เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2563 - จากกรณีเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญใน จ.นครราชสีมา ที่จ่าทหารได้ก่อเหตุยิงนายทหารที่บ้านพัก ก่อนเข้าไปยังค่ายทหารขโมยอาวุธปืนร้ายแรงออกมาก่อเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าเทอร์ทินอล 21 นครราชสีมา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายนั้น

 

          แหล่งข่าวนักวิชาการด้านกฎหมาย ให้ความเห็นข้อกฎหมาย กรณีที่มีประเด็นพูดถึงกันมากเกี่ยวกับผู้เสียหายในทรัพย์สิน และครอบครัวผู้เสียชีวิต/บาดเจ็บ จะเรียกร้องความรับผิดทางแพ่งในความเสียหาย จากกองทัพบก หรือหน่วยงานทหารที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ เพียงใดว่า เรื่องนี้จะต้องพิจารณาถึงการวางข้อกำหนดและระเบียบในการเก็บรักษาอาวุธของกองทัพบก หน่วยบังคับบัญชา และหน่วยทหารที่เก็บรักษาอาวุธที่ถูกชิงเอามาใช้ก่อเหตุกราดยิงว่ามีการวางมาตรการและหลักเกณฑ์การใช้ความระมัดระวังในการเก็บรักษาอาวุธตามมาตรฐาน วิธีการ ขั้นตอนและกระบวนการในการเก็บรักษาอาวุธ โดยเฉพาะที่เป็นอาวุธและเครื่องกระสุนปืนร้ายแรงที่ถูกต้องเหมาะสม เพียงพอตามมาตรฐานในการเก็บรักษาอาวุธหรือไม่ 

 

          รวมทั้งต้องพิจารณาดูด้วยว่า ผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ทหารและที่เกี่ยวข้อง ปล่อยปละละเลยไม่ใช้ความระมัดระวังในการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธตามที่สมควรจะต้องทำหรือไม่ ซึ่งหากผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการกองทัพบก , แม่ทัพภาค 2 , เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก หรือผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 หรือผู้บังคับกองพัน หรือเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้อง มีส่วนในความบกพร่องในการกำหนดมาตรการ กระบวนการ ขั้นตอน และหลักเกณฑ์ในการเก็บรักษาอาวุธที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรือว่าประมาทเลินเล่อไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างถูกต้องเหมาะสมเพียงพอในการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธ ทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่ามาตรการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธนี้ไม่ใช่จะเฝ้าระวังแค่การก่อเหตุจากบุคคลภายนอก แต่ต้องเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายที่อาจคาดไม่ถึงจากทหารในหน่วยที่เก็บรักษาอาวุธด้วยกันเองด้วย ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิต/บาดเจ็บ มีสิทธิตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 ที่จะฟ้องร้องกองทัพบกให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ 

 

          และตามมาตรา 8 กำหนดว่าหากหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายและครอบครัวของผู้เสียชีวิต อันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์แล้ว มีสิทธิเรียกให้ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจเป็นผู้กระทำละเมิดจากการที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังที่ถูกต้องเหมาะสมและเพียงพอในการเฝ้าระวังรักษาคลังอาวุธ ให้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐได้ถ้าพบว่าผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้นจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง.