เรื่องเล่าของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ที่ถูกโพสต์โดยเฟซบุ๊ก PhDude เล่าชีวิตความเป็นอยู่ใน รพ.สนามธรรมศาสตร์ ถึงความประทับใจในระบบการจัดการ และอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการแชร์เรื่องราวประสบการณ์ตรงที่ได้รับบริการจากที่นี่ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ 

อ่านข่าว ด่วน หมอทวีศิลป์ แถลงฯพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 รายชายวัย 54 ปีไม่มีโรคประจำตัว

31 มีนาคม 2563 "เดี๋ยววันนี้คนไข้จะถูกส่งตัวไปที่ รพ. สนาม นะคะ" คุณพยาบาลแจ้งให้ทราบ วันนั้นก็แอบกังวลใจเบาๆ ไม่มีไข้แล้วแต่อาการยังไม่หายขาด ผลยังเป็นบวกอยู่ ไปอยู่ตรงนั้นห่างแพทย์และพยาบาล จะทำยังไงถ้าอาการทรุดลงอีก แล้วที่พักจะเป็นยังไงนะ จะน่ากลัวหรือเปล่า จะนอนหลับไหม จะต้องไปอยู่อีกกี่วัน กังวลจัง

 

นั่นคือสิ่งที่คิดในใจวนเวียนไม่จบก่อนจะได้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วขึ้นรถ รพ. มาที่ รพ. สนาม มธ. พอลงรถ มีคุณ จนท. แต่งตัวด้วยชุดป้องกันเชื้อไวรัสมายืนรอ และให้ผู้ป่วย ยืนห่างกัน 2 เมตร เดินตามขึ้นอาคารในส่วนข้างหลังที่เตรียมไว้เป็นช่องทางสำหรับผู้ป่วยเท่านั้น ดังนั้น ทาง จนท. พยาบาล ทีมแพทย์ และผู้มาเยือนที่ รพ. สนาม จะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากทางเข้า-ออกของผู้ป่วยถูกแยกออกมาเป็นสัดส่วนชัดเจน นี่คือระบบการจัดการแรกที่มีการคิดมาเป็นอย่างดี เมื่อเข้าอาคารก็ขึ้นลิฟท์มาชั้น 8 โดยมี จนท. ยืนรอชี้แจงการเข้าอยู่ก่อนเข้าห้องพักส่วนตัว เมื่อเข้าห้องพัก ผู้ป่วยต้องสแกน QR codes 2 อัน เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว และเข้าไลน์กลุ่มที่ทาง รพ. สนาม จัดทำขึ้น สำหรับติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วยระหว่างการพักรักษาตัวที่ รพ. สนามแห่งนี้

 

ห้องดีกว่าที่คิดนะ มีกล้องวงจรปิดด้วยอะ ตอนเปิดประตูเข้าห้อง รู้สึกประทับใจ เพราะห้องดูสะอาดและมีอุปกรณ์ต่างๆครบครัน หลังจากเข้าห้องได้ไม่นาน ก็ได้รับการทักทาย สอบถามจากคุณ พยาบาล ที่ประจำอยู่ที่นี่ เพื่อชี้แจงสิ่งที่ต้องทำและสอบถามอาการและรายละเอียดเบื่องต้น มีไลน์กลุ่มของคนไข้ที่ทาง รพ. จะจัดกิจกรรมต่างๆให้เข้าร่วมตามความสมัครใจอยู่ตลอดเวลา มีนักจิตวิทยาคอยติดตามสอบถามและให้ประเมินสุขภาพจิตในแต่ละวัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่า "ดีเกินคาด" thoughtful มากๆ ทาง รพ. เห็นความสำคัญของเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพราะการอยู่ รพ. มากกว่า 10 วัน ของผู้ป่วยแต่ละราย อาจส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ได้ ซึ่งเราไม่ได้รับการรักษาแค่ทางร่างกาย แต่ทางจิตใจอีกด้วย

 

1 เมษายน 2563 เวลา 7.00 น. "รบกวนคนไข้วัดอุณภูมิร่างกายและระดับ oxygen ในเลือดด้วยนะคะ..." เสียงไลน์ดังขึ้น ต้องบอกว่าการที่เราถูกส่งมา รพ. สนาม คือต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ในทุกๆ ห้องจะมีอุปกรณ์วัดไข้และวัด blood oxygen level ซึ่งทุกๆ 7.00 น. และ 17.00 น. ผู้ป่วยต้องรายงานผลให้ทางคุณหมอและคุณพยาบาลทราบ เพราะเป็นเวลาก่อนทานอาหารของแต่ละวัน เมื่อแจ้งผล คุณพยาบาลก็ได้แจ้งว่ามีอาหารวางอยู่ที่หน้าห้อง ในตอนนั้น เรายังต้องทานยาต้านไวรัสอยู่เป็นมื้อสุดท้าย ซึ่งทาง รพ. ได้จัดเตรียมให้เราตั้งแต่ก่อนออกจาก รพ.

 

10.00 น. "คนไข้สะดวกคุยกับคุณหมอมั๊ยคะ อาการผื่นคันเป็นอย่างไรบ้างคะ" เสียงไลน์ดังขึ้นอีกรอบ แต่ละวันจะมีทีมแพทย์ทักถามอาการ ผ่านทาง Line call หรือ VDO call ต้องเกริ่นก่อนว่า เรามีอาการผื่นคันขึ้นทั้งตัวอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเพราะยาต้านไวรัสหรือเพราะเชื้อไวรัส ที่ทำให้เกิดอาการนี้ขึ้น ซึ่งทางคุณหมอก็ได้พยายามวิเคราะห์และให้ความช่วยเหลือติดตามผลมาตลอด เนื่องจากเป็นโรคระบาดใหม่ที่อาการของโรคแตกต่างออกไปในผู้ป่วยแต่ละราย จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าผื่นที่เกิดขึ้นแดงไปทั้งตัว คันจนนอนไม่หลับ มันเกิดจากอะไร (รีวิวอาการของโรคขอติดไว้รอบหน้านะคะ) ซึ่งก่อนมาอยู่ รพ. สนาม ก็แอบกังวลว่าทาง รพ. จะติดตามผลการเป็นผื่นอย่างไร แต่พอมาแล้วก็ประทับใจ คุณหมอให้ถ่ายรูปส่งประเมินอาการทุกวัน ได้ VDO call กับคุณหมอเพื่อดูอาการตลอด คุณหมอส่งยามาให้เยอะมาก (ตามรูป) นี่คืออีกสิ่งที่อยากแชร์ให้เห็นถึงการให้บริการของ รพ. สนาม ที่ดีเกินคาด จากที่กังวลว่าจะถูกลอยแพในห้องคนเดียว ตอนนี้สบายใจมากเพราะมีทีมแพทย์และทีมพยาบาลดูแลใกล้ชิด ถึงจะไม่ได้อยู้ใกล้ตัว แต่อยู่ใกล้ใจผู้ป่วยทุกราย

 

17.00 น. "โอ้โห... อาหารเที่ยงว่าดีแล้ว อาหารเย็นจาก On the Table เลยหรอ มีขนมมาให้อีกด้วย คือดีย์..." มันดีต่อใจมากค่ะทุกคน การทานอาหาร รพ. มาเป็นสิบๆวัน พอมาเจออาหารและขนมที่แตกต่างไป มัน"สร้างความสุขให้กับผู้ป่วย" ได้มากจริงๆ ประทับใจมากๆ ลองนึกภาพ การอยู่แค่ในห้องสี่เหลี่ยมกับตัวเองคนเดียวมาเกินครึ่งเดือน ความสุขอย่างหนึ่งที่หาได้ในช่วงการรักษาตัวคือ "อาหารการกิน"

 

ไม่ว่าจะเป็นของที่ทาง รพ. จัดไว้ให้ หรือมีผู้บริจาคมา ในฐานะผู้ป่วยคนนึง รู้สึกซาบซึ้งในความห่วงใยและใส่ใจพวกเรามากๆ ที่เห็นอยู่ประจำอีกอย่างคือน้ำดื่มจากสิงห์ อยากเป็นตัวแทนของผู้ป่วย "ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ" มันคือความสุขที่เรารับรู้ได้โดยตรงจากคนภายนอก เป็นน้ำใจและกำลังใจให้พวกเราเข้มแข็งสู้กับโรคนี้ต่อไป

 

 

2 เมษายน 2563  "วันนี้จะมี จนท. ขึ้นไปเก็บเนื้อเยื่อที่ห้อง เพื่อเอาไปตรวจนะคะ รบกวนปิดแอร์ก่อนล่วงหน้า 30 นาทีค่ะ" ปกติผู้ป่วยจะไม่ได้พบเจอคนภายนอก มีเพียงอาหาร น้ำดื่ม ถุงขยะและของฝาก มาวางไว้ให้ที่หน้าห้องวันละ 3 เวลา แต่วันนี้จะมีคุณพยาบาลขึ้นมาที่ห้อง (ดีใจ จะได้เจอคนอื่นบ้าง เบื่อหน้าตัวเองในกระจกมาก) ถึงกำหนดเก็บเนื้อเยื่อในลำคอและโพรงจมูกไปตรวจดูเชื้อ จึงต้องปิดแอร์และเปิดระเบียงห้องให้อากาศถ่ายเท ป้องกันไม่ให้ทาง จนท. ติดเชื้อ แม่ว่าจะมีการใส่ชุดป้องกันเชื้อไวรัสก็ตาม แต่การป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อที่อยู่ในห้อง จะช่วยป้องกัน จนท. จากการติดเชื้ออีกทางหนึ่ง

 

เผลอแปปๆ อยู่มาจะครบสัปดาห์แล้ว จะเห็นว่าตลอดเวลาที่อยู่ รพ. สนาม มีการติดตามผลอาการของผู้ป่วยตลอดเวลา มีทีมพยาบาล ทีมแพทย์ นักจิตวิทยา และ จนท. อื่นๆ ทั้งที่มาส่งข้าว เก็บขยะหรือเฝ้ารักษาความปลอดภัยครบครัน 

 

อยากจะคอนเฟิร์มจากประสบการณ์ตรงว่า "ภาพตรงปกนะคะ" ห้องพักสะอาด ดูดี สะดวกสบาย และการให้บริการดูแลผู้ป่วยต้องขอรีวิวว่า ให้ 5 ดาวไปเลยค่ะ ในฐานะ นศ. ป.เอก ที่หวังจะเรียนจบกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการรับใช้สังคม หากไม่ได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์ พยาบาล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้ ก็อาจจะมีความเสี่ยงจนไม่ได้มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อตอบแทนสังคม ทั้งๆที่ทีมแพทย์และพยาบาลต้องมาเสี่ยงชีวิตกับเราด้วย แต่ก็ยังสู้ไปพร้อมๆกับเรา การรีวิวนี้แอดมินจึงขอให้"หัวใจ"แทนดาว 5 ดวง แก่ทุกท่านที่ dedicate อุทิศชีวิตไม่ได้กลับบ้านไปหาครอบครัว ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อทุกราย