23 มีนาคม 2563  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง" พร้อมนางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช มารดาเดินทางมา เพื่อนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ที่นางสุพรเพ็ญ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฟ้องเท็จ และเบิกความเท็จ 

 

 

โดยฟ้องโจทก์ ระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.60 จำเลยนำความเท็จมาต่อศาลอาญาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ทำให้เสียหาย หมิ่นประมาท กล่าวหาโจทก์ได้เอาเอกสารสัญญาจ้างฯไป และวันที่ 6 ต.ค.60 โจทก์ได้นำสัญญาดังกล่าวไปใช้เป็นพยานหลักฐานเท็จในคดีของศาลแพ่ง ทั้งที่ความจริงโจทก์ไม่ได้เอาไปและโจทก์ไม่ได้ใช้พยานหลักฐานเท็จ

 

ซึ่งขณะที่จำเลยฟ้องโจทก์คดีดังกล่าวนั้นจำเลยเป็นทนายความ แต่ต่อมาถูกสภาทนายความฯ ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความเมื่อวันที่ 8 ก.พ.61 การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริตต้องการให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญา และเมื่อวันที่ 5 มี.ค.61 จำเลยเบิกความเท็จในคดีหมายเลขดำ อ.3534/2560 (ศาลพิพากษายกฟ้องไปแล้ว)

 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ฝ่ายทนายความจำเลยไม่มาศาล โดยเสมียนทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างว่าทนายจำเลยติดว่าความที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยโจทก์และทนายความโจทก์ไม่คัดค้าน ศาลพิเคราะห์แล้วจึงอนุญาตให้เลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.


ภายหลัง นายอัครกิตติ์ หรือเบนซ์ เรซซิ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า เราดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายมาตลอด สู้ตามหลักฐานที่เรามี เราเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่ในการที่เขาจะให้ใครโทรมาข่มขู่เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หากคิดว่าไม่ผิดก็มาสู้กันในศาล ให้ศาลตัดสินเรื่องนี้ดีกว่า เรื่องนี้ฟ้องกันมาเป็นปีเริ่มจากศาลแพ่งว่ามีการว่าจ้างกันแล้วไม่ได้รับเงินคืน ศาลแพ่งพิพากษาแล้วเราชนะ  

 

 

จากนั้นเขาฟ้องเรากลับหาว่าเราฟ้องเท็จทางศาลอาญาก็ไม่รับฟ้อง เราจึงฟ้องกลับว่าเขาเบิกความเท็จ หลักฐานทุกอย่างเราส่งให้ศาลหมดแล้ว คดีตั้งแต่ตนยังอยู่ในเรือนจำว่าจ้างมาช่วยดำเนินการเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำนวนเงิน 3,100,000 บาท หากทำไม่ได้จะคืนเงินให้ 3 ล้านบาท ส่วน 100,000 บาทเป็นค่าดำเนินการ แต่เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย และไม่คืนเงินเลย