วันที่ 1 เมษายน นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า วันนี้ถือว่าทางการเมืองได้สูญเสียนักการเมืองที่ถือว่าเป็นปูชนียบุคคลอีกคนของเมืองไทย ผมได้นั่งคุยกับ พี่อดีต ส.ส.เอกภาพ พลซื่อ ท่านได้เล่าให้ผมฟังถึงประสบการณ์กับท่าน ประจวบ ไชยสาส์น ให้ฟังดังนี้ ฯพณฯประจวบ ไชยสาส์น ที่ผมรู้จักขณะที่ผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ชื่อเสียงท่านประจวบ ไชยสาส์น  เป็นที่ประจักในหมู่นักศึกษาคนอีสานว่า ท่านเป็นนักการเมืองน้ำดีจากภาคอิสาน มีความรู้ความสามารถหลายๆด้าน ก่อนเข้าสู้การเมืองท่านประสบความสำเร็จจากธุระกิจ Manpower 

 

 

 

          โดยท่านเล่นการเมืองสังกัดพรรคประชาธิปัตย์และเป็นหัวหอกสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอืสานโดยเฉพาะการแก้ปัญหาความยากจนของคนอิสานที่ยึดอาชีพทำนาเป็นส่วนใหญ่โดยท่านมองว่าการแก้ปัญหาของภาคอิสานจะต้องแก้ที่ความแห้งแล้งขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภคบริโภค จึงได้เสนอโครงการ โขง ชี มูล โดยจะนำน้ำจากแม่นัำโขง มาเติมลงแม่น้ำชีแม่น้ำมูลและแม่น้ำสาขาต่างๆทั่วภาคอีสาน โครงการนี้เป็นความหวังของชาวอีสาน โดยเฉพาะนักการเมืองจากภาคอีสานเกือบทุกคนเห็นด้วยพยายามจะสานต่อแต่การเมืองของประเทศไทยไม่ต่อเนื่องเปลี่ยนนโยบายไปตามสภาวะการณ์ เมื่อปี พ.ศ.2535 ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก สังกัดพรรคเอกภาพ ของฯพณฯอุทัย พิมพ์ใจชน หัวหน้าพรรค ได้คุยกับท่านประจวบ  ไชยสาส์น์ จึงได้รู้ว่าท่านมีความรู้มีแนวคิดดีๆกว่าที่เรารู้ โดยแนวคิดในการรวบรวม ส.ส.อีสานเพื่อปลดปล่อยความยากจนให้คนอืสานและรู้ลึกมากเกี่ยวการดำรงชีพของคนอิสานถึงขั้นเป็นปราชญ์ชาวอิสาน..การเลือกตั้ง ปี พ.ศ.2544 เป็นเลือกตั้งเขตละคนครั้งแรก มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบๆหนึ่งเป็นบัตรผู้สมัครเขตอีกใบเป็นบัตรพรรค ชอบคนเลือกคนชอบพรรคใดเลือกพรรคนั้น 

ยก'ประจวบ ไชยสาส์น'นักการเมืองน้ำดี

          ขณะนั้นฯพณฯประจวบ ฯสังกัดพรรคชาติพัฒนา ผมและท่านพินิจ จารุสมบัติ ได้ไปเชิญฯพณฯประจวบ ไชยสาส์น มาเป็นหัวหน้าพรรคเสรีธรรม เพื่อรวบรวม ส.ส.อีสาน และจะสานต่อโครงการโขง ชี มูล การหาเสียงครั้งนั้นฯพณฯประจวบฯขยันมาก ปราศรัยช่วยผู้สมัครในภาคอีสานเกือบทุกเขต และได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนภาคอีสานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะวันปราศรัยเปิดตัวหัวหน้าพรรคเสรีธรรม คนใหม่ฯพณฯประจวบ ไชยสาส์น ที่สนามทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุดรธานี โดยการจัดการของประธานที่ปรึกษาพรรค ฯพณฯพินิจ จารุสมบัติ คนอีสานมาฟังการปราศัยครั้งนั้นประมาณ 300,000 คน 

          ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นเราได้ ส.ส.เขต 14 เขตเราได้อันดับ 2 อีกประมาณ 40 เขตแต่การเลือกตั้งครั้งนั้นไม่ให้เอาคะแนนของผู้สมัครเขตมารวมเป็นคะแนนสัดส่วนของพรรค..เนื่องจากเราเปิดตัวหัวหน้าพรรคช้า ทำให้คะแนนพรรคเป็นรอง ในการระดมทุนเข้าพรรคเพื่อรนณรงค์ในการหาเสียงครั้งนั้นได้เชิญนักธุระกิจ ท่านทูตนุทูต จากหลายประเทศมาการปาถกฐาของฯพณฯประจวบฯหัวหน้าพรรค โดยหัวหน้าพรรคได้ปาถกฐาเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยบุคคลิกส่วนตัวฯพณฯประจวบฯเป็นนักประชาธิปไตย จะรับฟังความคิดเห็นของทุกคนท่านจะไม่โต้แย้งไม่ตัดบทจะฟังจนจบแล้วค่อยอธิบายให้เห็นผล เป็นผู้ใหญ่ที่มากประสบการณ์จริงๆที่ได้ทำงานร่วมกันในครั้งนั้นฯพณฯพินิจ จารุสมบัติ ประธานที่ปรึกษาพรรคเสรีธรรม ให้ความเคารพมาก แม้ปัจจุบันนี้พวกเราก็ยังเคารพนับถือฯพณฯประจวบ ไชยสาส์น ในฐานะปูชนีย์บุคคลทางการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

          และผมเห็นก็ได้คุยกับ พี่ ส.ส. นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พี่นริศ เล่าให้ฟังดังนี้ว่า อาลัย..ท่านประจวบ ไชยสาส์น ในวันที่ผมรับราชการที่กระทรวงเกษตรฯ ผมได้มีโอกาสไปช่วยงานกับท่านประจวบ อยู่ช่วงหนึ่ง แม้ผมจะเป็นข้าราชการเล็กๆ แต่ท่านให้เกียรติ ให้ความรักผมอย่างมาก จนผมมาเป็นนักการเมือง ท่านก็ยังรักและปรารถณาดีต่อผมเสมอมา ท่านเป็นนักคิดผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของประเทศไทย มีแนวคิด มีมุมมอง มีทัศนคติทางการเมือง ที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งการเมือง การศึกษา และทางสังคม ท่านเป็นนักปฎิบัติการหรือผู้บริหาร ที่สร้างคุณานุประโยชน์อย่างมากมาย  จากการดำรงตำแหน่ง รมช พาณิชย์ รมต กระทรวงวิทยาศาสตร์ รมต. สาธารณสุข รมต.เกษตรฯ รมต ต่างประเทศ รมต ทบวงมหาวิทยาลัย ท่านเป็นตำนานการเมืองที่ยิ่งใหญ่ ท่านสร้างคุณประโยชน์เพื่อคนอีสานและคนไทย จุดประกายการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคนอีสาน ท่านเป็นปราชญ์ทางการเมืองคนสำคัญคนหนึ่งของเมืองไทย

          ขอแสดงความอาลัยกับการสูญเสียบุคคลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ขอให้ดวงวิญญานของท่านประจวบ ไชยสาส์น จงไปสู่สุคติ อาลัยยิ่งครับ ผมคิดว่าประสบการณ์ความประทับใจจาก พี่เอกภาพ และ พี่นริศ คงสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และผลงานความประทับใจในความดีของ ท่าน ประจวบ ไชยสาส์น ที่มีต่อคนการเมืองอย่างพวกเราครับ

 

 

 

          ทั้งนี้ นายสามารถ ยังกล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กรุงเทพฯ เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะคณะทำงานศูนย์ร้องทุกข์ของพรรคพลังประชารัฐ  เรื่องปัญหามาตรการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ในร้านสะดวกซื้อนั้นไม่มีมาตรการดีเพียงพอยังมีการปล่อยปละให้ประชาชนเข้าไปรวมตัวกันและไม่มีระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทั้งทางเข้าและทางออก ระหว่างรอจ่ายเงิน หรือแม้แต่การหยิบสินค้า ตรงนี้เองอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้เพราะส่วนใหญ่เป็นร้านแบบปิด 

ยก'ประจวบ ไชยสาส์น'นักการเมืองน้ำดี

          นายสามารถ  กล่าวอีกว่า ตนจึงคิดว่าหากมีมาตรการป้องกันนั้นก็จะช่วยภาครัฐในการที่จะป้องกันโรคระบาดได้ โดยประชาชนในหลายพื้นที่ได้ประสานมายังศูนย์ร้องทุกข์พรรค พปชร. ว่าควรให้ร้านสะดวกซื้อมีมาตรการตรวจบุคคลที่จะเข้าไปภายในร้านหรือตรวจวัดอุณหภูมิ หากพบมีอุณหภูมิสูงก็จะช่วยในการคัดกรองได้ สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล โดยจัดตั้งจุดสกัดกั้นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 บูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้จะขอความร่วมมือกับภาคเอกชน ร้านสะดวกซื้อ มั่นใจว่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ ได้หารือร่วมกับ นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงมาตรการดังกล่าวเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และภาคเอกชนในมาตรการตั้งหน่วยคัดกรองในร้านสะดวกซื้อ