20 ก.พ.63 -ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (วงเวียนบางเขน) ถ.พหลโยธิน มีการจัดงานวันทนายความ ประจำปี 2563 โดยเริ่มตั้งแต่การทำบุญในช่วงเช้า และในช่วงบ่ายมีการสัมมนา เรื่อง "พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 เพื่อการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย" ซึ่งมีทนายความทั่วประเทศเข้าร่วมรับฟังการสัมมนาในห้องประชุมใหญ่เกือบ 500 คน

 

 

 

สภาทนายฯให้ความรู้กม.ภาษีที่ดิน-ขยายทนายประจำโรงพักเพิ่ม

 

 

          โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ กล่าวเปิดการสัมมนาว่า วัตถุประสงค์ของการสัมมนา เพื่อให้สมาชิกสภาทนายความได้รับความรู้ มีความเข้าใจ มีทักษะในการปฏิบัติการในกฎหมายใหม่ สามารถนำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพและการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้เข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยวิชาชีพทนายความโดยตรง ทำให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ มีภูมิคุ้มกันทางกฎหมาย สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ชอบธรรม ทำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเกิดความสงบสุขและความเรียบร้อย
 

 

 

สภาทนายฯให้ความรู้กม.ภาษีที่ดิน-ขยายทนายประจำโรงพักเพิ่ม

 

 

          ภายหลัง ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ ให้สัมภาษณ์เนื่องในวันทนายความนี้ว่า กิจกรรมวันทนายความปีนี้ถือเป็นปีที่ 63 ที่นับจากปี พ.ศ.2500 ซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่ทนายความทั่วประเทศจัดกิจกรรม ทั้งทำบุญ ช่วยเหลือประชาชน และเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงเย็น เราร่วมกันผลักดันให้เกิดความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ส่งเสริมสถาบันวิชาชีพทางกฎหมาย ให้ความรู้ทางกฎหมาย ช่วยเหลือดำเนินคดีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยปัจจุบันเราผลักดันโครงการสำคัญ "ทนายความประจำสถานีตำรวจ" (ที่เริ่มนำร่องตั้งแต่เดือน ส.ค.2562) ซึ่งทุกฝ่ายสามารถปรึกษาได้ ปัจจุบันดำเนินไปแล้ว 150 สถานี เป็นใน กทม. 35 สถานี ต่างจังหวัด 115 สถานี ถ้ามีการดำเนินการมากขึ้นจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและกระบวนการยุติธรรม สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและลดจำนวนคดี

 

 

 

สภาทนายฯให้ความรู้กม.ภาษีที่ดิน-ขยายทนายประจำโรงพักเพิ่ม

 

 


          อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมและสภาทนายความ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทนายความประจำสถานีตำรวจ กำลังพิจารณาขยายจำนวนโรงพักตามโครงการนี้เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าอย่างน้อยให้ได้จำนวนครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมดของโรงพักทั่วประเทศ คือ 700 กว่าแห่งจากโรงพัก 1,482 แห่ง ซึ่งภายในเดือน มี.ค.นี้ น่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติม ที่ผ่านมาดำเนินการไป 150 แห่ง ใช้งบประมาณ 50-60 ล้านบาท มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณและทนายความเพิ่ม โดยปัจจุบันเราจัดอบรมทนายความหลายชุด เพื่อให้มีความพร้อม ทนาย 1 คนที่จะให้ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาได้ต้องผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับคดีอย่างน้อย 2 ปี
 

 

สภาทนายฯให้ความรู้กม.ภาษีที่ดิน-ขยายทนายประจำโรงพักเพิ่ม

 

          ผู้สื่อข่าวถามถึงการให้ความช่วยเหลือของสภาทนายความต่อเหตุการณ์กราดยิงโคราช ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ ระบุว่า ได้มีการแจ้งให้ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียชีวิตในการจัดการมรดก และช่วยเหลือปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เสียหายสามารถขอคำปรึกษากฎหมายได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างที่ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมากำลังดำเนินการอยู่ พร้อมแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ โดยได้ดำเนินการช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องพิธีศพและการรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ
 

 

 

สภาทนายฯให้ความรู้กม.ภาษีที่ดิน-ขยายทนายประจำโรงพักเพิ่ม

 

 

          เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีก่อนหน้านี้มีกลุ่มแรงงานไทยในประเทศลิเบียได้ขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบีย ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ ระบุว่า มีผู้เสียหายที่มาร้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ จำนวนทั้งสิ้น 401 คน โดยกลุ่มที่มีคำพิพากษาแล้วและประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาล จำนวน 27 คน กับส่วนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง, ตรวจสอบพยานหลักฐานเอกสารและดำเนินการยื่นฟ้อง จำนวน 300 กว่าคน

 

 

 

สภาทนายฯให้ความรู้กม.ภาษีที่ดิน-ขยายทนายประจำโรงพักเพิ่ม

   

 

          โดยกลุ่มผู้ร้องมีความประสงค์ให้สภาทนายความให้ความช่วยเหลือขั้นตอนการดำเนินคดีในชั้นศาล เพื่อฟ้องคดีเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทที่ส่งไปทำงานและบริษัทต่างประเทศ เป็นการฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง เราต้องเร่งรีบดำเนินการ เพราะเป็นคดีแพ่งมีอายุความประมาณ 10 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีบางคดีที่ได้รับความช่วยเหลือถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาแล้ว บางรายศาลพิพากษาให้มีการชดใช้เงินเต็มจำนวน 3-4 แสนบาทตามสัญญา โดยค่าเสียหายของแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นกับสัญญาจ้างแรงงานของแต่ละคน
 

 

       

 

สภาทนายฯให้ความรู้กม.ภาษีที่ดิน-ขยายทนายประจำโรงพักเพิ่ม

 

 

             ผู้สื่อข่ารายงานว่า กรณีแรงงานไทยได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบียนั้น ปรากฏเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2562 นายพิสิษฐ์ พึ่งกล่อม อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดเลย เป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแรงงานไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้ มาร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย เนื่องจากกลุ่มผู้ร้องเคยเดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบีย ในระหว่างปี พ.ศ 2552-2557 และต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนครบสัญญาว่าจ้าง ด้วยเหตุของภัยสงครามในประเทศลิเบียถึง 2 ครั้ง จึงมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับ

 

 

            เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง มูลเหตุดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ร้องเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องไปกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินทุนต่างๆ เพื่อเป็นค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายให้กับกลุ่มบริษัทจัดหางานต่างๆ เพื่อไปทำงานในประเทศลิเบีย โดยมีจำนวนเงิน (ค่าหัวต่อคน) ค่อนข้างสูง อนึ่ง กลุ่มผู้ร้องได้รับความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และศาลแรงงานกลางแล้วในบางส่วน