คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์พร้อมคู่กรณีจบด้วยดีปมหักหัวคิวเงินน้ำท่วม

17 กุมภาพันธ์ 2563 - 17:06 น.
หักหัวคิวน้ำท่วม,ศาลจังหวัดยโสธร,น้ำท่วมยโสธร,บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 325 ครั้ง

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมคู่กรณีจบกันด้วยดี ปมหักหัวคิวเงินช่วยเหลือน้ำท่วม


เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร นายบิณฑ์  บรรลือฤทธิ์ พระเอกชื่อดังพร้อมทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เดินทางมาพบกับพ.ต.ท.มิตรชัย บุญล้ำ พนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์จากกรณีที่พบว่ามีผู้นำชุมชนและบุคคลบางกลุ่ม แอบอ้างชื่อทีมงานเพื่อเรียกร้องหักค่าหัวคิวเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทักภัยน้ำท่วมซึ่งทีมงานได้รับบริจาคและนำมาแจกช่วยเหลือที่จังหวัดยโสธร
 

 

              บิณฑ์  บรรลือฤทธิ์ เล่าว่าตนพร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เดินทางมามอบเงินและถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่จังหวัดยโสธรโดยมอบเป็นเงินสดครอบครัวละ 5,000 บาท และต่อมาทราบว่าได้มีมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีมาแอบอ้างว่าเป็นทีมงานของตนและเข้าเรียกเก็บเงินคืนจากชาวบ้าน 4,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปดูแลค่าที่พักค่าอาหารและค่าดำเนินการอื่นให้กับตนและทีมงาน


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

              โดยที่ผ่านมา บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ได้นำหลักฐาน มอบให้ตำรวจสภ.เมืองยโสธร ดำเนินคดี "ขบวนการหักหัวคิว" ฟ้อง 7 ผู้ต้องหา นำบุคคลที่ไม่ได้รับความเดือดร้อน เข้ารับเงินช่วยเหลือ รายละ 5,000 บาท โดยมี "แม่กุ้ง" รุ่งรัชนี ไชยวิชิตเป็นคนหักหัวคิว จนเกิดเป็นกระแสดราม่าในสังคม และที่ผ่านมาทนายความ "แม่กุ้ง" ที่ถูกระบุเป็นตัวการหักหัวคิว ได้ฟ้องกลับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เช่นเดียวกัน ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน

             ล่าสุดในวันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2563) ศาลจังหวัดยโสธรนัด  "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" พร้อมคู่กรณีไกล่เกลี่ยเรื่องดังกล่าว โดยคู่กรณีได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดยโสธร อีกทั้งยังมีการสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าไม่ได้มีเจตนาในการฉ้อโกงเงินบริจาคช่วยน้ำท่วมแต่อย่างใด 

              โดยบิณฑ์เปิดเผยภายหลังว่า  "กรณีเงินช่วยเหลือน้ำท่วมที่มอบให้แก่ชาวบ้านที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจริง มีผู้นำมาคืนแล้ว 18 รายเป็นจำนวนเงิน 90,000 บาท ส่วนที่เหลือบิณฑ์ยกประโยชน์ให้ เนื่องจากเห็นใจว่าไม่สามารถที่จะนำเงิน 5,000 บาท มาคืนให้ได้" 


 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ