เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2563 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "เราควรระวังตัวมากแค่ไหน มีคนบอกว่ามีแต่คนที่แพนิกเท่านั้นถึงจะรอด"

 

 

 

                ขอยกตัวอย่างของการแพนิกเห็นชัดๆ คือเมืองเซี่ยงไฮ้และกว่างโจว มองว่า ‘น่ากลัว’ เพราะพวกเขาได้ผ่านวิกฤตสมัยโรคซาร์ส โดยไม่มีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตเลย และเพราะการตื่นตระหนกในครั้งนั้น รวมถึงครั้งนี้ เขาจึงเลือกที่จะปกป้องตัวเองด้วยมาตรการที่เข้มที่งวดสุด แล้วไม่แพนิก ทั้งสองเมืองจึงรอด

                ตื่นตระหนกได้ ก็ต้องระแวดระวังให้เป็น เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือเรื่องอะไร

                อันดับแรกก็คือการห้ามพูดว่าในคนหนุ่มสาวจะไม่เป็นอะไร คนไม่มีโรคประจำตัวก็จะไม่เป็นอะไร เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพูดแบบนี้เมื่อไหร่ คนหนุ่มสาวก็จะไม่ใส่ใจตัวเอง กลายเป็นตัวแพร่เชื้อ และมิหนำซ้ำตัวเองก็จะตาย เพราะไม่สนใจตัวเอง รวมไปถึงการพูดว่า โรคนี้ ‘ไม่น่ากลัว’ คำคำนี้ได้ส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่จนทำให้เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เกิดการแพร่ระบาดแบบระเบิดเถิดเทิงในเมืองอู่ฮั่นมาแล้ว เพราะที่นั่นยืนยันว่าไม่น่ากลัวในตอนต้น จนเชื้อไวรัสได้เข้ามาในเมืองสู่ชาวอู่ฮั่น โดยผู้ติดเชื้อกว่า 80% ไม่แสดงอาการ มีเพียง 20% เท่านั้นที่แสดงอาการ

                ทั้งหมดเป็นเหตุให้เจ้าเชื้อไวรัสบุกโรงพยาบาล ทำให้หมอและพยาบาลติดเชื้อไปด้วย ก่อนจะแพร่ไปติดคนอื่นๆ ในโรงพยาบาล ข่าวสารได้กระจายออกไป ทำให้ชาวเมืองต่างพากันตกใจ จากที่คิดว่าไม่น่ากลัว และไม่เจอในคนหนุ่มสาว พอเห็นเหตุการณ์นี้ก็เข้าสู่ขั้นที่สาม คือแพนิก เมื่อแพนิกก็เข้าสู่ขั้นที่สี่คือแห่เข้าไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เกต ซึ่งกลายเป็นจุดแพร่เชื้อที่ดีในเมืองอู่ฮั่น นี่คือเรื่องจริงจากผู้เชี่ยวชาญจีน ซึ่งได้คุยกันมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 มีนาคม 2563)