27 มีนาคม 2563  นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) แถลงภายหลังการประชุมสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยระบุว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังคงมาเป็นประธานในที่ประชุม โดยกล่าวชื่นชมประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่นเดียวกันกับส่วนราชการและทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับมาตรการต่างๆ ในการบริการประชาชน เช่น การจัดที่นั่งบนรถประจำทางของกระทรวงคมนาคม การที่โรงงานจัดที่นั่งเว้นระยะห่างในโรงอาหาร

 

 

 

               ส่วนในที่ประชุมได้มีการรายงานของผู้รับผิดชอบด้านต่างๆ ให้ นายกฯ รับทราบ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอภาพสถานการณ์ ซึ่งวันนี้ผู้พบป่วยเพิ่ม 91 ราย ทำให้เห็นว่ามีทิศทางของการพบผู้ป่วยเพิ่มที่ลดลงเล็กน้อย แต่ผู้ป่วยสะสมยังคงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันทิศทางของการแพร่ระบาดในต่างจังหวัดและ กทม. ยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งมีการแพร่ระบาดไปแล้วกว่า 52 จังหวัด

               โดย นายกฯ ได้รับทราบพร้อมสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเสนอมาตรการเตรียมความพร้อมเรื่องของจำนวนเตียงผู้ป่วย โดยล่าสุดมีการปรับเอาโรงแรมมาเป็น รพ.เฉพาะกิจ เบื้องต้น ได้ทดลองนำผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากมารักษา ส่วนที่โรงพยาบาลจะเป็นผู้ป่วยอาการหนักเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าอุปกรณ์แพทย์และเตียงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีอย่างเพียงพอ

 

 

 

               โฆษก ศบค. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการใช้งบกลางกว่า 1,500 ล้านบาท ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์และกระจายไปตามหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

               ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์นั้นได้รายงานเรื่องสินค้าราคาแพง เช่น ไข่ไก่ โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์แจงว่าได้เข้าไปพูดคุยกับเหล่าผู้ประกอบการฟาร์มไก่ไข่แล้ว ยืนยันว่า ยังคงอยู่ราคา 2.8 บาทต่อฟอง แต่คาดว่าน่าจะมีปัญหาอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง ซึ่งความเป็นจริงยังสามารถตั้งราคาขายได้ที่ 3.35 บาท หากพบการขายเกินราคาก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับผู้ประกอบการค้าปลีกรวมถึงการส่งสินค้าเดลิเวอรี่ ยืนยัน ไม่มีการขึ้นราคา ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ยังได้เสนอให้ตั้งศูนย์บริหารการแก้ปัญหาหน้ากากอนามัย 3 คณะครอบคุมทั้งการจัดซื้อนำเข้าและการส่งออก

 

 

 

               ส่วนกระทรวงมหาดไทยได้รายงานว่า ได้ให้จังหวัดที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก มีความเสี่ยงสูง ต้องยกระดับมาตรการอย่างเข้มข้น ได้แก่กลุ่มจังหวัด กทม. และปริมณฑล กลุ่มจังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา ระยอง และอุบลราชธานี โดยเน้นย้ำมากเป็นพิเศษ คือ กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว

               ส่วนกระทรวงการต่างประเทศมีการรายงานถึงคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ที่อิตาลี โดยอาจมีการเช่าเหมาลำเครื่องบินเพื่อไปรับกลับ ส่วนจะมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา เนื่องจากในที่ประชุมยังไม่มีการพูดคุยในรายละเอียด แต่ก็ได้ประสานงานกับสาธารณสุขในการหามาตรการเพื่อดูแลอย่างเข้มข้นเมื่อกลับมาถึงไทย

 

 

 

               ขณะที่ กระทรวงกลาโหมโดย ผบ.ทสส. ระบุว่า ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีหลังจากที่มีการตั้งจุดตรวจสกัด แต่ก็ต้องเพิ่มจุดตรวจใน กทม. และปริมณฑล วันนี้เป็น 377 จุด

               เมื่อถามถึงกระแสดราม่ากรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น นายอนุทินก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจแล้ว ซึ่งการออกมาแสดงความเห็นคงเป็นชุดข้อมูลที่ได้รับรายงานว่าแพทย์ที่ติดเชื้อไม่เกี่ยวโยงกับผู้ป่วย แต่เมื่อทราบรายละเอียดจึงปรับท่าทีใหม่

               ส่วนการดูแลขวัญกำลังใจของทีมแพทย์ ยืนยันว่า คณะผู้บริหารรับทราบว่าเป็นเรื่องสำคัญ และนายอนุทินก็ปฏิบัติมาตลอด ซึ่งก็ได้บอกตั้งแต่แรกว่าหากขาดเหลืออะไรก็จะใช้เครือข่ายให้เป็นประโยชน์ อย่างที่เห็นภาพการรับบริจาคอุปกรณ์การแพทย์จากภาคเอกชนจีน พร้อมเปิดใจว่า รักนายอนุทินตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขแล้ว และเชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะเพียงพอ

 

 

 

ศบค. ยกระดับเข้มข้นทุกมาตรการกลุ่ม จว.ความเสี่ยง โควิด-19 สูง