คมชัดลึกออนไลน์ 4 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

อย่าบีบใช้ยาแรง"ปิดประเทศ"

27 มีนาคม 2563 - 06:00 น.
โควิด19,ปิดประเทศ
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 1,006 ครั้ง

ผบ.ทสส.ชี้หากคนไทยเพิกเฉย ไม่ร่วมสกัดโควิด ขู่ปิดประเทศ ตั้ง 357 ด่านคุมข้ามจังหวัด "บิ๊กตู่"มอบแนวทาง 6 ข้อ"ศบค." ชี้คน 50% ร่วมมือลดป่วยได้เป็นหมื่น ลงเรือ-บขส.-ขสมก.ต้องสวมแมสก์จัดที่นั่งเว้นห่าง


หลังจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พร้อมมาตรการ 16 ข้อเป็นกฏเหล็ก หากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมและตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นต้องใช้มาตรการสูงสุดปิดประเทศ

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัศโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงข่าวว่า ใจความสำคัญของสถานการณ์ฉุกเฉิน เกิดจากการติดเชื้อและการเสียชีวิตที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขั้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยขณะนี้มีจุดตรวจ 357 จุดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจและฝ่ายปกครองมีทหารเข้าร่วมเพียง 7 จุดในกทม.

 

 

 

ทั้งนี้จุดตรวจดังกล่าวจะดูแลให้ประชาชนปฏิบัติตามข้อแนะนำที่สาธารณสุข เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม และการสวมหน้ากากอนามัย หลังจากนี้ถ้ามีการกำหนดข้อปฏิบัติเพิ่มเติม เช่น ถ้ากระกระทรวงพาณิชย์กำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติมก็จะตรวจตราตรงนี้ ซึ่งการคัดกรองจะต้องค่อยเป็นค่อยไป


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

“ที่ผ่านมาภาครัฐเชิญชวนให้ประชาชนปฏิบัติตัวป้องกันโรคหลายอย่างแต่ทุกคนยังใช้ชีวิตปกติจึงทำให้ตัวเลขสูงขึ้น หลังจากนี้ถ้าเชิญชวนแล้วไม่ปฏิบัติ รณรงค์แล้วไม่ทำ ถ้าตัวเลขก็จะยิ่งสูงขึ้น และไม่รู้ตัวเลขจะจบตรงไหน จึงเป็นที่มาของการกำหนดมาตรการขณะนี้ยังไม่ปิดประเทศ ปิดเมือง และปิดการสัญจร แต่ถ้าพฤติกรรมยังไม่เปลี่ยนและตัวเลขสูงขึ้นก็จะนำไปสู่การปิดประเทศ ผลกระทบดำเนินชีวิตของประชาชนจะสูงขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกคนว่าแทนที่จะรอให้ถึงการล็อกดาวน์ เพราะการที่ทุกคนไม่ปฏิบัติตามนั้นส่งผลเสีย เราต้องหันมาปรับพฤติกรรมครั้งใหญ่แทนการถูกบังคับ ไม่ว่าจะเป็นการลดชั่วโมงทำงาน การทำงานที่บ้าน ขอร้องเริ่มต้นเสาร์-อาทิตย์นี้ หยุดอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านได้ให้ทำ”พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว

ผบ.ทสส.กล่าวอีกว่า วันนี้อยากขอความร่วมมือนายจ้าง หัวหน้าส่วนราชการ พิจารณาแนวทางเหลื่อมเวลา ลดเวลาการทำงาน ป้องกันการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก วันพฤหัสบดีคิด วันศุกร์สั่ง เสาร์และอาทิตย์ก็ขอให้อยู่กับบ้าน ถ้าทุกคนทำด้วยความสมัครใจตามคำแนะนำอยากให้รอดูผลที่จะเกิดขึ้น เพราะตัวเลขนับพันที่เกิดขึ้นในขณะนี้เกิดจากความหละหลวม ไม่ทำตามคำแนะนำเมื่อ 10 วันก่อน สิ่งที่จะทำวันนี้ก็จะส่งผลถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อใน 10 วันข้างหน้า และจากการประเมินถ้าทุกคนทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดผู้ติดเชื้อจนถึงวันศุกร์หน้าจะอยู่ที่ 2 พันราย แต่ถ้าไม่ปรับวิธีดำเนินชีวิตตัวเลขจะสูงถึง 7,000-10,000 ราย เราต้องเลือกที่จะควบคุมตัวเอง นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะแสดงความร่วมมือ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ด้านพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเน้นย้ำแนวทางปฏิบัติของจุดตรวจทั่วประเทศ โดยประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องเดินทางให้อยู่บ้าน งดเว้นการเดินทางข้ามจังหวัดหากจำเป็นจะต้องได้รับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด พกบัตรประจำตัวประชาชน ตรวจวัดอุณหภูมิ สวมหน้ากากอนามัย ติดตั้งแอพพลิเคชั่นติดตามตัวในการเดินทาง ให้เว้นระยะห่างในการนั่งหรือการยืน หากพบว่าบุคคลกลุ่มเสี่ยงหรือมีไข้จะต้องกักตัวทันทีตามมตรการกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ห้ามเข้าไปในพื้นที่หรือสถานที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อห้ามชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันหรือยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยอย่างเช่นการตั้งวงดื่มสุราริมชายหาดบางแสนตามข่าวที่ผ่านมา ห้ามเผยแพร่ข่าวเท็จ รวมไปถึงจัดกิจกรรมหรือพิธีกรรมทางสังคมตามประเพณีนิยมยังคงจัดได้ตามความเหมาะสมแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ป้องกันโรค

ทั้งนี้ในการตั้งจุดตรวจจนเป็นปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้มีการปรับการปฏิบัติทั้ง 7 จุด พร้อมขอให้ประชาชนเสียสละเวลา โดยจะเน้นรถกลุ่มเสี่ยงก่อนเป็นหลัก ส่วนที่มีการแชร์ข่าวว่าเมื่อผ่านด่านตรวจแล้วไม่ใส่หน้ากากอนามัยจะถูกปรับคนละ 200 บาทเป็นข่าวเท็จ ซึ่งหากพบไม่สวมจะมีการแนะนำ รวมไปถึงอาจต้องแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้

บิ๊กตู่มอบ6แนวทางทำงานศบค.

ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงผลการประชุมว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้แจ้งถึงสาระสำคัญการแพร่ระบาดมาถึงจุดที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อระดมทุกสรรพกำลังหยุดยั้งการแพร่ระบาดและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยนายกฯให้แนวทางการทำงาน 6 ข้อ คือ 1.ให้ผู้รับผิดชอบงานแต่ละด้านเสนอแผน และแนวทางปฏิบัติโดยละเอียด 2.ให้บูรณาการจัดระบบความร่วมมือดึงทุกภาคส่วนในสังคม 3.ติดตามผลกระทบที่เกิดกับประชาชนทุกกลุ่มจากการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และเสนอแนวทางแก้ปัญหาพร้อมมาตรการเยียวยา 4.ให้ความเชื่อมั่นระบบการแพทย์ต่อประชาชน ซึ่งวันนี้ที่ประชุมเน้นย้ำเรื่องเวชภัณฑ์ สถานพยาบาล ที่ขาดแคลนไม่เพียงพอต่อความต้องการจึงต้องประสานกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อผ่อนปรนในข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการนำเข้า เป็นต้น 5.เน้นสื่อสารในยามวิกฤติให้ความรู้กับประชาชน โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างของบุคคลในสังคม และ 6.เรื่องงบประมาณขอให้ทุกส่วนราชการปรับแผนโครงการเพื่อเน้นเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านสาธารณสุข

อย่างไรก็ตามในทีประชุมไม่ได้พิจารณาออกข้อกำหนดเพิ่มเติมแต่อย่างใด รวมถึงเรื่องการออกเคอร์ฟิวหรือห้ามประชาชนออกจากบ้านในเวลาที่กำหนดก็ยังไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมวันนี้ แต่แนวทางต่างๆมีการเสนอมาหลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกจากมาตรการเบาไปหาหนัก ถ้าประชาชนร่วมมือก็ไม่ต้องใช้กฎอะไรมาบังคับเลย

ร่วมมือน้อยยอดอาจถึง2.5หมื่น

มีรายงานข่าวจากที่ประชุมศบค.เปิดเผยว่า ในที่ประชุมกระทรวงต่างประเทศแสดงความเป็นห่วงตามแนวชายแดนรอบประเทศเป็นพิเศษว่าทุกฝ่ายจะต้องมีความระมัดระวัง และดูแลปัญหาดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะต่อกรณีการเคลื่อนย้ายของกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลับเข้าไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ คือจะต้องมีการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทย

นอกจากนี้ที่ประชุมศบค.ยังได้มีการประเมินแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและจำนวนคาดการณ์ถึงวันที่ 15 เมษายน โดยภาคประชาชนร่วมมือในการเว้นระยะห่าง หรือ Social distancing 80% จะมีผู้ป่วยสะสมจำนวน 7,745 ราย แต่หากประชาชนร่วมมือเพียง 50% จะมีผู้ติดป่วยสะสม 17,635 ราย และถ้าไม่มีมาตรการป้องกันจะทำให้มีผู้ป่วยสะสมถึง 25,225 ราย

ขนส่งไม่รับไม่สวมหน้ากาก

วันเดียวกัน นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯกำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนที่จะใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนขึ้นรถโดยสารและตลอดการเดินทาง สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดด้วยรถโดยสารสาธารณะ ต้องให้ความร่วมมือตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนใช้บริการและกรอกข้อมูล ตามแบบ ต.8 คค หรือให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกันผ่านแอปพลิเคชันของหน่วยงาน ซึ่งแบบ ต.8 คค จะมีส่วนสำคัญให้ผู้โดยสารต้องระบุข้อมูลที่พักที่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้ให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งควบคุมกำกับผู้ประกอบการขนส่งให้จัดเก็บข้อมูลผู้โดยสารทุกคนอย่างเคร่งครัดและต้องจัดส่งข้อมูลให้สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือนายสถานีขนส่งผู้โดยสาร 

นอกจากนี้ยังมีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทั้งต้นทางและปลายทาง หากตรวจพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิสูง เกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด และประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เข้าดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องดำเนินการตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัดต้องเข้มงวดตรวจสอบห้ามมิให้ผู้โดยสารที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยขึ้นรถโดยสารเด็ดขาด หรืออาจอำนวยความสะดวกในการจัดหาหน้ากากมาจำหน่ายราคาประหยัดให้ผู้โดยสาร และต้องจัดที่นั่งคอยและที่นั่งบนรถโดยสาร เว้นระยะเวลาระหว่างคนอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในรถและอาคารสำนักงาน ช่องจำหน่ายตั๋ว เช่น ราวจับ ที่จับบริเวณประตูรถ ที่นั่ง ราวจับบันได บันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ และห้องน้ำ เป็นต้น รวมทั้งให้มีน้ำยาแอลกอฮอล์ เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค สำหรับผู้โดยสารภายในรถ รวมถึงในพื้นที่ส่วนกลางและบริเวณที่มีการใช้งานร่วมกัน เช่น บริเวณทางเข้า-ออกสถานี ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสาร กำชับให้พนักงานขับรถ ผู้ประจำรถ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานีขนส่งผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาขณะปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ กรณีที่ผู้โดยสารไม่ให้ความร่วมมือในการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิก่อนใช้บริการ ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ผู้ประกอบการขนส่งสามารถปฏิเสธการให้บริการได้

ขสมก.จัดที่นั่งเว้นระยะห่าง

ขณะที่ ขสมก. ได้ดำเนินการตามนโยบายการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการไม่นั่งในที่นั่งที่ติดสติ๊กเกอร์“งดนั่งชิด โควิด ป้องกันได้” ซึ่งกำหนดให้ที่นั่งเดี่ยวสามารถนั่งได้ตามปกติ สำหรับที่นั่งคู่ ให้ผู้ใช้บริการนั่งชิดกระจกเพียง 1 ที่นั่ง และกำหนดจุดยืนบนพื้นรถโดยสาร เว้นระยะห่าง 1 เมตร หากครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ พนักงานเก็บค่าโดยสารจะแจ้งให้ผู้โดยสารรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป

รวมทั้งสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะโดยสารรถสาธารณะ เพื่อป้องกันตนเองและผู้ร่วมเดินทางโดยขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

แสนแสบกลับมาให้บริการ

ขณะที่นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัทครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเดินเรือคลองแสนแสบ เปิดเผยว่า วันที่ 27 มีนาคมนี้เรือคลองแสนแสบจะกลับมาให้บริการตามปกติ ขณะเดียวกันผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามหลัก 3 ข้อ ได้แก่ 1.ผู้ใช้บริการจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่ให้ขึ้นเรือโดยเด็ดขาด 2.ผู้ใช้บริการจะต้องเว้นระยะห่างตามนโยบายของรัฐบาล และ 3.หากมีทางเลือกอื่นนอกจากเรือคลองแสนแสบก็สามารถที่จะไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะระบบอื่นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบได้แจ้งว่าจะงดให้บริการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ล่าสุดเรือด่วนเจ้าพระยาก็ได้ออกเอกสารเผยแพร่ยกเลิกประกาศหยุดเดินเรือชั่วคราวที่เผยแพร่เมื่อเช้านี้จนกว่าจะมีการประกาศออกมาอีกครั้ง

โคราชจ่อฟันร้านอาหารฝ่าฝืน

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้หารือเพื่อควบคุมสถานการณ์อาจจะต้องบังคับใช้กฏหมายกับกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ยอมกักตัวเอง 14 วันรวมทั้งร้านอาหารและสถานที่ที่ยังเปิดให้บริการในรูปแบบนั่งรับประทานที่ร้าน ซึ่งถือวางเป็นข้อต้องห้าม รวมทั้งการเพิ่มจำนวนด่านตรวจเข้มระหว่างจังหวัดจากเดิม 8 จุดเป็น 12 จุดสำหรับ สำหรับจังหวัดพบผู้ป่วยเพิ่ม 4 ราย รวมเป็น 11 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่เป็นหญิง อายุ 25 ปี, เด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 2 เดือน, เด็กหญิง อายุ 9 ปี ติดเชื้อจากแม่ มีคนในละแวกบ้านเสี่ยงสูง 12 ราย เสี่ยงต่ำอีก 7 ราย โดยทั้งหมดได้ไปฟาร์ม จ.ระยอง และแพะ จ.ชลบุรี ส่วนรายที่ 11 เป็นชาย อายุ 36 ปี เซียนมวยติดเชื้อจากสนามมวยลุมพินีและราชดำเนิน

สั่งทบ.-กอ.รมน.ช่วยรัฐเต็มที่

ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน กทม. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก(ศปก.ทบ.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดย พล.อ.อภิรัชต์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ภายหลังจากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯทั่วราชอาณาจักร เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19โดยในส่วนของกองทัพบกมีหน้าที่อยู่ในเรื่องความมั่นคงสนับสนุนผบ.ทสส.ในฐานะที่เป็นหัวหน้าศูนย์ศปม.โดยให้ทุกหน่วยรวมถึงกอ.รมน.ร่วมมือกับรัฐบาลให้เต็มขีดความสามารถ และการใช้กำลังขอให้เป็นไปตามสถานการณ์ เรื่องการทำหน้าที่ของกอ.รมน.ในการประสานการปฏิบัติงานกับส่วนราชการอื่นต้องใช้ความสามารถของตนเอง อย่าให้มีทหารไปเบ่งหรือทำผิดระเบียบและจะต้องปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง

 

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ