คมชัดลึกออนไลน์ 9 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

หนีโควิด ศาลแจงขั้นตอนออกหมายจับออนไลน์

26 มีนาคม 2563 - 17:22 น.
ศาล,ศาลยุติธรรม,โควิด-19,ข่าววันนี้,COVID-19
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 468 ครั้ง

"เลขาฯ ศาลยุติธรรม"ออกหนังสือเวียน ย้ำเกณฑ์ขอหมายจับ/หมายค้น/การรับคำสั่ง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรวดเร็ว-สุขอนามัยปลอดภัยทุกคน


26 มีนาคม 2563 "เลขาฯ ศาลยุติธรรม" ออกหนังสือเวียน ย้ำเกณฑ์ขอหมายจับ/หมายค้น/การรับคำสั่ง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรวดเร็ว-สุขอนามัยปลอดภัยทุกคน 

อ่านข่าว เตรียมตัว ! ลูกจ้างว่างงาน ลงทะเบียนรับ 5 พัน เสาร์นี้ช่วงเย็น

“เรือด่วนเจ้าพระยา-เรือคลองแสนแสบ”กลับลำเปิดบริการ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

แก้ขาดแคลน"พาณิชย์"ห้ามส่งออกไข่ไก่  

"นัดแรก"ศบค.สู้โควิด-19นายกฯให้ 6 แนวทาง

ด่วน ! เพิ่มอีก 5 จุดตรวจในกทม. 

ปฏิบัติการด่านตรวจเข้มทุกขั้นตอนฝ่าฝืนมีโทษ 

 

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้ออกหนังสือเวียน ที่ ว.69 ลงวันที่ 26 มี.ค.63 ถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่องแนวทางปฏิบัติงานการยื่นคำร้องขอออกหมายจับ และหมายค้น , การรับคำสั่ง, การออกหมาย , การร้องขอออกหมายจับและหมายค้นโดยทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

เพื่อซักซ้อมความเข้าใจให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม นำนวัตกรรมที่สำนักงานศาลยุติธรรมเคยกำหนดให้ไปปฏิบัติแล้ว มาใช้ในการปฏิบัติงานอย่างจริงจังและเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำวิธีการไต่สวนคำร้องขอออกหมายจับผ่านระบบการประชุมทางจอภาพมาปรับใช้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19)


เพื่อให้การดำเนินการออกหมายจับตามคำร้องของเจ้าพนักงานเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว และลดการเดินทางมาศาล และเพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของบุคลากรในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมในสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

 

สำนักงานศาลยุติธรรม จึงได้จัดทำแนวทางปฏิบัติงาน การยื่นคำร้องขอออกหมายจับและหมายค้น , การรับคำสั่ง , การออกหมาย , การร้องขอออกหมายจับและหมายค้นโดยทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การออกหมายจับและหมายค้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน


ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแนวทางปฏิบัติงานดังกล่าวได้ที่ http://www.oja.coj.go th หรือผ่าน QR code ที่แนวท้ายหนังสือ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาสาระสำคัญของแนวทางปฏิบัติงานการยื่นคำร้องขอออกหมายจับและหมายค้น , การรับคำสั่ง การออกหมายการร้องขอออกหมายจับและหมายค้นโดยทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบุให้

 

1. การร้องขอออกหมายจับและหมายค้นทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ มีรายละเอียดว่า 1.1 ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนและมีเหตุอันควร ซึ่งผู้ร้องขอ ไม่อาจไปพบผู้พิพากษาได้ ผู้ร้องขอ อาจร้องขอต่อผู้พิพากษาทางโทรศัพท์ ,  โทรสาร (แฟกซ์)  , สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสม เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับ หรือหมายค้นก็ได้ (ตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ.2548 ข้อ 28)


1.2 หากผู้ร้องขอเป็นตำรวจ ผู้นั้นต้องมียศตั้งแต่ขั้นพันตำรวจเอก ขึ้นไป (ข้อ 29) 


1.3 ในการวินิจฉัยคำร้องกรณีจำเป็นเร่งด่วน จะต้องได้ความปรากฏว่าการร้องขอออกหมายด้วยวิธีปกติจะเกิดความล่าช้าเสียหายต่อการปฏิบัติหน้าที่ และการจัดการตามหมายของผู้ร้องขอ ทั้งนี้ให้ผู้พิพากษาพิจารณาถึงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้ประกอบด้วย (1)ผู้ร้องขอไม่สามารถมอบหมายให้เจ้าพนักงานผู้อื่นร้องขอแทนได้ (2)ระยะทางระหว่างสถานที่ตั้งของหน่วยงานของผู้ร้องขอหรือสถานที่ที่ผู้ร้องขอกำลังปฏิบัติหน้าที่ กับที่ตั้งของศาลอยู่ห่างไกลกันมาก หรือเส้นทางคมนาคมเป็นเส้นทางทุรกันดาร หรือการเดินทางยากลำบาก (3) มีเหตุหรือปัจจัยอื่นที่มีผลทำให้การร้องขอด้วยวิธีปกติทำได้ยากลำบากขึ้นและต้องใช้เวลานานกว่าปกติมาก เช่น ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ หรือภัยธรรมชาติเป็นต้น (ข้อ 32) ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันอาจถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนและมีเหตุอันควรที่สามารถดำเนินการได้


1.4 ให้เจ้าหน้าที่ศาลนัดหมายเวลาในการไต่สวนคำร้องดังกล่าว

 

 

 

 

 

2.รูปแบบคำร้อง มีรายละเอียดว่า 2.1 กรณีสามารถทำให้ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสือได้ (1) ให้ผู้ร้องขอ จัดทำคำร้องขอออกหมายจับ ผ่านระบบของหน่วยงานต้นสังกัด ที่เชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานศาลยุติธรรม (AWIS) แล้วส่งคำร้องพร้อมแสดงเหตุแห่งความจำเป็นเร่งด่วน และเหตุที่ไม่อาจไปพบผู้พิพากษาได้ , ข้อมูลและพยานหลักฐานรวมทั้งเอกสารต่างๆ ให้จัดส่งมาให้ผู้พิพากษาทางโทรสาร , สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศโดยระบุรหัสประจำหน่วย/หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/รหัสสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับติดต่อผู้ร้องขอ (2) การยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายค้น ให้ผู้ร้องทำคำร้องพร้อมแสดงเหตุและส่งข้อมูลพยานหลักฐานวิธีเช่นเดียวกัน


2.2 กรณีไม่สามารถทำให้ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสือได้ ให้ผู้พิพากษาจดบันทึกถ้อยคำของผู้ร้องขอ/รหัสประจำหน่วย และลงลายมือชื่อใส่ซองปิดผนึกไว้


3. การไต่สวนผ่านการประชุมทางจอภาพ แอปพลิเคชั่นอื่นใด หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น 3.1 เมื่อศาลเห็นควรให้ไต่สวนคำร้องดังกล่าวผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ แอพพลิเคชั่นอื่นใดหรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นซึ่งสามารถถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านทางอุปกรณ์ถ่ายทอดสัญญาณภาพในรูปของกล้อง และอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียงเพื่อส่งออกไปยังอีกจุดหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังผู้ร้องเพื่อนัดเวลาและเตรียมระบบดังกล่าว


3.2 ก่อนเริ่มไต่สวนคำร้องดังกล่าวให้ดำเนินการดังนี้ (1) ให้เจ้าหน้าที่สอบถามผู้ร้อง ถึงความพร้อมในการดำเนินการไต่สวน หากเจ้าหน้าที่เห็นว่าระบบที่ใช้อยู่มีเหตุขัดข้อง ก็ให้รายงานเหตุนั้นต่อศาลโดยพลันเพื่อให้ศาลพิจารณาเห็นสมควรนำวิธีระบบอื่นมาใช้ในการไต่สวนแทน (2) ให้ผู้ร้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ และยืนยันว่าตนเป็นผู้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับหรือหมายค้นตามคำร้องนั้น


3.3 ในระหว่างการไต่สวน ให้ผู้ร้องดำเนินการดังนี้ (1) แต่งกายเครื่องแบบปฏิบัติราชการ หรือแต่งกายสุภาพเรียบร้อย (2)ห้ามบันทึกภาพหรือเสียง หรือกระทำการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน (3)แสดงต้นฉบับเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องต่อศาล เช่น สำนวนการสอบสวน (4)เบิกความและแสดงพยานหลักฐานต่อศาลอย่างครบถ้วนและตามความจริง


3.4 ในระหว่างการไต่สวน หากมีเอกสารที่ต้องยื่นและแสดงเพิ่มเติม ศาลอาจสั่งให้ผู้ร้องขอ นำสำเนาเอกสารมายื่นต่อศาลเพื่อเก็บไว้ในสำนวนความในภายหลัง 3.5 การสอบถามและไต่สวนให้เป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อศาลสอบถามผู้ร้องหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ให้ศาลจดบันทึกถ้อยคำของผู้ร้องขอ/รหัสประจำหน่วย และจดบันทึกให้ปรากฏด้วยว่าได้สอบถามผู้ร้อง หรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ , แอพพลิเคชั่นอื่นใด หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น และลงลายมือชื่อนำไปรวมกับเอกสารใส่ซองปิดผนึกไว้


3.6 เมื่อผู้พิพากษาออกหมายให้ตามขอ ให้แจ้งผู้ร้องขอด้วยว่าให้มาพบเพื่อสาบานตัว ภายในระยะเวลาที่กำหนด , ในการสาบานตัวให้ผู้พิพากษาจดบันทึกถ้อยคำของผู้ร้องขอ หรือจะใช้เครื่องบันทึกเสียงก็ได้ โดยจัดให้มีการถอดเสียงเป็นหนังสือ ให้ผู้ร้องขอลงลายมือชื่อและลงลายมือชื่อของผู้พิพากษาไว้ บันทึกที่มีการลงลายมือชื่อรับรองดังกล่าวให้เก็บไว้ในสารบบศาล


4.การออกหมาย หากผู้พิพากษาเห็นสมควรออกหมาย ให้ลงรหัสพร้อมลายมือชื่อของตนลงในหมายต้นฉบับ แล้วแจ้งผู้ร้องขอให้รอรับสำเนาหมายทางโทรสาร (แฟกซ์) , สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น พร้อมกับแจ้งรหัสและผลของหมายด้วยเพื่อให้ผู้ร้องขอนำไปดำเนินการต่อไป


5.รหัสของผู้พิพากษาและรหัสประจำหน่วยของผู้ร้อง ขอ ให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จัดให้มีรหัสของผู้พิพากษา และรหัสประจำหน่วยของผู้ร้องขอ , รหัสประจำหน่วยของผู้ร้องขอจะเป็นรหัสเดียวกับที่ใช้อยู่ในงานระบบฐานข้อมูลหมายจับอิเล็กทรอนิกส์ (AWIS) ก็ได้

 

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ