ค่ำวันนี้ (4 เม.ย.) ที่ สนามบินสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.สุรพงศ์ ชัยจันทร์ ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง2 เปิดเผยถึงตัวเลขผู้ที่มารายงานตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวน 103 คน แบ่งเป็น รายงานตัวที่สุวรรณภูมิ 67 คน จำนวนนี้มีไข้สูง 1 คน ได้ส่งตัวให้แพทย์ตรวจแล้ว รายงานตัวโรงแรมที่กักตัวอีก 36 คน ส่วนตัวเลขของต่างจังหวัดต้องรอกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รวบรวมก่อน จึงสามารถสรุปได้ว่ามีผู้มารายงานตัวรวมทั้งหมดเท่าไร ก่อนจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

 

          อย่างไรก็ตามศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสุวรรณภูมิจะยังเปิดให้มารายงานตัวได้ แต่ต้องมีเหตุผลชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ว่าเหตุใดไม่สามารถมาตามเวลาที่กำหนดได้ ซึ่งการดำเนินคดีจะพิจารณาเป็นกรณีไป เบื้องต้นจะดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรค มีโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่ก็อยากให้คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและผลกระทบทางสังคมที่มีความรุนแรงกว่าโทษทางกฎหมาย 

 

          ทั้งมีผู้รายงานตัวรวมแล้วจากเมื่อวานนี้และตามต่างจังหวัด ทั้งหมดจำนวน 117 ราย 

 

          ด้าน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฝากถึงผู้ปกครองของบุตรหลานที่กลับจากต่างประเทศ ว่า ขณะนี้รัฐบาลใช้มาตรการเข้มกับผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หากมารอพบหรือรับตัวที่สนามบิน อาจจะไม่ได้พบกัน เพราะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการกักตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็มีความเห็นใจ และขอให้เข้าใจการทำงานด้วย ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม

 

          ขณะเดียวกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แม่รายหนึ่งพาลูกสาวที่มารายงานตัวและได้ออกมาปกป้องลูกสาวที่เดินทางกลับมาจากประเทศสหรัฐฯ มีเอกสารรองรับตามขั้นตอนทั้งหมด แต่เนื่องจากวันนี้มีบางสื่อออกมาเปิดเผยรายชื่อและที่อยู่ของผู้โดยสาร มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิ และลูกสาวไม่ใช่อาชญากร แต่ทำไมถึงทำเช่นนี้ และอยากร้องเรียนรัฐบาลว่า จะนำลูกสาวไปกักตัวที่ไหน ไม่มีใครว่า ยอมร่วมมือทำตามข้อปฏิบัติ เพราะก็อยากให้เชื้อไวรัสโควิด-19 หายไปจากประเทศ แต่เมื่อลูกสาวเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนกว่านี้ และเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) เจ้าหน้าที่อนุญาตให้กลับบ้านได้เอง จึงเดินทางกลับ ไม่ได้หนีแต่อย่างใด แต่ทำไมถึงถูกสังคมรุมด่าทอ ขอให้หยุดด่าได้แล้ว เพราะคนเหล่านี้ไม่รู้ข้อเท็จจริง ยอมรับเสียใจที่คนไทยเป็นแบบนี้