จากกรณีเมื่อวานนี้ (3 เมษายน 2563) หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีคำสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศชะลอการเดินทางเข้าประเทศของคนไทยและคนต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน จนถึงวันที่ 15 เมษายน นี้ แต่ปรากฏว่ากระทรวงการต่างประเทศยังคงออกเอกสารรับรองให้คนไทยและคนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตามปกติ และเมื่อเวลา 20.00 น. ของเมื่อวานนี้ (3 เมษายน) ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนไทยมากกว่า 100 คน เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ และปฏิเสธที่จะเข้ารับการกักตัวตามมาตรการของรัฐบาล

 

 

 

 

 

โดยพบว่ามีคนทีหนีการกักกันไปเป็นจำนวน 158 คน เจ้าหน้าที่ขีดเส้นตาย ให้มารายงานตัวในวันนี้ (4 เมษายน 2563) ในเวลา 18.00 น. ทาง พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เตรียมเปิดเผยรายชื่อผู้ที่ไม่มารายงานตัวภายใน 18.00 น.วันนี้ ให้สังคมรับรู้ และในทางกฏหมายจะถูกดำเนินคดีในฐานความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.สาธารณะสุข โดยมีอัตราโทษ จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนหรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมย้ำว่ารายชื่อทั้ง 152 คน อยู่ในมือเจ้าหน้าที่ทั้งหมดแล้ว หากพ้นเวลา 18.00น.ของวันนี้ ตำรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศบังคับกฏหมายอย่างจริงจังพร้อมเปิดรายชื่อผู้โดยสารจาก 20 จังหวัด ที่เดินทางในเที่ยวบินนี้ หากไม่มารายงานตัว
 
หนีกักตัวไม่รอด ล่าสุดรายงานตัวครบแล้ว 158 คน
 
 
 
 
ล่าสุดเมื่อเวลา 21.50 น. เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานงานในต่างจังหวัด ว่าประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แล้วหนีการกักตัว จำนวน 158 รายนั้นได้ติดต่อพบเจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ครับทั้ง 158 คนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้พาเข้าไปกักตัว ยังสถานที่กักตัวของทางราชการเรียบร้อยแล้ว
 

หนีกักตัวไม่รอด ล่าสุดรายงานตัวครบแล้ว 158 คน

 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามผู้โดยสารชาวไทยที่ได้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศเมื่อช่วงค่ำ ของวันที่ 3 เม.ย.63 ว่า ขณะนี้ชาวไทยทั้ง 158 รายได้มารายงานตัวครบแล้ว เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการกักตัวตามขั้นตอนต่อไป การเข้ามารายงานตัวดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากผู้โดยสารเดินทางจากต่างประเทศเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ไม่ยอมกักตัวตามมาตรการของประเทศไทย ในจำนวนนี้มีบางรายที่ตรวจพบว่ามีไข้ที่สนามบิน แต่ได้ออกจากสนามบินไปก่อน  เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะมีความเสี่ยงในการทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือโควิด-19 ไปยังบุคคลในครอบครัวได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวในครอบครัวและชุมชน เพราะหากในบางรายเชื้อยังอยู่ในช่วงระยะฟักตัวของโรค ก็ไม่มีอาการ ทำให้คิดว่าไม่ป่วย หรือบางรายมีอาการป่วยไม่มาก แต่สามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลรอบข้างได้ โดยเฉพาะผู้ใกล้ชิดในครอบครัว จึงควรรีบมาตรวจและกักกันโรคเพื่อความปลอดภัย