4 เมษายน 2563  นายธนากร  คมกฤส  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เพราะประชาชนต่างรู้ดีอยู่ของว่าสาเหตุที่สลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาแพง เกิดจากสาเหตุด้านกระบวนการจำหน่าย คือมีคนกลางหรือ“ปั๊ว” รับซื้อสลากจากผู้ที่ได้โควต้าสลากมาแล้วไม่นำสลากไปขายเองเอามาขายต่อ “ปั๊ว”แล้ว“ปั๊ว”ก็เอามาขายต่อผู้ค้ารายย่อย และบวกกำไรมากันเป็นทอด ๆ ราคาสลากจึงแพง      

 

การเปลี่ยนระบบการจำหน่ายสลากมาจำหน่ายด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชั่น ให้เกิดการซื้อสลากตรงจากสำนักงานสลาก โดยไม่ต้องผ่านระบบ “คนกลาง” จึงเป็นหนทางแก้ปัญหาสลากราคาแพงได้ดีที่สุด และไม่มีความจำเป็นต้องออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสลากสิบสองนักษัตรให้คนก่นด่ากันทั่วเมืองว่าออกมาแล้วจะมอมเมาประชาชน และอาจนำมาซึ่งปัญหาใหม่ทับซ้อนให้แก้ยากยิ่งไปอีกและนี่คือโอกาสทองที่ดีที่สุดที่ท่านจะประกาศ Reset ระบบการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล  ด้วยเหตุผลอย่างน้อย 3 ประการ

 

หนึ่ง เพราะเป็นจังหวะการเว้นวรรคที่ทุกอย่างกำลังหยุด  แทบจะไม่เคยมีครั้งไหนที่จะหยุดกระบวนการขายสลากได้ (ยกเว้นช่วงเกิดวิกฤตการเมือง หรือน้ำท่วมใหญ่) แต่ครั้งนี้โควิดช่วยหยุดได้ และอาจจะหยุดมากกว่าสองงวดด้วยซ้ำ

 

สอง เป็นจังหวะที่ “ท่านทำแล้วไม่โดดเดี่ยว” เพราะขณะนี้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งเงินอุดหนุนห้าพันบาทสามเดือน หรือการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะเพิ่มรายได้และอื่น ๆ  ซึ่งผู้มีอาชีพอิสระนอกระบบการประกันสังคมอย่างผู้ค้าสลากก็มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือนี้ด้วย

 

หากท่านไม่อาศัยจังหวะนี้ แล้วจะไปรีเซ็ตในภาวะเหตุการณ์ปกติ ท่านอาจต้องรับเรื่องนี้ไปฝ่ายเดียว และผู้ขายสลากก็จะรู้สึกว่าเจ็บอยู่ฝ่ายเดียว   แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายมีเพื่อนร่วมเจ็บ แม้อาจจะมากน้อยต่างกัน

 

สาม นี่คือจังหวะที่อาจจะเป็น “จุดเปลี่ยนอาชีพ” ของหลายคน  หากเขารู้ว่าอนาคตอาชีพการค้าสลากจะถูก disrupt เหมือนหลาย ๆ อาชีพที่จะถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่  นี่คือโอกาสที่เขาจะเปลี่ยน

 

ที่เสนอเช่นนี้ไม่ได้ความว่า การ Reset จะต้องเกิดขึ้นโดยฉับพลันทันใดวันนี้หรือเดือนนี้  แต่การตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยน” และจะเริ่มเปลี่ยนผ่านเมื่อไร จะค่อย ๆ ทยอยเปลี่ยนทีละเท่าไร เริ่มที่จุดไหนก่อน เสนอเป็น road map ให้เห็นขั้นตอนและช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านที่สื่อสารได้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนได้ทราบอนาคต ก็น่าจะทำให้เปลี่ยนผ่านได้อย่างไม่น่าจะประสบปัญหามากนัก               

 

ฉะนั้น ยิ่งท่านคิดเร็ว คิดชัด และตัดสินใจเด็ดขาด บอกกล่าวแก่พวกเขาเสียแต่ตอนนี้   พวกเขาจะได้คิดหาลู่ทางเปลี่ยนอาชีพเสียแต่เนิ่น ๆ

 

 

ประโยชน์ที่ท่านคงทราบดีจากการนำเทคโนโลยีมาช่วยจำหน่ายสลากคือ  หนึ่ง แก้ปัญหาการขายสลากเกินราคาได้สักที   สอง  ไม่ต้องห่วงเรื่องการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน เพราะหากกำหนดให้ต้องคีย์เลขประจำตัวประชาชนในการซื้อสลาก ก็สามารถปฏิเสธการเข้าซื้อของบุคคลที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมายได้

 

สาม หมดปัญหาสลากหายแล้วมาแย่งกันเป็นเจ้าของพอสลากใบนั้นถูกรางวัล เพราะการคีย์เลขบัตรประชาชนคือการผูกพันการเป็นเจ้าของสลากเลขนั้นไปโดยอัตโนมัติละที่สำคัญคือ สี่ รัฐบาลจะได้เงินเพิ่มระดับหมื่นล้านบาทโดยไม่ต้องออกสลากตัวใหม่ จากการที่ไม่ต้องเสียส่วนแบ่ง 17% ตามกฎหมายให้แก่ฝ่ายผู้ค้าสลาก 

 

อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปขายสลากด้วยแอปพลิเคชั่นทั้งหมดก็ได้  ท่านอาจสงวนสลากใบไว้จำนวนหนึ่งให้แก่กลุ่มคนที่เหมาะสมได้  เช่น กลุ่มผู้ค้าผู้พิการหรือผู้สูงอายุหรืออื่น ๆ  และทำระบบทะเบียนเพื่อควบคุมจำนวนผู้ค้า ไม่ให้คนตาดีแขนขาดีกำลังวังชาดีเข้ามามั่วแย่งขายอีก  แล้วพัฒนาระบบสวัสดิการแบบ mercy welfare มาดูแลผู้ค้าเหล่านี้บ้าง ก็น่าจะเป็นการปฏิบัติอย่างเปี่ยมมนุษยธรรม

 

นี่คือโอกาสทองที่ดีที่สุดที่จะแก้ปัญหาสลากแล้วครับ แต่มันจะเกิดขึ้นได้ด้วยความกล้าหาญของท่านประธานและกรรมการบอร์ดสลากเท่านั้น   ฉวยโอกาสนี้ไว้เถอะครับ  นี่มิใช่การซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลงแต่คือการสร้างโอกาสใหม่ สร้างระบบและความเป็นธรรมให้กับสังคมและผู้ค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เปราะบางทางสังคม