26 กุมภาพันธ์ 2563ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก. ปอศ. เปิดแถลงผลการจับกุมผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมาย  

 

โดยการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย รายแรกคือ นางสาว จามจุรี ตั๋นปั๋น อายุ 22 ปี กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท บางกอกโลน จำกัด ได้ที่บริเวณพื้นที่หมู่ 11 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 และรายที่สองคือ นายหยู ตันฮวน อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ได้ที่อาคารชุดแห่งหนึ่ง บนถนนพระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ  ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 

 

โดยพันตำรวจเอก ภาดล จันทร์ดอน ผู้กำกับการ 5 ปอศ. เผยถึงที่มาของการจับกุมในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหาย แจ้งว่า ได้ทำการกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชั่น “Bath Loan” ซึ่งจะถูกหักค่าบริการทันทีจากยอดที่กู้ยืมจริง เช่น กู้เงิน 3,000 บาท ได้รับจริงเพียง 1,600 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดนัดชำระหนี้ จะมีพนักงานติดตามทวงหนี้ โดยใช้วาจารุนแรงและส่งข้อความประจานไปยังเพื่อน ๆ ของผู้กู้ให้ได้รับความอับอาย ทั้งยังคิดอัตราค่าติดตามทวงถามถึงวันละ 300 บาท สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้กู้เป็นอย่างมาก 

 

เมื่อมีการสืบสวน ก็พบมีการตั้งสำนักงานอยู่ที่อาคารสำนักงานย่านรัชดาภิเษก โดยเปิดกิจการในนาม บริษัท บางกอกโลน จำกัด มี น.ส.จามจุรี เป็นกรรมการบริษัท ด้วยเส้นทางการเงิน ที่มีการโอนผ่านบัญชีเงินฝากของ นายหยู ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ชาวจีน คอยโอนเงินไปยังผู้กู้และรับโอนดอกเบี้ยจากผู้กู้ จึงทำการรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนเข้าจับกุม พร้อมตรวจค้นสำนักงานของบริษัทดังกล่าว ซึ่งพบมีพนักงานเกือบ 50 คน กำลังปฏิบัติงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ในลักษณะพูดคุยโต้ตอบกับลูกค้าผู้กู้เงิน

 

จากการสอบสวนพนักงานในบริษัทได้ความว่า พนักงานแต่ละคน มีหน้าที่เร่งรัดหนี้สินโดยจะรับผิดชอบลูกค้าผู้กู้ประมาณคนละ 40-60 รายใน 1 วัน ซึ่งหมายความว่า พนักงานกลุ่มนี้จะมีการติดต่อเร่งรัดหนี้สินจากลูกค้าผู้กู้เกือบ 1,600 รายต่อวัน โดยมีเงินรางวัลให้กับพนักงานที่สามารถเร่งรัดทวงหนี้ได้สำเร็จ 

 

พันตำรวจเอก ภาดล กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการปล่อยกู้นั้น คนกู้จะต้องโหลดแอปพลิเคชั่นมาก่อน โดยทางบริษัทจะขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในมือถือของผู้ปล่อยกู้ ทั้งรายชื่อมือถือของเพื่อน การโทรเข้าออก รวมถึงข้อมูลบัตรประชาชน ต้องสแกนบัตรประชาชนไปในแอปพลิเคชั่น ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของผู้กู้

 

โดยผู้กู้สามารถกู้ได้ในวงเงินระหว่าง 2,000-50,000 บาท ต้องคืนภายใน 7 วัน แต่กลับมีประชาชนจำนวนมากขอกู้ เพราะไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และไม่ต้องใช้เอกสารทางการเงินมาก แต่หากผิดนัด บริษัทจะส่งข้อมูลประจานไปยังเพื่อนในมือถือ และคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีการหักค่าธรรมเนียมทำให้ไม่ได้เงินครบจำนวนตามที่ขอกู้มา

 

ทั้งนี้ ผู้เสียหายรายหนึ่ง เผยว่า เพราะมีปัญหาทางการเงิน และหลังจากดูรีวิว พบว่ามีแต่คนชมว่าแอพนี้ดี ใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วันเท่านั้น ตนกู้เงิน 3 พันบาท ได้รับ 1,600 บาท เดิมต้องจ่าย 3,012 บาทใน 7 วันโอนเข้าบัญชี แต่ตนไม่มีเงินมาจ่าย 7 วัน ดอกเบี้ยจึงคิดเพิ่ม ที่ผ่านมา ตนจ่ายไปแล้วทั้งหมด 4,300 บาท แต่หนี้ยังไม่หมด เพราะที่จ่ายแอปอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย อีกทั้งหากจ่ายไม่ทันวงรอบ 7 วัน แอปจะส่งข้อความไปหาเพื่อนในมือถือจนตนเองได้รับความเดือดร้อน เพราะหัวหน้างานตนมีชื่อในมือถือด้วย ทำให้ตนถูกบริษัทไล่ออกซ้ำเติมอีกด้วย

 

พันตำรวจเอก ภาดล กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากของนายหยู ที่ใช้ในการโอนเงินระหว่างลูกค้า เกือบ 30 ล้านบาท ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้น น.ส.จามจุรี เป็นนอมินี ถูกจ้างมาเพื่อให้เป็นกรรมการบริษัท ทางตำรวจจึงแจ้งข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและผิดพรบ.ทวงหนี้ โดยจะตรวจสอบเรื่องภาษีและความผิดคนไทยเปิดบริษัทแทน ถือเป็นความผิดกฎหมายประกอบธุรกิจต่างด้าว ซึ่งต้องตรวจสอบหลักฐานก่อน จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้นดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป