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ที่บ้านได้หรือไม่ว่า การรดน้ำเล่นน้ำไม่ได้เลยทุกที่ รวมถึงในบ้านด้วย ส่วนจะตรวจจับอย่างไรก็เห็นใจตำรวจที่ต้องไปสอดส่อง เพราะเด็กๆ ก็อยากจะเล่นจากอากาศร้อน แต่ก็ต้องบอกว่าอย่าทำเลย เพราะเจตนาของกฎหมายไม่ได้ต้องการจับ แต่จะบอกว่าการที่เล่นน้ำ ฉีดน้ำ อาจจะนำพาเอาเชื้อโรคจากคนหนึ่งไปอีกคนได้ ถ้าท่านเป็นผู้ใหญ่เอาเชื้อมาจากที่ไหนก็ไม่รู้แล้วจามออกมาระหว่างเล่นน้ำที่มีละอองหรือระหว่างฉีดน้ำ ซึ่งละอองอาจไปกับน้ำที่ฉีดไปได้ไกลกว่า 2 เมตร น้ำจึงเป็นตัวพาหะที่ฉีดออกไปและฟุ้งกระจายสู่ภายนอก
"สงกรานต์ช่วงนี้ 7 วันอันตรายที่สาธารณสุขขีดเส้นว่าเป็น 7 วันอันตรายของการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยเหมือนกัน ตัวเลขที่ต้องมาลุ้นกันว่าวันนี้ลดลง พรุ่งนี้ลดลง ก็ยิ่งดี แต่อย่าให้เป็นภาพที่ลุ้น 7 วันอันตรายอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตแล้วมันเพิ่มขึ้น เพราะว่าเราประมาทกัน เพราะเล่นน้ำสงกรานต์กัน เดิมขี่มอเตอร์ไซค์ไม่สวมหมวกกันน็อกดื่มหล้าทำให้เสียชีวิต เราก็ห่วงตัวเลขนี้ แต่ตัวเลขการติดเชื้อเกิดขึ้นจากการฉีดน้ำเล่นน้ำกันในบ้าน อย่าลืมว่าความเสี่ยงการติดเชื้อระหว่างคนในบ้านมีเปอร์เซ็นต์สูงมากๆ โดยกลุ่ม 20-49 ปี ไม่มีอาการสูงมาก การบอกว่าผมแข็งแรงดี ผมเล่นกับเด็กๆ ท่านเอาตัวโรคในตัวท่านมาพ่นสู่ลูกหลานท่าน" นพ.ทวีศิลป์ กล่าว



