คมชัดลึกออนไลน์ 5 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

สธ.คุมเข้ม "อาหารเดลิเวอรี" ปลอดภัยถึงมือ ปชช.

26 มีนาคม 2563 - 13:30 น.
ข่าววันนี้,โควิด-19,ฟู้ดเดลิเวอรี่
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 300 ครั้ง

สธ.คุมเข้มส่งอาหารเดลิเวอรี ต้องปลอดภัย


คลิปที่ 1

               สธ.เรียกผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ส่งอาหารเดลิเวอรี คุมเข้มความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค เปิดแพลตฟอร์ม "กรมอนามัย CLEAN Together" สร้างความมั่นใจป้องกัน โควิด-19

 

อ่านข่าว หลากหลายของอร่อยส่งถึงบ้านต้านโควิด-19

 

               กระทรวงสาธารณสุข - วันที่ 26 มี.ค.2563 เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ "CLEAN Together : คนไทยรวมพลังป้องกันโรค" โดยผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ขนส่งอาหาร มาร่วมวางแนวทางความปลอดภัยด้านสุขาภิบาลอาหาร ทั้งในเรื่องการปรุงประกอบอาหาร  การขนส่ง รวมทั้งสุขวิทยาส่วนบุคคลของผู้ขนส่งอาหารเพื่อลดความเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19  


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

               โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี (Delivery) ต้องใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกซื้อวัตถุดิบจากตลาดสดที่ได้มาตรฐานหรือมีป้ายรับรองตลาดสด น่าซื้อ ของกรมอนามัย อาหารต้องปรุงสุกใหม่ บรรจุอาหารในภาชนะที่เหมาะสม ปกปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนในระหว่างการขนส่ง ไม่ใช้โฟมบรรจุอาหาร มีการติดฉลากที่ระบุชื่อร้านอาหาร  วัน/เดือน/ปี เวลาที่ผลิต ระยะเวลา และอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาอาหาร และจัดสถานที่ให้เพียงพอกับจำนวนคนขนส่งอาหารที่เข้ามาใช้บริการโดยจัดระยะห่าง 1 เมตร และมีการระบายอากาศที่เหมาะสม

 

               ส่วนคนขนส่งอาหาร เดลิเวอรี ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการไอ จาม ลดความเสี่ยงการปนเปื้อนอาหารและได้รับเชื้อโรคระหว่างให้บริการ หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานขนส่งอาหาร ก่อนเข้าร้านอาหาร และหลังการส่งอาหาร สำหรับในส่วนของผู้บริโภคนั้นเมื่อได้รับอาหารแล้วควรตรวจสอบคุณภาพอาหาร เช่น ความสะอาด สภาพอาหารต้องไม่มีกลิ่นบูดเสีย บรรจุในภาชนะที่สมบูรณ์ก่อนบริโภค

 

               นายอนุทิน กล่าวว่า ขอเน้นย้ำมาตรการระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ได้ช้าที่สุด จำกัดพื้นที่การแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด โดยให้มีการเว้นระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนที่มีอาการไอหรือจาม อย่างน้อย 1 - 2 เมตร ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เพราะเชื้อไวรัสสามารถติดต่อได้ผ่านละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอ หรือจาม  , หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายภาพเพราะอาจเป็นการนำเชื้อมาสู่ตนเอง หรือในขณะเดียวกันก็เป็นการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

 

               หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้านหรือการใช้ขนส่งสาธารณะ และการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ประกอบกับมาตรการรัฐบาลที่ประกาศปิดสถานประกอบการ โดยยกเว้นร้านขายของชำ ร้านขายยา และร้านอาหาร ที่ให้บริการแบบซื้อกลับบ้าน ทำให้มีการใช้บริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี (Delivery) เพิ่มขึ้น

 

               ทางด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้กรมอนามัยได้จัดทำแพลตฟอร์ม "กรมอนามัย CLEAN Together" ขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจต่อมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ให้กับ 2 กลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้ประกอบการต่าง ๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร รถขนส่งสาธารณะ รวมถึงรถขนส่งอาหารเดลิเวอรี (Delivery) ที่ได้รับความนิยมในการใช้บริการช่วงเวลานี้ และกลุ่มที่ 2 กลุ่มประชาชนทั่วไป ซึ่งใช้งานผ่านทาง Line application และทาง Web browser โดยเลือกที่แพลตฟอร์ม "กรมอนามัย CLEAN Together"

 

               หากผู้ใช้งานเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ ให้เข้าไปประเมินสถานประกอบการตนเองในช่อง "ประเมินสถานที่" แล้วเลือกประเภทของสถานประกอบการเพื่อประเมินว่าได้ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกัน COVID-19 ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากทำได้ครบตามข้อกำหนดก็จะสามารถปักหมุดพิกัดสถานประกอบการไว้ในแพลตฟอร์มนี้ ว่าเป็นสถานประกอบการที่มีมาตรการในการป้องกัน COVID-19

 

               "ประชาชนทั่วไป ก็สามารถตรวจสอบพิกัดของโรงแรม ร้านค้า หรือรถขนส่งสาธารณะ ได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ ยังสามารถประเมินตนเองว่ามีความเสี่ยงต่อการติด COVID-19 หรือไม่ สามารถแนะนำติชมสถานประกอบการที่ไปใช้บริการได้ ช่วยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่มั่นใจได้ว่าเป็นข่าวกรองจากกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงตรวจสอบข่าวปลอมจากแพลตฟอร์มนี้ได้ หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินทางก็จะมีคำแนะนำสำหรับการเดินทางให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบอีกด้วย" อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ