คมชัดลึกออนไลน์ 4 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

ผวาไทยซ้ำอิตาลี

24 มีนาคม 2563 - 06:00 น.
โควิด19,ใช้ยาแรง
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 1,046 ครั้ง

นายกฯถกวงใหญ่พร้อมผุดมาตรการเข้มสูงสุดสกัด"โควิด-19"ลาม สธ.ผวา 2 สัปดาห์ป่วยพุ่งพรวดแบบ"อิตาลี" หลังพบตัวเลขตจว.สูงขึ้นไม่หยุด ติดเชื้อเพิ่ม 122 ยอดสะสม 721 ด้านจีนส่ง"เวชภัณฑ์-ยา-หน้ากากฯ"ถึงไทยแล้ว


เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกสธ. แถลงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 122 ราย

 

 

 

 

แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยหรือสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 20 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 4 ราย เป็นพี่เลี้ยงนักมวย ผู้ชม เคยไปค่ายมวย พบที่ นนทบุรี นครปฐม อุบลราชธานี กลุ่มสัมผัสผู้ป่วยรายงานมาแล้ว 16 ราย คือสัมผัสกับผู้ป่วยจากการไปสังสรรค์ ทำงานกับต่างชาติ นั่งรถคันเดียวกัน ร่วมประชุม กินข้าว อาชีพพนักงานส่งของ พนักงานบริษัท นักเรียน พนักงานนวด ญาติผู้ใหญ่ พบที่กรุงเทพฯ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ

2.ผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย คือ เดินทางจากต่างประเทศ 4 ราย เป็นชาวไทย 2 ราย กลับจากปอยเปตและเยอรมนี เป็นชาวต่างชาติ 2 ราย เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส และกลุ่มทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมากหรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 6 ราย เป็นพนักงานผับบาร์ พนักงานขับรถรับส่งชาวต่างชาติ ดีเจในผับ พบที่สุราษฎร์ธานี ร้อยเอ็ด ภูเก็ต กรุงเทพฯ กระบี่ และ 3.กลุ่มได้รับผลแล็บยืนยันติดเชื้ออยู่ระหว่างรอประวัติสอบสวนโรค 92 ราย


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

 

อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 7 ราย สรุปมีผู้ป่วยสะสมรวม 721 ราย กลับบ้านแล้ว 52 ราย เสียชีวิต 1 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 668 ราย โดยผู้ป่วยอาการหนัก 7 ราย ที่สถาบันบำราศนราดูร รพ.เพชรบูรณ์ โรงพยาบาลแพทย์ และโรงพยาบาลเอกชน ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ สำหรับการมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนในช่วงนี้เพราะมีการปรับระบบนิยามใหม่จากเดิมใช้ผลแล็บ 2 แห่ง ตอนนี้ใช้ผลแค่แล็บเดียวทำให้ยอดผลบวกแล็บเดียวที่ค้างท่ออยู่พุ่งขึ้นมา

โฆษกสธ.กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มผู้ป่วยรายใหม่ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานกลับไปก่อนและหลังประกาศปิดสถานที่บางแห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนี้ขอย้ำว่าทุกคนที่กลับไปขอให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) หรือโรงพยาบาลในจังหวัด และอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่ บ้าน อสม. แสดงตัวว่ามาจากกรุงเทพฯ และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ สธ. กักตัวเองที่บ้านอย่างเคร่งครัด 14 วัน ไม่ใกล้ชิดคนอื่น เว้น 1-2 เมตร ลดงดเดินทางไม่จำเป็น ไม่ไปพื้นที่แออัด แยกสำรับอาหารทั้งหมด ผู้ชมผู้ทำงานในสนามมวย สถานบันเทิงที่กลับไปยังภูมิลำเนา เพื่อพบพ่อแม่ภรรยาสามีลูกหลานหรือผู้สัมผัสใกล้ชิดกลุ่มดังกล่าวให้กักกันตัวเอง รักษาระยะห่างทางสังคม เพราะมีโอกาสเสี่ยงรับเชื้อได้ กลุ่มเสี่ยงหากยังไม่มีอาการ คือ ไข้ไอน้ำมูกเจ็บคอปวดเมื่อย ให้กักตัวเอง เว้นระยะห่าง ยังไม่ต้องตรวจหาเชื้อเพราะไม่มีอาการโรค มีโอกาสตรวจพบเชื้อน้อยมาก

สธ.ห่วงยอดติดเชื้อตจว.เพิ่มขึ้น

ขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แสดงความกังวลถึงการแพร่ระบาดในต่างจังหวัด เนื่องจากพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่ในต่างจังหวัดกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนต่างจังหวัดที่อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ควรเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงนี้ เพราะแม้ว่าขณะนี้จะไม่มีอาการป่วย แต่หากติดเชื้อแล้วก็อาจจะไปแพร่เชื้อให้คนที่บ้านในต่างจังหวัดได้ ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงมากขึ้นกว่าที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ทั้งนี้ สธ.ตระหนักดีว่าการปิดสถานประกอบการจะส่งผลกระทบต่อลูกจ้างที่จะขาดรายได้ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากนายจ้างให้ดูแลลูกจ้างด้วย เหมือนในต่างประเทศที่แม้จะหยุดกิจการชั่วคราว แต่นายจ้างยังช่วยดูแลลูกจ้างอย่างต่อเนื่อง

“ขณะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเรา ถ้าลูกจ้างเราแข็งแรงและทุกคนหยุดงาน การแพร่ระบาดก็จะลดลง และสถานการณ์ก็จะกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นานมาก เศรษฐกิจก็จะฟื้นได้เร็ว แต่ถ้าปล่อยให้ระบาดหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน สถานการณ์จะแย่กว่านี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคนที่มีฐานะดีกว่าเช่นผู้ประกอบการก็ต้องช่วยดูแลในส่วนนี้”

มีรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นจาก 59 คนในวันที่ 19 มีนาคม เป็น 236 คนในวันที่ 22 มีนาคม

เตือนไร้วินัยพรวดแบบอิตาลี

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ. กล่าวว่า จาก 2-3 วันที่ผ่านมา จะเห็นว่าตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดรวดเร็ว มีคนถามว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ทั้งนี้จากการพล็อตกราฟโดยใช้ข้อมูลสถิติว่า ประเทศใดถ้าเข้ามาสู่ 100 รายแล้ว การคาดการณ์ปรากฏการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อ ก็พบว่าเมื่อถึง 100 รายแล้ว จะเพิ่มค่อนข้างรวดเร็ว แต่ทิศทางจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะต้องช่วยตัดสินใจ เช่น จะเป็นอย่างยุโรปแบบอิตาลี หรืออิหร่าน ที่วิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 100 เป็น 200 ขึ้นมาเป็นหลัก 1,000 และระดับหลายหมื่น การขึ้นไปรวดเร็วเช่นนี้ปัญหาคือระบบสาธารณสุขรองรับไม่ทัน หลายประเทศจึงมีอัตราการเสียชีวิตจำนวนมาก หรือจะเป็นแบบเพื่อนบ้าน เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เป็นต้น ที่ตัวเลขขึ้นไปแต่สุดท้ายถูกเบนไปได้ แม้กระทั่งเกาหลีใต้ที่ขึ้นไปจำนวน 7,000-8,000 ราย ก็สามารถเบนออกไปได้อย่างเร็ว

“ตอนนี้เราอยู่ที่ 721 ราย หมายความว่าเรายังอยู่ในสิ่งที่ทางการแพทย์เรียกว่า Golden Period หรือเวลาทอง ถ้าเราไม่ประพฤติปฏิบัติตัวมีวินัยอย่างเคร่งครัดในการอยู่บ้านหยุดเชื้อหรือออกไปนอกบ้านแล้วป้องกันตัวเอง เราจะเดินไปเหมือนยุโรปคืออีกไม่กี่วันจะทะลุพันและไม่กี่วันจะทะลุหลายๆ พัน แล้วก็นึกไม่ออกว่าทางการแพทย์จะรับมือได้มากน้อยแค่ไหนแม้จะทำดีที่สุด มีความเสี่ยงว่าเราจะเสียชีวิตเพิ่ม เราจึงอยู่ในจุดที่เลือกได้ จะเลือกช่วยกันทำให้ออกมาในแนวทางค่อยๆ เพิ่มขึ้นไป เพราะเราหยุดการเพิ่มไม่ได้แต่เพิ่มขึ้นไปถึงจังหวะหนึ่งจะค่อยๆ เบนออกไปคือน้อยลงหรือจะทำให้พุ่งโด่งแบบอเมริกาหรือยุโรปก็ขึ้นกับมือของทุกคน”

รองปลัดสธ.กล่าวอีกว่า กรณีรัฐไม่ให้ไปนั่งรับประทานอาหาร ก็ตั้งวงก๊งเหล้า ถ้าชุมชนสังคมไม่ช่วยกัน วันหนึ่งรัฐอาจจะมีความจำเป็นที่อาจจะต้องล็อกดาวน์ห้ามทุกคนออกจากบ้านซึ่งก็ไม่อยากให้ไปถึงขั้นนั้น วันนี้ประชาชนเลือกได้ถ้าเราร่วมมือกันจะไปแบบญี่ปุ่น ไต้หวัน และขอฝากคนที่กำลังเดินทางออกต่างจังหวัดว่าความเสี่ยงจะเกิดขึ้นตั้งแต่ท่านขึ้นยานพาหนะและเมื่อไปที่ปลายทางแล้วบางพื้นที่จะช่วยกรุณาขอความร่วมมือรายงานตัวและกักตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อหยุดการแพร่เชื้อ ก็หวังว่าจะเห็นกราฟของบ้านเราไม่ขึ้นเหมือนแบบยุโรปหรืออเมริกา แต่หากเราไม่ร่วมมือกันภายใน 1-2 สัปดาห์ตัวเลขผู้ป่วยอาจเพิ่มขึ้นไปแบบยุโรปหรืออิตาลีแน่

นพ.ศุภกิจ ยังกล่าวกรณีแพทย์โพสต์ถึงกรณีผู้ติดเชื้อในไทยมีลักษณะเป็นเชื้อสายพันธุ์ดุจากประเทศอิตาลี เนื่องจากระบาดสนามมวยมีผู้เดินทางกลับมาจากอิตาลี ว่า ขณะนี้ในไทยยังไม่มีรายงานการจัดลำดับเชื้อว่าประเทศไหนรุนแรงกว่ากัน ขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดของแต่ละที่ว่าเร็วหรือช้าขอย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานความรุนแรงของเชื้อแต่ละประเทศ

พร้อมใช้มาตรการเข้มสูงสุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยได้นัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมศูนย์บริหารโควิด-19 ในช่วงบ่ายนี้ ที่ตึกสันติไมตรี โดยมีรายงานว่าต้องจับตามาตรการรับมือเพิ่มเติมหลังจากปิดสถานที่เสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ เป็นเวลา 22 วัน แต่กลับมีคนเดินทางออกต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลอาจจะตัดสินใจใช้มาตรการขั้นสูงสุด โดยการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อยกระดับการป้องกันแพร่ระบาดของไวรัส

ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงช่วงหนึ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการยกระดับมาตรการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนสอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่โดยให้ยาเบาจนกระทั่งเป็นยาแรงหากมีความจำเป็นก็จะใช้มาตรการที่เข้มข้นสูงสุดโดยจะรับข้อมูลรอบด้านเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงมาตรการเยียวยาช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชน โดยธนาคารรัฐและธนาคารเอกชนร่วมกันแก้ปัญหาด้านสินเชื่อพักชำระหนี้ขยายระยะเวลาการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยต่างๆ รวมถึงมีความเป็นห่วงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกจ้าง โดยเตรียมหารือมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 24 มีนาคมนี้

เวชภัณฑ์-หน้ากากฯจีนถึงไทย

ด้านเพจเฟซบุ๊ก “Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” โพสต์ข้อความ ระบุว่า “เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ไทยในการต่อสู้กับโรคระบาดมาถึงกรุงเทพแล้ว”

“วันที่ 23 มีนาคม เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ได้ส่งมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวชภัณฑ์ดังกล่าวได้แก่ ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากาก N95 และชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เป็นต้น”

ขณะที่ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล ว่า ประเทศไทยได้รับการช่วยเหลือจากจีน โดยมีการส่งชุดตรวจโรค 2 หมื่นชุด หน้ากากอนามัย 1 แสนชิ้น หน้ากาก N95 จำนวน 2 หมื่นชิ้น ชุดป้องกัน 2 หมื่นชุด มาให้

นายเทวัญ กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ประชาชนรวมถึงผู้ป่วยและญาติของผู้ติดเชื้อโควิด-19 มหาเถรสมาคมมีมติให้วันที่ 25 มีนาคมนี้ เวลา 16.00 น. จะมีการสวดมนต์ในบทโพชฌงค์ 6 วัด เช่น วัดราชบพิธ วัดไตรมิตร วัดบวรนิเวศ วัดยานนาวา ต่างจังหวัด 3 วัด ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคละหนึ่งวัด โดยไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมแต่จะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง NBT โดยสมเด็จพระสังฆราชจะทรงเป็นประธาน ที่วัดราชบพิธ

รพ.มธ.เป็นรพ.สนามแห่งแรก

วันเดียวกัน นางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขยายโรงพยาบาลให้เป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว เนื่องจากเวลานี้โรงพยาบาลมีพื้นที่รับผู้ป่วยโควิด-19 ไม่เพียงพอ ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมอาคารรองรับผู้ป่วยอยู่ด้านหลังของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นอาคารหอพักสูง 14 ชั้น เหมาะสมต่อการจัดพื้นที่รองรับได้มาตรฐาน โดยเตรียมติดตั้งกล้องวงจรเพิ่มเติมและจัดระบบการรับผู้ป่วย และยาเวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งส่วนยาเวชภัณฑ์ และแพทย์ ทางโรงพยาบาลจะรับผิดชอบในเบื้องต้นเมื่อปริมาณผู้ป่วยสูงขึ้น อาจจะต้องให้บุคลากรจากโรงพยาบาลเครือข่ายมาช่วยสนับสนุน โดยมั่นใจว่าบุคลากรล้วนมีความสามารถในการบริการด้านสาธารณสุขให้แก่ประชาชน ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ

ด้านนายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เผยว่า มหาวิทยาลัยตั้งโรงพยาบาลสนาม 308 เตียงในพื้นที่ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากนี้จะเริ่มเปิดรับผู้ป่วยคนแรกได้ในวันพุธที่ 25 มีนาคมนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์ที่ร่วมในโครงการ จำนวน 5 แห่ง คือโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติที่จะช่วยสนับสนุนบุคลากร ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยและบุคลากรทางการแพทย์มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับดูแลผู้ป่วยมากกว่า 308 คน ที่จัดเตรียมในเบื้องต้น

ออกมาตรการเข้มเดลิเวอรี่

ด้านกรมอนามัยได้ออกแนวทางการปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับการจัดบริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี่ในสถานการณ์ไวรัสระบาด ดังนี้ 1.ผู้ประกอบการต้องคัดเลือกร้านอาหารที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองและให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันไวรัสสำหรับคนขนส่งอาหาร เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือที่ถูกต้อง เป็นต้น 2.อาหารปรุงสำเร็จต้องปรุงสุกใหม่พร้อมจัดให้มีที่ล้างมือพร้อมสบู่สำหรับล้างมือหรือจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือ จัดสถานที่ให้เพียงพอกับจำนวนคนขนส่งอาหารที่เข้ามาใช้บริการโดยจัดระยะห่าง 1 เมตร 3.คนขนส่งอาหารต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยลดความเสี่ยงการได้รับเชื้อโรคระหว่างให้บริการ และล้างมือบ่อยๆ และทำความสะอาดกล่องบรรจุอาหารท้ายยานพาหนะสำหรับขนส่งอาหาร และเปลี่ยนถุงมือทุก 4 ชั่วโมง 4.ผู้สั่งซื้ออาหารให้ล้างมืทำความสะอาดมือ หลังการรับอาหารจากคนขนส่งอาหาร

 

 

 

พันธุ์ทิพย์พบร้านมือถือติดเชื้อ

มีรายงานว่า ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า งามวงศ์วาน ได้ตรวจสอบพบผู้ติดเชื้อไวรัสรายหนึ่ง เป็นผู้ประกอบการร้านมือถือ ชั้น 4 มีประวัติเกี่ยวข้องกับสนามมวย ทั้งนี้ให้พนักงานที่สัมผัสใกล้ชิดกับร้านดังกล่าวกักตัวเองเพื่อเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วันและขอความร่วมมือลูกค้า ผู้เช่าพื้นที่ ผู้ใช้บริการและผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อรายดังกล่าว ในช่วง 14 วันที่ผ่านมาเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลและกักตัวเอง ทั้งนี้ได้ฆ่าเชื้อทั่วบริเวณร้านค้าดังกล่าว รวมถึงทำความสะอาดฆ่าเชื้อครั้งใหญ่แล้ว

ขณะที่ ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แจ้งว่ามีนิสิตของคณะ 1 คนติดเชื้อไวรัสและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการเก็บข้อมูลผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย สถานที่ที่ไป และกิจกรรมในช่วง 14 วันก่อนแสดงอาการ ตลอดจนได้ปิดสถานที่ทำการของคณะและทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ทั้งนี้นิสิตที่พบว่าติดเชื้อคนดังกล่าว นับว่าเป็นรายที่สองของจุฬาฯ หลังจากพบรายแรกซึ่งเป็นบุคลากรของคณะนิติศาสตร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

 

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ