วันที่ 15 ก.พ. 2563 นายแพทย์ สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด-19 พบบุคลากรทางการแพทย์ไทยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยรายที่ 27 สาเหตุมาจากขณะปฎิบัติงานไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยชุดป้องกันขณะดูแลผู้ป่วย โดยก่อนหน้านั้นได้ถูกวินิจฉัยเป็นโรคอื่น ต่อมามีอาการไข้ ไอ เหนื่อย ส่งตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทีมสวบสวนโรคได้ขยายผลการเฝ้าระวังไปยังเพื่อนร่วมงานอื่นอีก 24 คน ซึ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยยืนยันรายที่ 27 เช่นกัน ผลการตรวจไม่พบเชื้อและไม่มีอาการป่วย ไม่มีผู้สัมผัสในครอบครัวเพิ่มเติมเนื่องจากผู้ป่วยอาศัยอยู่หอพักตามลำพัง

 

 

 

 

                ขณะที่วันนี้มีผู้ป่วยโควิด-19 ที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านเพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน เพศหญิง อายุ 56 ปี รวมแล้วขณะนี้มีผู้ป่วยหายดีแล้วรวม 14 ราย , นอนโรงพยาบาล 20 ราย และผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 34 ราย

                ความคืบหน้าผู้ป่วยที่อาการหนัก มี 2 ราย ซึ่งมีอาการหนักตั้งแต่แรกรับรักษาที่สถาบันบำราศฯ รายแรกมีภาวะวิกฤตทางระบบทางเดินหายใจ แพทย์พิจารณาใช้เครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอดหรือเครื่องเอคโม (ECMO) ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ รายที่ 2 มีภาวะติดเชื้อวัณโรคปอดร่วมด้วย ผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับการรักษาเพิ่มเติม โดยนำน้ำเลือดจากผู้ป่วยหายดี (convalescent plasma) มาช่วยในการรักษา ขณะนี้ผู้ป่วยทั้งสองรายอาการยังทรงตัว อัตราการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดดีขึ้น ส่วนผู้ป่วยยืนยันรายอื่นๆ อาการดีขึ้นตามลำดับ

                ส่วนสถานการณ์ที่สัตหีบการเฝ้าระวังโรค ที่พบผู้ป่วยยืนยัน 1 รายที่โรงพยาบาลชลบุรี อาการปกติ ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ยังอยู่ในห้องแยก เฝ้าระวังติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ผลการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ยังคงพบเชื้อ วางแผนเก็บตัวอย่างส่งตรวจอีกครั้งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2363 ส่วนคนไทยที่อาคารรับรองสัตหีบ 137 คน ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้ และไม่มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเพิ่ม

                นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบุคคลากรที่ต้องให้การดูแลผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ จะต้องสวมชุดอุปกรณ์ป้องกันตนเองให้เหมาะสม ในส่วนของโรงพยาบาลต้องมีระบบการป้องกันโรคติดเชื้อตามมาตรฐาน และทบทวนมาตรการและแนวทางป้องกันการติดเชื้อของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้จะมีการอบรมฟื้นฟูให้กับแพทย์และพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อทั่วประเทศอีกครั้งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ เน้นพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวที่มีสถานพยาบาลเอกชนอยู่เป็นจำนวนมาก

 

 

 

                ส่วนกระข่าวที่ว่า ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะแพร่กระจายผ่านละอองเสมหะเป็นหลัก ซึ่งผู้รับเชื้อจะต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ไอ จาม ในระยะประมาณ 1-2 เมตร และต้องสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ เข้าร่างกายผ่านทางเยื่อเมือก จากการนำเชื้อเข้าทางปา ตา จมูก 

                สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเรือเวสเตอร์ดัม (Westerdam) เมื่อวานนี้ได้เดินทางเข้าประเทศมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งหมด 9 ราย เป็นชาวต่างชาติ 8 ราย คนไทย 1 ราย ตรวจคัดกรองไม่มีไข้ ชาวต่างชาติเดินทางกลับประเทศ ส่วนคนไทยดูแลติดตามเฝ้าระวังตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค

 

 

ไทยพบบุคลากรการแพทย์ติดไวรัสโคโรนารายแรก

 

 

                ทั้งนี้ นายแพทย์ สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 รายใหม่ล่าสุดในวันนี้(15 ก.พ.) ว่า ผู้ป่วยเป็นบุคลากรของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่ใช่บุคลากรของสถาบันบำราศนราดูร แต่อย่างใด ล่าสุดผู้ป่วยยืนยันรายดังกล่าวได้ส่งตัวเข้ารักษาที่สถาบันบำราศนาดูร

                “ขอยืนยันว่าสถาบันบำราศนราดูรเป็นโรงพยาบาลที่ให้การดูแลรักษาโรคติดเชื้อโดยเฉพาะ จึงมีมาตรฐานในการดูแลผู้ติดเชื้อและบุคลากรทางการแพทย์” นายแพทย์ สุวรรณชัย กล่าว