วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563  ภายหลังจาก บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ จีเอ็ม ประกาศยุติการผลิตและขายรถยนต์ เชฟโรเลต ในประเทศไทย หลังสิ้นสุดปี 2563 พร้อมขายโรงงานประกอบรถยนต์และโรงงานประกอบเครื่องยนต์ที่ จ.ระยอง ให้แก่ เกรทวอลล์ มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ปรากฏว่า ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้ตัดสินใจประกาศลดราคาขายแบบล้างสต็อกรถประมาณ 4,000 คัน ในบางรุ่นลดถึง 50% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์การขายรถเลยทีเดียว ทำให้ประชาชนสนใจเข้าไปสอบถามเงื่อนไขและจองคิวกันเป็นจำนวนมาก

 

 

 

              นายแอนดี้ ดันสแตน ประธานกรรมการตลาดเชิงกลยุทธ์ พันธมิตรและผู้แทนจำหน่ายจีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ กล่าวว่า การถอนเชฟโรเลตออกจากตลาดรถยนต์ประเทศไทยนั้นเป็นการตัดสินใจของจีเอ็ม หลังจากที่ขายศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็มประเทศไทยที่ จ.ระยอง ให้แก่ เกรทวอลล์ มอเตอร์ส

              นายเฮกตอร์ บีจาเรียล ประธานกรรมการจีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า บริษัทให้คำมั่นสัญญาที่จะดูแลช่วยเหลือพนักงานและลูกค้าและจะปรับเปลี่ยนการดำเนินงานต่างๆ สำหรับลูกค้า พนักงาน ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตและผู้จัดหาวัตถุดิบหรือบริการให้สำเร็จเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย

              ล่าสุด เฟซบุ๊ก โปรโมชั่นรถเชฟโรเลต By Tip ซึ่งเป็นพนักงานของตัวแทนจำหน่ายรายหนึ่งได้โพสต์ราคาพิเศษรถลอตสุดท้าย ซึ่งปรับลดลงมาจากเดิมแตกต่างกันไป พร้อมยืนยันว่าลูกค้ายังคงได้รับการรับประกันตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม. เช่นเดิม

 

 

 

              สำหรับราคาของรถรุ่นต่างๆ ประกอบด้วย รถเอสยูวี แคปติวา 1.5 LS Turbo ราคา 499,000 บาท จากปกติ 999,000 บาท หรือคิดเป็นส่วนลด 500,000 บาท รถพีพีวี เทรลเบลเซอร์ 2WD 2.5 LT ราคา 895,000 บาท ลดลง 249,000 บาท จากราคาเดิม 1,144,000 บาท รถปิกอัพ โคโลราโด HighCoutry 2WD ราคา 775,000 บาท ลดลง 223,000 บาท จากปกติ 998,000 บาท รถปิกอัพ โคโลราโด Trailboss MT 2WD ราคา 655,000 จากปกติ 859,000 บาท ส่วนลด 204,000 บาท

              สังเกตได้ว่ารถที่ลดราคาสูงที่สุดคือ แคปติวา ซึ่งเป็นรถรุ่นล่าสุดที่เชฟโรเลตทำตลาดในไทย โดยเป็นการนำเข้ามาจากโรงงานผลิตร่วมทุนระหว่างจีเอ็มกับพันธมิตรในประเทศจีน เปิดตัวช่วงปลายปี 2562 แต่สร้างยอดขายได้ไม่ดีนัก โดยมีการส่งมอบเฉลี่ยประมาณเดือนละ 250 คัน ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับรถที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ๆ

 

 

 

              เฟซบุ๊ก เชฟโรเลต รามอินทรา รถใหม่ป้ายแดง ระบุว่า เชฟโรเลต สาขารามอินทรา จะยังคงขายรถยนต์เชฟโรเลต พร้อมการบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบทุกวัน และวันนี้ลดล้างสต็อกเพื่อให้ลูกค้าใช้รถที่ดีและมีคุณภาพอย่างคุ้มค่าที่สุด

              ทั้งนี้ สวพ.91 รายงานสภาพจราจรบนถนนรามอินทรา ขาออก จากวงเวียนบางเขนไปลาดปลาเค้า รถติดขัดมาก ท้ายต่อเนื่องไปแยกหลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ สาเหตุติดเข้าศูนย์โชว์รูม “เชฟโรเลต” ก่อนถึงซอยรามอินทรา 31

              เช่นเดียวกับ เชฟโรเลต พระนคร ยนตรการ สำนักงานใหญ่วิภาวดี ก็มีประชาชนเข้าไปจองคิวซื้อรถอย่างคึกคักแต่เช้าจนแถวล้นทะลัก โดยเฉพาะรุ่นแคปติวา LS 499,000 จาก 999,000 ได้รับความสนใจมากที่สุด ล่าสุดรุ่นนี้ได้ปิดการจองแล้ว

 

 

 

              ด้านผู้จัดการฝ่ายขายให้ข้อมูลว่า จำนวนรถที่มีในสต็อกทั้งสิ้น 4,000 คัน แบ่งเป็นแคปติวา 2,000 คัน เฉพาะที่โชว์รูมพระนคร ยนตรการ สาขาวิภาวดีรังสิต จุดเดียวมียอดจองแคปติวาเกิน 400 คันแล้ว หากรวมสาขาอื่นๆ ในเครือ อาทิ บางแค บางจาก รัตนาธิเบศร์ สายไหม รังสิต และสาขาสระบุรี น่าจะทะลุ 1,000 คันเลยทีเดียว โดยวางมัดจำ 5,000 บาท

              กระนั้นก็ดีแม้บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประกาศยุติการผลิตและขายในประเทศไทยภายในปี 2563 แต่ยืนยันว่าจะไม่ลอยแพลูกค้า ยังให้บริการหลังการขายเหมือนเดิม หากรถยนต์มีปัญหาสามารถนำเข้าศูนย์ที่ได้รับการแต่งตั้งได้ทั่วไทย

              ขณะที่ลูกค้ารายหนึ่งกล่าวว่า ชอบรถรุ่นแคปติวา เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอทราบข่าวว่าเชฟโรเลตลดราคาจึงรีบมาจองคิว ไม่กลัวเรื่องอะไหล่ หรือการปิดตัวของบริษัทแม่ เพราะมั่นใจว่าจะการบริการหลังการขายให้ลูกค้าอยูู่แล้ว แต่ที่น่าห่วงก็คือเรื่องของการกู้ไฟแนนซ์ไม่รู้จะผ่านหรือไม่เพระอยู่ในเงื่อนไขที่ไม่ปกติ

 

 

 

              ด้านพนักงานขายแจ้งลูกค้าว่าหากซื้อผ่านไฟแนนซ์ต้องรอการอนุมัติ แต่หากซื้อเงินสด ลูกค้าเลือกสีเลือกรุ่นและจองพร้อมรับรถได้ทันทีถ้ามีรถตรงความต้องการ และราคาดังกล่าวจะไม่มีของแถมอะไรอีก โดยค่าใช้จ่ายในวันที่ออกรถประกอบไปด้วย 1. เงินค่าตัวรถ 2. ค่าจดทะเบียน 3. ค่ามัดจำป้ายแดง 4,000 บาท 4. ค่าแวต 7% คิดจากส่วนลด และ 5. ค่าประกันภัยชั้น 1 จำนวน 25,000 บาท

              ขณะที่ศูนย์เชฟโรเลตใน จ.ชลบุรี มีการจัดโปรโมชั่นลดราคารถยนต์ทุกรุ่น มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชมและจับจองรถยนต์เชฟโรเลตกันอย่างคึกคัก โดยผู้จัดการฝ่ายขายเชฟโรเลตสาขาพัทยา ระบุว่า รุ่นแคปติวา ที่ลดราคากว่า 500,000 บาท ได้ปิดรับจองเป็นที่เรียบร้อยเนื่องจากลูกค้าในพื้นที่เมืองพัทยามาซื้อเงินสดกันเป็นจำนวนมาก ส่วนรุ่นอื่นๆ ก็มียอดจองรวมกันทั้งหมด 100 กว่าคัน ซึ่งผลตอบรับการจองรถยนต์ของลูกค้าวันนี้มีจำนวนมาก

 

 

 

              ล่าสุดมีรายงานจากหลายโชว์รูมตรงกันว่า แคปติวา ราคา 499,000 บาทขายหมดไปแล้ว จะเหลือแต่รุ่นท็อปพรีเมียร์ กับรองท็อป LT ที่ลดราคา 5 แสนบาทเช่นกัน โดยพรีเมียร์ จากราคา 1,199,000 บาท เหลือ 699,000 บาท และรุ่น LT จาก 1,099,000 บาท เหลือ 599,000 บาท

              ด้าน นายภิญโญ ธนวัชรภรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว เปิดเผยว่า ปกติราคาเชฟโรเลตตํ่าอยู่แล้วเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ โดยผู้ประกอบการที่มีสต็อกรถของแบรนด์นี้ต้องเร่งขายออกไปแม้จะขาดทุนก็ตามเพราะคาดว่าราคาหลังจากนี้จะลดลงอีก

              “เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้จะมีรถทยอยเข้าสู่ตลาดอีก ดังนั้นเต็นท์ไหนที่มีรถอยู่ก็ต้องรีบขาย ยกตัวอย่าง เทรลเบลเซอร์มือหนึ่งราคาล้านนิดๆ เมื่อตกมาที่ตลาดมือสอง จะราคาประมาณ 4 แสนบาท แต่ตอนนี้จะลงมาอยู่ที่ 3 แสนบาท ส่วนครูซ ราคา 8 - 9 แสนบาท ก็จะอยู่ที่ 2 แสนบาท หรือ โซนิก ราคา 6 แสนบาท ตอนนี้อาจจะเหลือแค่ 1.5 แสนบาท โดยราคาลดลงมาจากปกติอีก 30%” นายภิญโญ กล่าว

 

 

 

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกาศปิดโรงงานเชฟโรเลตในไทย ไม่เพียงส่งผลกระทบไปยังพนักงานของเชฟโรเลตและดีลเลอร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเต็นท์รถมือสองเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้บริหารเต็นท์รถแห่งหนึ่งบอกว่า หลังจากที่เชฟโรเลตประกาศปิดตัว ก็มีการสอบถามไปยังไฟแนนซ์ต่างๆ ปรากฏว่าทุกไฟแนนซ์ไม่รับจัดสินเชื่อรถทุกรุ่นของเชฟโรเลตแล้ว โดยให้เหตุผลว่าบริษัทใหญ่สั่งการมา

              “ในเต็นท์รถของผมมีเชฟโรเลตอยู่ 3 คัน รวมยอดที่ซื้อมาล้านกว่าบาท ก็ยอมรับสภาพว่าขาดทุนก็จำเป็นที่จะต้องลดราคาลงและขายเงินสดเท่านั้น แต่ก็ไม่ทราบว่าจะมีผู้มาซื้อหรือไม่ ส่วนรถรุ่นต่างๆ ของเชฟฯ นั้น หากมีผู้เข้ามาขายก็ไม่สามารถรับซื้อได้ ต้องหยุดซื้อเช่นกัน เพราะซื้อมาแล้วก็ไม่รู้จะขายให้ใคร เนื่องจากไม่มีไฟแนนซ์รับจัดสินเชื่อให้ผู้ซื้อ สิ่งที่จะกระทบหลังจากนี้ก็คงจะเป็นผู้ที่ใช้รถอยู่ หากจะขายก็ขายไม่ได้ และนานไปก็คืออะไหล่ที่จะขึ้นราคาแน่นอน เพราะหยุดการผลิตหาของยาก” เจ้าของเต็นท์รถกล่าว

 

 

 

              ด้าน นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรีออโต้ ให้บริการสินเชื่อรถยนต์เชฟโรเลตตามปกติ และจะพิจารณานโยบายด้านการให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเมื่อมีความชัดเจนด้านการขายและการตลาดจากจีเอ็มต่อไป ทั้งนี้ลูกค้าเชฟโรเลตเดิมที่ใช้บริการสินเชื่อของบริษัทยังคงได้รับการบริการเช่นเดิม

                   

              ส่วน นายธีรชาติ จิรจรัสพร ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยว่า เมื่อเชฟโรเลตยุติการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย ความกังวลจะพุ่งเป้าไปที่ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วเป็นลำดับแรก เพราะเขายังมีรถมือสองที่รอการจำหน่ายอีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามประเมินว่านโยบายการปล่อยสินเชื่อให้รถรุ่นนี้ยังดำเนินต่อไป เพราะบริษัทยังคงให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าอยู่ เช่น การรับประกันคุณภาพรถยนต์ การซ่อมบำรุง และการบริการต่างๆ ผ่านเครือข่ายของศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเชฟโรเลตทั่วประเทศ เพียงแต่อาจมีการปรับเงื่อนไขบ้าง ทางออกในการควบคุมความเสี่ยงและบริหารผลประกอบการของการปล่อยสินเชื่อรถเชฟโรเลตนั้นจะไปจบที่เรื่องของยอดจัดสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางตลาดมากที่สุดนั่นเอง

 

 

 

              ขณะที่ นายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนคร เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ดีลเลอร์รายใหญ่ของเชฟโรเลต เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปลี่ยนโชว์รูมเชฟโรเลต 7 แห่ง ไปทำธุรกิจขายรถยนต์แบรนด์อื่นแทน ตอนนี้พิจารณาไว้ 2-3 แบรนด์ ซึ่งบางแบรนด์อนุญาตให้ดูแลบริการหลังการขายให้ยี่ห้ออื่นๆ(เชฟโรเลต)ได้ หากในศูนย์บริการวางตำแหน่งหรือแยกโซนซ่อมไว้ชัดเจน

              แหล่งข่าวผู้จำหน่ายอีกรายหนึ่งของเชฟโรเลต เปิดเผยว่า ดีลเลอร์หลายรายกำลังรวมตัวกันเพื่อพูดคุยและเจรจากับบริษัทแม่ว่าจะทำอย่างไรกับสต็อกรถที่มีอยู่ในตอนนี้รวมไปถึงการดูแลหลังการขายจะเป็นในลักษณะไหน ขณะเดียวกันสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อเช่าซื้อก็เริ่มไม่มั่นใจ โดยไม่อนุมัติสินเชื่อ ทำให้รถที่มีอยู่ในสต็อกของดีลเลอร์ยิ่งขายยากออกไปอีก