คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

"นายกฯ" ย้ำยังไม่ประกาศระบาดระยะที่ 3 - ปิดรร.อินเตอร์

28 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
ไวรัสโคโรน่า,โควิด19,รรนานาชาติ,ดอนเมือง,หน้า 1 หนังสือพิมพ์,หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 702 ครั้ง

สช.สั่ง ปิดรร.อินเตอร์ย่านดอนเมืองกลับจากไปเที่ยวประเทศกลุ่มเสี่ย "นายกฯ" ย้ำยังไม่ประกาศระบาดระยะที่ 3 ด้าน สธ.ติดตามกลุ่มเสี่ยงสัมผัส "ปู่โควิด" ได้หมดแล้ว เกาหลีใต้ยอดติดเชื้อพุ่งเกือบ 1.6 พันราย ส่วนจีนดับติดเชื้อ 7.8 หมื่นราย


 

 

ความคืบหน้าปู่ย่าเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น ปกปิดประวัติการเดินทาง ทำให้หลานวัย 8 ขวบติดเชื้อโควิด-19 กระทั่งต้องมีการสั่งปิดโรงเรียนและธนาคารสาขาดอนเมือง พร้อมทั้งเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลา 14 วัน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 คน ล่าสุดพบกลุ่มนักเรียนเดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยงและมีการสั่งปิดโรงเรียนเพิ่มอีกเพื่อเฝ้าระวังการระบาด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์  2563 นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเพิ่มว่าโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง มีนักเรียนเดินทางไปเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยงกับผู้ปกครอง โดยไปเที่ยวกันเองจำนวน 505 คน ในจำนวนนี้มีครูรวมอยู่ด้วย 60 คน และได้เดินทางกลับมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เบื้องต้นทางโรงเรียนได้สั่งให้กลุ่มดังกล่าวเก็บตัวอยู่ภายในบ้านพักและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้โรงเรียนดังกล่าวมีนักเรียนทั้งหมดกว่า 1,000 คน แม้ว่ากลุ่มที่เดินทางจะไม่ได้เข้ามาภายในพื้นที่โรงเรียน แต่เพื่อความสบายใจทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) จึงสั่งให้ปิดโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไปและให้เรียนผ่านระบบออนไลน์แทน อย่างไรก็ตามอีกไม่กี่วันโรงเรียนก็จะปิดเทอมจึงได้กำชับให้เฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

"ที่ผมห่วงจริงๆ คือโรงเรียนนานาชาติเพราะเปิดปิดภาคเรียนไม่เหมือนโรงเรียนไทย และมีการไปทัศนศึกษาเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นจึงได้กำชับหากโรงเรียนใดเตรียมเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศขอให้ทบทวนและงดเว้นการเดินทางไปก่อน โดยเฉพาะในประเทศกลุ่มเสี่ยง และจะนัดประชุมโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศเพื่อชี้แจงแนวทางป้องกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และน่ากังวลเพราะมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว” นายอรรถพลกล่าว

มีรายงานแจ้งว่า ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ได้ประกาศปิดโรงเรียน 1 วัน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เนื่องจากมีเด็กนักเรียนชั้น ป.3 เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นไปตรวจร่างกายไม่พบติดเชื้อ แต่เพื่อความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองรวมถึงเด็กนักเรียนจึงได้ปิดโรงเรียนและร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด และ อบจ.ระยอง ทำความสะอาดโรงเรียนทั้งหมด โดยโรงเรียนนี้สอนตั้งแต่อนุบาล 1 จนถึง ป.6 นักเรียนทั้งหมด 3,064 คน ครูกว่า 200 คน

 

ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.หญิงของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นไข้หลังเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่นและมาร่วมประชุมสภา โดยไม่กักตัวในระยะเวลากำหนดว่า ได้เอาตัวมาแล้วและทดสอบแล้วก็ไม่พบเชื้อไวรัสโดยได้มีการกักตัวให้แพทย์ดูแลในห้วงระยะเวลาที่กำหนดและขอฝากประชาชนหากไปในพื้นที่เสี่ยงก็ขอให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น ตรงนี้คือความร่วมมือระหว่างกัน ต่อให้รัฐบาลทำอะไรที่ดีหรือมีมาตรการที่ดีก็ตาม หากประชาชนและผู้ป่วยไม่ดูแลตัวเองก็ลำบาก ต้องคิดถึงคนอื่นด้วย ตนเป็นห่วงทุกคนทุกที่

เมื่อถามว่าจะมีมาตรการอย่างไรกับผู้ที่เดินทางไปประเทศเสี่ยงและไม่แจ้งประวัติการเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ขอความร่วมมือ แต่หากมีการปกปิดก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะที่ต่างประเทศก็มีการตรวจสอบ และคนก็ผ่านจุดคัดกรองที่สนามบินมาแล้วทุกขั้นตอนและไม่มีโรค แต่เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องไปพบแพทย์ขึ้นบัญชีไว้ว่ามาจากที่ไหนบ้าง ก็แค่นั้นจะได้มีการติดตามตรวจเป็นระยะๆ อย่างวันนี้ก็มีการเฝ้าระวังติดตามตรวจอาการตั้งหลายร้อยคน หากประชาชนไม่ร่วมมืออะไรสักอย่าง แล้วจะทำอย่างไรได้ เพราะคนมีเป็นสิบกว่าล้านคน เราต้องช่วยกันทั้งสองทาง เมื่อถามย้ำว่า จะมีการประกาศการระบาดสู่ระยะที่ 3 เมื่อใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ยังไม่มี ยังไม่ต้องรีบร้อน”

 

 

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และไม่ได้กักตัวเฝ้าระวังในระยะ 14 วันว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามดูแลร่างกายของแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่งเรายังไม่ได้มีมาตรการว่าทุกคนจะต้องกักกันโรคไว้ 14 วัน ขออย่าเข้าใจผิด แม้จะประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายแล้ว แต่หากใครทำได้ก็จะดี ทั้งนี้ทุกคนที่กลับมาจะมีการเฝ้าสังเกตและให้ดูแลอย่างเต็มที่ทุกคน เช่น นายสมคิด นายอุตตม นายศักดิ์สยาม ที่เห็นทุกคนและได้แจ้งทุกวันว่าให้สังเกตอาการอย่างดี และทุกคนก็ได้ไปตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้ว

 

ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) แถลงว่า ผู้ป่วย 3 รายล่าสุดที่เป็น ปู่ ย่า หลาน เข้ารับการรักษาที่สถาบันโรคทรวงอกและสถาบันบำราศนราดูร พบว่าอาการปลดภัย ส่วนการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งที่เป็นผู้ร่วมกรุ๊ปทัวร์ คนในครอบครัวเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ นักเรียนร่วมชั้นเรียนหลาน และผู้ร่วมไฟลท์บิน มีการติดตามครบแล้วรวม 101 คน โดยผลตรวจเป็นลบคือไม่ติดเชื้อ 97 คน ส่วนอีก 4 คนรอผลตรวจ ทั้งนี้แม้ผลตรวจยืนยันเชื้อรอบแรกจะเป็นลบแต่ก็จะติดตามทั้งหมดจนครบ 14 วันต่อไป

"กรณีนี้แม้จะมีการติดเชื้อจากต่างประเทศแต่มีเพียงหลานที่เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดมากๆ เท่านั้นที่ติดเชื้อ ส่วนคนในครอบครัวคนอื่นๆ อีก 4 คน ไม่มีใครติดเชื้อ ประเทศไทยจึงยังถือว่ามีการติดเชื้อในวงจำกัด และยังอยู่ในระยะที่ 2 เท่านั้น” นพ.โสภณกล่าว และว่า ปัจจุบันผู้ป่วยที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เพิ่มอีก 3 ราย เป็นจากสถาบันบำราศนราดูร 2 ราย เป็นชายชาวจีน อายุ 63 ปี กับชายไทย อายุ 49 ปี และจาก รพ.ราชวิถี เป็นหญิงชาวจีน อายุ 33 ปี มีผู้ป่วยยืนยันรักษาหายแล้ว 27 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 13 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 40 รายเท่าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้แชร์ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเป็นชาวระยองที่ร่วมทริปและกลับเครื่องบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบิน XJ621 โดยระบุว่าในทริปดังกล่าวมีทั้งหมด 35 คน และเป็นคนที่ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จำนวน 16 คน ล่าสุดมี 1 รายเริ่มมีอาการเจ็บป่วยเป็นไข้แล้ว นอกจากนี้ในทริปนั้นยังมีจากกรุงเทพฯ 6 คน ส่วนที่เหลืออีก 13 คนเป็นคนจังหวัดอื่น ล่าสุด นพ.ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผอ.รพ.ระยอง เปิดเผยว่า ได้เข้าไปตรวจไม่พบเป็นไข้ทั้ง 15 คน แต่มีอยู่ 1 คนเป็นชาย อายุ 53 ปี อยูู่ หมู่ 1 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จึงได้นำตัวมารักษาห้องแยกโรคติดต่อ และมีผู้หญิงอีก 1 คนสมัครใจเข้าตรวจรักษาเพราะประชุมกับต่างชาติแล้วมีอาการเป็นไข้ โดยเมื่อเช้าวันนี้(27ก.พ.)ก็เป็นที่น่ายินดีว่าทั้งสองคนผลเป็นลบไม่มีเชื้อ ส่วนคนที่ร่วมทริปก็ได้เฝ้าดู 14 วัน

 

วันเดียวกัน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน โดยผู้ป่วย 1 ราย เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง เขตดอนเมือง โดยสำนักงานเขตดอนเมืองได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสทั้งภายในและภายนอกของบ้านพักอาศัยผู้ป่วย พร้อมทั้งฉีดบริเวณบ้านพักอาศัยใกล้เคียงและทางสาธารณะในระยะ 50 เมตร นอกจากนี้จัดเจ้าหน้าที่เข้าประเมินคัดกรองทางจิตวิทยาให้แก่ประชาชนในชุมชนพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัสและคำแนะนำวิธีปฏิบัติตนด้วย

พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับกรมควบคุมโรคว่า จากปัญหาการปกปิดข้อมูลการเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง 19 ประเทศ จึงมีการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลจาก สตม. ไปสู่ สธ.เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ และเป็นการป้องกันการปกปิดข้อมูล ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบระบบและเริ่มใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

 

ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) แจ้งว่า ทดม.ได้กำหนดให้เที่ยวบินที่มีต้นทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงสูงเข้าจอดที่อาคารเทียบอากาศยานหมายเลข 6 ซึ่งเป็นหลุมจอดที่แยกออกมาจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 เพื่อคัดกรองผู้โดยสาร ส่วนอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 เป็นเที่ยวบินที่ไม่ได้มีต้นทางมาจากกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูง 

ด้านกรณีชาวเน็ตท้วงติงดารานักแสดงที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงร่วมรับผิดชอบสังคม ล่าสุดนักแสดงสาว “เป้ย ปานวาด” ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมา และมีรูปภาพออกงานอีเวนท์ ได้ชี้แจงว่า “เป็นความเข้าใจผิด แท้จริงแล้วรูปที่ลงเป็นรูปเก่า ทยอยลงไม่เคยลงรูปแบบเรียลไทม์ รู้ว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครอยากเป็น กลัวเหมือนกัน”

ขณะที่นางเอกและผู้จัดละครสาว “แอน ทองประสม และแฟนหนุ่มเอ ทินพันธุ์” ที่เพิ่งเดินทางกลับจากญี่ปุ่น ก็ถูกชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก โดยสาวแอนชี้แจงว่าเป็นภาพเก่าที่ถ่ายเก็บไว้นานแล้วและเพิ่งนำมาโพสต์พร้อมแคปชั่นว่า “แอนเฝ้าระวังตัวเองอยู่ที่บ้าน ขอบคุณที่เป็นห่วงจะดูแลตัวเองตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำอย่างเต็มที่”

ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา คนที่ 1 และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ ศ.พญ.ยุพิน ศุพุทธมงคล หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรศาสตร์ ร่วมกันแถลงเรียกร้องประชาชนที่เดินทางกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยงร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ป้องกันการแพร่ระบาดด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นจริง และป้องกันโดยการแยกตัวจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค

ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) แถลงว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 29 ราย ส่งผลให้ยอดรวม 2,744 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มอีก 433 ราย รวมผู้ติดเชื้อเป็น 78,497 ราย ขณะที่ผู้ป่วยหายดีแล้วอยู่ที่ 32,495 ราย

ด้านทางการเกาหลีใต้รายงานว่าพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 334 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อเป็น 1,595 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 12 ราย ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่าครึ่งหนึ่งมาจากโบสถ์ชินชอนจิ ซึ่งเป็นกลุ่มลัทธิทางศาสนากลุ่มหนึ่งในเมืองแทกู 

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ(ซีดีซี) แถลงว่าทางการสหรัฐพบผู้ป่วยรายแรกที่ไม่ทราบต้นตอของการติดเชื้อ โดยอาจนับว่าเป็นการแพร่ระบาดในชุมชนเป็นครั้งแรกในสหรัฐหลังจากที่เกิดขึ้นมาแล้วในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยผู้ป่วยรายนี้มาจากเขตโซลาโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่มีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงและไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ ปัจจุบันผู้ติดเชื้อรายนี้เข้ารับการรักษาในเขตซาคราเมนโต

ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับความพยายามคัดกรองของทุกประเทศทั่วโลกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด แต่พบว่ามาตรการคัดกรองผู้ติดเชื้อจำนวนมากให้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดมากกว่าครึ่ง จึงเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ทบทวนแนวทางการคัดกรองผู้โดยสารให้รัดกุมมากกว่านี้ ทั้งนี้รายงานให้ความเห็นว่า มาตรการคัดกรองประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะไม่สามารถตรวจพบผู้โดยสารที่ติดเชื้อในสัดส่วนที่มากถึง 53% สิ่งนี้สะท้อนถึงความยากลำบากในการคัดกรองเพราะคนจำนวนมากไม่แสดงอาการที่สามารถตรวจพบได้ในขั้นต้นของการติดเชื้อ เพราะฉะนั้นประเทศต่างๆ ควรเริ่มคิดเกี่ยวกับการระบาดใหญ่ไปทุกทวีปทั่วโลกได้แล้ว



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ