สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ได้ลามไปถึงศบค.ภายในทำเนียบหลังพบข้าราชการที่เข้าออกในการประชุมติดเชื้อไวรัสด้วย

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางถึงทำเนียบ เวลา 08.45 น. และเมื่อเวลา 09.30 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ซึ่งแต่เดิมใช้สถานที่ตึกสันติไมตรีหลังนอกเป็นสถานที่ในการประชุมมาตลอด

 

 

 

 

แต่วันนี้ได้ย้ายมาประชุมที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเนื่องจากครบกำหนดต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อและการประชุมวันนี้ได้แจ้งให้สื่อมวลชนทราบว่าไม่อนุญาตให้สื่อและช่างภาพเข้าบันทึกภาพก่อนการประชุมดังกล่าวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยจะใช้ช่างภาพของทางสำนักโฆษกบันทึกภาพเท่านั้น รวมไปถึงการประชุมคณะอื่นๆ ภายในทำเนียบด้วย ยกเว้นการแถลงของผลการประชุมศบค.ที่อนุญาตให้เฉพาะสื่อเข้าฟังและนั่งตามเก้าอี้ที่ได้จัดเตรียมไว้โดยไม่อนุญาตให้ช่างภาพเข้าบันทึกภาพ เนื่องจากการแถลงข่าวดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์อยู่แล้ว

นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้งดดักรอสัมภาษณ์นายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรี ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุมในทุกคณะที่มีการประชุมภายในตึกต่างๆ ที่ทำเนียบเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส และเป็นการยกระดับมาตรการการควบคุมให้เข้มข้นขึ้น ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกตว่าข้าราชการภายในทำเนียบได้เริ่มลดจำนวนการมาทำงานโดยใช้การทำงานแบบเหลื่อมเวลาและบางส่วนทำงานที่บ้านแล้วและมีรายงานว่ามีข้าราชการที่ทำงานในศบค.ติดเชื้อโควิด-19

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงยอมรับว่า ล่าสุดพบข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขติดเชื้อไวรัสโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยหรือการรักษา แต่มีประวัติเดินทางไปประชุมหลายสถานที่ เป็นผู้ป่วยชายอายุ 46 ปี เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พบมีน้ำมูก ไอ อาการคล้ายภูมิแพ้ จึงไปตรวจแล้วผลยืนยันพบว่าติดเชื้อ จึงไปรักษาตัวที่สถาบันบําราศนราดูร ทั้งนี้ผู้ป่วยดังกล่าวได้เดินทางมาในทำเนียบรัฐบาลด้วย เป็นคนที่วิ่งเข้าวิ่งออกไปประชุม เบื้องต้นประมาณการผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 30 คนต้องเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่พบว่าผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขติดเชื้อแต่อย่างใด

ขอปชช.ร่วมมือลดการสัญจร

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่จำนวน 136 ราย ผู้ป่วยสะสม 1,524 ราย ถือว่าผู้ป่วยรายใหม่ยังทรงๆ แต่ยอดสะสมยังเพิ่มขึ้น โดยนายกฯ บอกว่าอย่าชะล่าใจ แม้จะเป็นข่าวดีที่ทำให้ตัวเลขรายใหม่ไม่ยกขึ้นจำนวนมากแต่ขอให้ประชาชนร่วมมือกันเข้มแข็งที่สุดเพื่อไม่ให้ตัวเลขโดยรวมสูงไปมากกว่านี้ หากจำแนกตามพื้นที่จะพบว่าพื้นที่ กทม. นนทบุรี ยังมีตัวเลขที่สูง แต่แนวโน้มของต่างจังหวัดยังมีขึ้นๆ ลงๆ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งผู้ป่วยในต่างจังหวัดเริ่มมากกว่า กทม.ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม เป็นต้นมา

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ประชาชนมีการสัญจรไปมาลดลงจากวันที่ 21 มีนาคม โดยการสัญจรด้วยรถประจำทางลดลง 45.58% รถยนต์ส่วนตัวลดลง 41.33% รถไฟฟ้าลดลง 58.63% รถไฟระหว่างเมืองลดลง 64.67% การโดยสารทางน้ำลดลง 40% อย่างไรก็ตามต้องขอความร่วมมือมากยิ่งขึ้น ต้องได้ประมาณ 90% ถึงจะได้ผลในการช่วยกันลดโอกาสแพร่เชื้อ แต่ตอนนี้ลดแค่ 40% เท่านั้น ซึ่งเราไม่สามารถลดกราฟการแพร่ระบาดลงได้ ประชาชนต้องมาร่วมตรงนี้ด้วย

สำหรับการกระจายตัวพบว่าหลายจังหวัดเสี่ยง เช่น อุบลราชธานี 7 ราย ภูเก็ต 32 ราย กระบี่ 6 ราย ยะลา 22 ราย ปัตตานี 23 ราย ชลบุรี 17 ราย สระแก้ว 8 ราย นอกจากนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังรายงานมาตรการเข้มข้นใน จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และภูเก็ต เช่น จ.ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อ 41 ราย กักตัวอยู่บ้าน 298 คน ปิดสถานที่เสี่ยง 2,532 แห่ง ห้ามประชาชนออกมายังชายหาด งดออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 20.00-03.00 น. เป็นต้น

งดมวยตู้-จัดสรรหน้ากากใหม่

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ศบค.ได้ประชุมทบทวนมาตรการหลังจากใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจแต่ไม่ถึงขั้นพอใจเต็มที่ แม้มีส่วนน้อยยังกระทำอยู่แต่อาจจะทำความเสียหายให้ส่วนรวมได้ ซึ่งอาจจะนำไปสู่มาตรการที่แรงขึ้นได้ โดยเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมายังพบปริมาณรถที่ออกมามากซึ่งปัจจุบันต้องอยู่บ้านที่ทั่วโลกกำลังทำกันอยู่ ทั้งนี้ที่ประชุมได้ส่งสัญญาณให้สถานีโทรทัศน์ให้งดถ่ายทอดชกมวยในเดือนเมษายนนี้ เพราะแม้จะมีแต่นักชกแล้วถ่ายทอดสดไป แต่นักชกก็มีความเสี่ยงและเสี่ยงมีการรวมตัวเชียร์มวยแล้วดื่มกินกันด้วย จึงให้งดถ่ายทอดสดชกมวย ส่วนเรื่องเว้นระยะห่างทางสังคมก็มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาและพบยังมีการรวมกลุ่ม อาทิ ตามแม่น้ำลำคลอง มีการแข่งเจ็ตสกีในแม่น้ำเจ้าพระยา และวินมอร์เตอร์ไซค์ก็เสี่ยงเรื่องการพูดคุยใกล้ชิดซ้อนขี่รถกันโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย นอกจากนี้มีแจ้งมาว่าบริเวณจังหวัดชายแดนอีสานยังมีการใส่บาตรที่ถือเป็นความเสี่ยง โดยเฉพาะการใช้มือหยิบจกข้าวเหนียว และกรณีรับแจ้งว่ากองถ่ายโทรทัศน์ที่ต้องรวมคนหมู่มากก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเช่นกัน

นอกจากนี้ประการที่สองในเรื่องหน้ากากอนามัยเราได้ล้างตัวเลขเก่าและทำแผนจัดสรรหน้ากากอนามัยใหม่เริ่มตั้งแต่เย็นวันนี้ (30 มี.ค.) ให้ไปรณษณีย์รับผิดชอบในการจัดส่ง โดยตัวเลขใหม่ที่ 11 โรงงานผลิตได้รวมกันวันละ 2.3 ล้านชิ้น จะจัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุขจำนวน 1.3 ล้านชิ้นไปให้บุคลากรการแพทย์ ส่วนโควตากระทรวงมหาดไทยจำนวน 1 ล้านชิ้น เพื่อจัดส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย เช่น อสม. และให้เจ้าหน้าที่บริการประชาชน เจ้าหน้าที่ขนขยะ รวมทั้งตำรวจและทหารที่ตั้งด่าน และกลุ่มเสี่ยง เช่น คนสูงวัย เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งทั้งหมดยังไม่ถึงมือประชาชนเพราะเท่านี้ก็หมดแล้ว จึงขอให้ประชาชนอดทนสักระยะ ซึ่งการแจกจ่ายแบบนี้จะใช้ไประยะหนึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เพียงพอแล้วจะจัดสรรไปให้ประชาชนเพิ่มเติม 

สำหรับในส่วนการส่งออกหน้ากากจำเป็นใน 3 เหตุที่ต้องอนุมัติ คือ 1.ส่งออกเพราะได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ 2.เป็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และ 3.เป็นเรื่องเอฟทีเอระหว่างประเทศกัน อย่างไรก็ตามการนำเข้าหน้ากากอนามัยนั้น กระทรวงการคลังได้มีมาตรการลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์กำลังอยู่ระหว่างจัดทำรายการ

ขณะที่นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องหน้ากากอนามัยที่ก่อนหน้านี้มีการระบุกันว่ามีในสต็อก 200 ล้านชิ้นนั้น เป็นตัวเลขที่คลาดเคลื่อน ข้อเท็จจริงคือวัตถุดิบที่สามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ 200 ล้านชิ้นแต่ยังไม่ได้ผลิต โดยเราจะจัดสรรให้บุคลากรการแพทย์และสถานพยาบาลก่อน

ยธ.กักกว่า100ใกล้ชิดคนป่วย

ด้านนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่สหกรณ์กระทรวงยุติธรรมป่วยติดเชื้อจึงได้จำกัดกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดและผู้ที่มีโอกาสพบปะร่วมงานกับผู้ป่วยเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละประมาณ 40-50 คน โดยกลุ่มแรกเป็นเพื่อนร่วมงานใกล้ชิดภายในสหกรณ์และกรรมการสหกรณ์ทั้งชุดที่เข้าร่วมประชุมในห้วงเวลาที่ผู้ป่วยเข้าปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนการประชุมประมาณ 14 คน

ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวง ที่ต้องประสานงานร่วมกับผู้ป่วย และกลุ่มที่ 3 เจ้าหน้าที่อื่นๆ ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่พบปะกับผู้ป่วย โดยให้ทั้ง 3 กลุ่มกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการภายในที่พักเป็นเวลา 14 วัน ในส่วนของอาคารสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์และส่วนอื่นๆ กระทรวงยุติธรรมได้เข้าทำความสะอาดพร้อมสั่งปิดทำการสหกรณ์ด้วย

 

 

 

 

ศูนย์ราชการพบติดเชื้อ3ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้สำนักงานเขตหลักสี่ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 53 จะเข้าสอบสวนโรคภายในศูนย์ราชการอาคารเอ และอาคารบี หลังได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในหน่วยงานติดเชื้อโควิด-19 ดังนี้ 1.เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกองคลัง ชั้น 2 กรมที่ดิน อาคารบี 2.เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า OTCC ปฏิบัติงานที่อาคารจอดรถ ชั้น 5 และ 3.เจ้าหน้าที่สหกรณ์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติงานที่ชั้น 6 อาคารเอ ในส่วนของผู้ที่ทำงานใกล้ชิดผู้ป่วยนั้นได้กักตัว 14 วันแล้ว ตามมาตรการแนวทางการป้องกันไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีการแจ้งไปยังพนักงานและเจ้าหน้าที่หากท่านใดได้ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงตามข้างต้นขอให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบโดยด่วน

สั่งแม่ทัพภาคจัดสนับสนุนสธ.

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) เพื่อรับทราบสถานการณ์ประจำวัน โดยเน้นย้ำ เรื่องการจัดโรงพยาบาลทหารที่ได้กำหนดไว้แล้วในแผนยุทธการเพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันขอให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารทุกจังหวัดบริหารจัดการให้เกิดความเรียบร้อย หากขาดอุปกรณ์ในการดำเนินการให้รีบแจ้ง นอกจากนี้บุคลากรแถวสอง เหล่าเสนารักษ์ที่ไม่ได้อยู่ในหน่วยขอให้แม่ทัพภาคไปสำรวจกำลังพลเตรียมไว้พร้อมทั้งให้สำรวจยอดกำลังพลที่เป็นผู้หญิงและตั้งครรภ์ที่อนุญาตให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้าน ต้องเน้นย้ำไม่ให้งานในหน้าที่บกพร่อง สำหรับการเดินทางของกำลังพลที่ออกนอกพื้นที่ กำลังพลทุกนายต้องมีการบันทึกซักถามว่าไปที่ใดบ้าง และพบปะกับใคร ยกเว้นกำลังพลที่เดินทางไปราชการ

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวขอบคุณกองทัพภาคที่ 2 ส่งกำลังไปสนับสนุนคลี่คลายสถานการณ์ กรณีนักโทษก่อเหตุที่เรือนจำ จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นกรณีใดขอให้ผู้ที่ออกไปปฏิบัติงาน ปฏิบัติตัวป้องกันไวรัสอย่างรัดกุม เช่น สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ส่วนชุดตรวจที่ลงไปตรวจการแพร่ระบาดของโรคหน่วยทหารขอให้ดำเนินการครบถ้วนโดยเฉพาะโรงนอน โรงอาหาร เป็นต้น

กทม.จัดหาพื้นที่ผู้ป่วย-กักตัว

วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร ครั้งที่ 7/2563 โดยในที่ประชุมสำนักพัฒนาสังคม ได้รายงานมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของกทม.และแนวทางการให้ความช่วยเหลือกรณีผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคตามระเบียบ กทม.ในระยะเร่งด่วน อาทิ ค่าใช้จ่ายทุนประกอบอาชีพ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องในการรักษาพยาบาล ซึ่งจำนวนครัวเรือนในพื้นที่กรุงเทพฯ มีประมาณ 470,000 ครัวเรือน คาดการณ์ว่าจะมีครัวเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 100,000 ครัวเรือน ส่วนการช่วยเหลือในระยะยาว ได้แก่ การส่งเสริมอาชีพ การฝึกอาชีพ ณ โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. 10 แห่ง ศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. 6 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักพัฒนาสังคม บริการฟรี ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขต บริการฟรีเช่นกัน

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักการแพทย์และสำนักอนามัยเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการจัดการศพผู้เสียชีวิตและการเผาศพสำหรับทุกศาสนาเพื่อให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกหากมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่รวมทั้งมอบหมาย 50 เขตสำรวจจำนวนผู้ป่วยและผู้ถูกกักตัวในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์เตรียมจัดหาพื้นที่สำหรับผู้ป่วยและผู้ถูกกักตัว สำหรับการตั้งจุดคัดกรองเส้นทางเข้ากรุงเทพฯ จำนวน 12 จุด ซึ่งยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนนั้น ในวันที่ 31 มีนาคม จะจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจการปฏิบัติงานที่จุดคัดกรองเส้นทางเข้ากรุงเทพฯ 12 จุดสำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป