ที่ กระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ,นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการ สธ.เขต 6 รศ.(พิเศษ) ,นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค ,นพ.หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ,นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป ,นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ,นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศ ร่วมกันแถลงสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประจำวันที่ 8 ก.พ. 2563

 

 

ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เพิ่มอีก 7 รวม 32 ราย

 

 

 

                 รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์ในวันที่ 8 ก.พ. ณ เวลา 08.00 น. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 22 ราย กลับบ้านแล้ว 10 ราย รวมสะสม 32 ราย ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.-8 ก.พ. มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 654 ราย คัดกรองจากสนามบิน 49 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 605 รายอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 279 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดตามฤดูดาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 375 ราย โดยวันที่ 7 ก.พ. พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 39 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลกขณะนี้ ข้อมูลวันที่ 5 ม.ค.-8 ก.พ. พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 34,410 ราย เสียชีวิต 719 ราย ส่วนประเทศจีน พบผู้ป่วย 34,083 ราย เสียชีวิต 655 ราย

 

 

ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เพิ่มอีก 7 รวม 32 ราย

 

 

                 อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขพบผู้ป่วยโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก 7 ราย เป็นคนจีน 4 ราย คนไทย 3 ราย โดยในส่วนของคน 3 รายเป็นสมาชิกในครอบครัวเดียวกันกับผู้ป่วยรายเดิม และอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวที่มาพบแพทย์ตามคำแนะนำที่ได้รับจากกระทรวงสาธารณสุขตอนเดินทางเข้าไทย ในส่วนของคนไทย 3 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเป็นคนไทยกลับบ้านมาจากอู่ฮั่นและแยกเฝ้าระวังที่ฐานทัพเรือสัตหีบ อายุ 25 ปี ประกอบอาชีพไกด์ ส่วนผู้ป่วยไทยอีก 2 ราย เป็นชายประกอบอาชีพที่ต้องติดต่อกับนักท่องเที่ยว และอีก 1 ราย เป็นผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด โดยมีผู้ป่วยหายเป็นปกติ สามารถกลับบ้าน 1 ราย โดยสรุปสถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 10 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 22 ราย ส่วนใหญ่อาการดีขึ้น รวมยอดผู้ป่วยสะสม 32 ราย โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อของไทยยังอยู่เป็นลำดับที่ 4 รองจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

 

 

ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เพิ่มอีก 7 รวม 32 ราย

 

 

                 นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า สำหรับคนไทยที่กลับจากจีน ในขั้นตอนก่อนออก จีนได้คัดกรองเบื้องต้นแล้ว คนมีไข้ไม่มีทางหลุดรอดมาขึ้นเครื่อง หลังลงเครื่องก็มีคัดกรองซ้ำ แต่ไม่ปรากฏอาการเพราะเชื้อโรคอยู่ระหว่างการฟักตัว จึงเหตุผลที่เราจำเป็นต้องแยกกักตัว ไม่ต้องกังวลหากพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็ต้องแยกตัวไปรักษา และขอยืนยันอีกครั้งถึงสัดส่วนของผู้ที่ได้รับการรักษาจนหายดี ซึ่งประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นๆ เรามีขีดความสามารถด้านการแพทย์และการควบคุมโรค ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรมว.สธ. ได้ย้ำให้ทำเต็มที่สูงสุด เพราะประเทศเราเป็นประเทศท่องเที่ยวลำดับต้นๆของโลก การลดการเจ็บป่วยและการควบคุมโรค จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า นักทองเที่ยวยังสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ หากเจ็บป่วยระบบของเราดูแลรักษาได้ โดยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่รพ.ราชวิถี ขณะนี้อาการดีขึ้น รอฟังผลแลปอีก 1-2 วัน ก็อาจกลับบ้านได้

                 "สำหรับหน้ากากอนามัยที่มีกระแสขาดตลาด ขอแนะนำให้คนป่วยใส่ก่อน คนที่เจ็บป่วยเล็กน้อยต้องสวมใส่หน้ากาก ไอจามต้องใช้ท้องแขนปิดปากจมูก ช่วยกันทำความสะอาดพื้นผิวสาธารณะ เรายอมรับกริ่งเกรงแต่คาดการณ์และรับมือ โรคติดต่อได้ ตามกลไกไม่ได้หมายความว่าผู้สัมผัสกับผู้ป่วยทุกรายต้องติดโรค สำหรับผู้ติดเชื้อใหม่ 7 ราย พบในกทม.และภูมิภาค เพราะเราดำเนินการควบคุม 2-3 ส่วน ได้แก่ สนามบินนานาชาติทุกแห่ง สถานพยาบาลในแหล่งท่องเที่ยวเพราะนักท่องเที่ยวกระจายไปตามแหล่งต่างๆ สถานพยาบาลจึงมีโอกาสพบผู้เข้าข่ายการสอบสวนโรค"

 

 

ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เพิ่มอีก 7 รวม 32 ราย

 

 

                 ด้าน นพ.สุเทพ กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเป็นชาวไทย อายุ 25 ปี กลับจากเมืองอู่ฮั่น โดยเมื่อคัดกรองพบอาการป่วย เที่ยงคืนของวันที่ 7 ก.พ.จึงส่งตัวเข้าพักรักษารพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สำหรับบ้านพักรับรองกองทัพเรือสัตหีบ มีลักษณะบ้านพักเรือนนอนจะแยกพักชาย-หญิง สำหรับผู้ป่วยรายล่าสุด เป็นชายหนุ่มแข็งแรงวันที่เดินทางมาถึงไม่มีไข้ ต่อมามีน้ำมูกไหลเล็กน้อย แต่เมื่อเข้าเกณฑ์ต้องสงสัยจึงส่งตัวไปโรงพยาบาล โดยผลเอ็กซเรย์ปอดยังปกติ ปริมาณออกซิเจนและความดันเลือดปกติ มีเพียงแต่ผลตรวจแลปเท่านั้นที่เป็นบวก ส่วนเพื่อนร่วมห้องส่งตัวไปตรวจที่ รพ.สัตหีบ อาการยังปกติขณะนี้ยังรอการตรวจซ้ำ คาดว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลมาเฝ้าสังเกตอาการยังบ้านพักรับรอง

                 "เรามีวิธีปฏิบัติตัวในบ้านพัก ทุกคนต้องใส่หน้ากาก ไม่ใช้ของร่วมกัน ล้างมือ ไม่ให้จับกลุ่ม จัดการสิ่งแวดล้อม ตรวจคัดกรองแพทย์พยาบาลทุกวัน ตรวจพบต้องรีบจัดการซึ่งเป็นมาตรฐานทุกขั้นตอน ส่วนเรื่องคนไข้จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ต้องดูกันวันต่อวัน จนครบ 14 วัน" นพ.สุเทพ กล่าว

                 ด้าน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในการประชุมผู้ป่วยที่เข้านิยามการเฝ้าระวัง โดยพบผู้ที่เข้าข่ายมีตัวเลขสะสม 654 ราย คัดกรองจากสนามบิน 49 ราย เข้ารับการรักษาเองที่โรงพยาบาล 605 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 279 ราย และยังพักรักษาในโรงพยาบาล 375 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด คออักเสบและ หลอดลมอักเสบ โดยอาการไม่แตกต่างจากการเป็นไข้หวัด ตัวร้อนนิดหน่อย ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนที่มีอาการเฝ้าระวังเป็นกลุ่มเสี่ยง คือผู้ที่ติดต่อโดยตรงกับผู้ป่วย เช่น คนขับรถสาธารณะและไกด์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดที่ต้องดูแลตัวเอง

                 ขณะที่ นพ.ทวี กล่าวถึงการแยกกักตัวผู้พักร่วมห้องกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายล่าสุด ว่า เขาเข้าพักมาแล้ว 2 วัน ดังนั้นจึงต้องถูกแยกกักตัวอีก 14 วัน เมื่อรวมกับ 2 วันแรกก็จะเป็น 16 วัน อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่า ผู้ติดเชื้อที่พบตรวจพบเชื้อแต่อาการน้อยมาก โดยปกติการติดเชื้อไวรัสอาจไม่มีอาการใดๆเลย เช่น ผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 20% หรือผู้ติดเชื้อไข้เลือดออก 80% ซึ่งไม่มีอาการป่วย เพราะเป็นธรรมชาติที่ปรับให้มนุษย์ต่อสู้กับโรค คนหนุ่มสาวที่ไม่มีโรคประจำตัว แข็งแรงดี จะไม่มีอาการป่วย การตรวจพบเชื้อไวรัสก็คือติดเชื้อ ส่วนติดแล้วจะมีอาการหรือไม่ มีอาการมากหรือน้อยอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง

                 "ในประเทศจีนภาพที่เราเห็นเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันโรคเหมือนชุดอวกาศ ก็เพราะเขามีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 5% ส่วนอีก 70% มีอาการน้อย และอีก 20% ไม่มีอาการ จีนเริ่มรู้ว่าเป็นปัญหาเมื่อคนไข้มีอาการหนักมาก วัตถุประสงค์ของเขาจึงต้องลดการเสียชีวิต ส่วนในไทยเราต้องการลดการแพร่เชื้อ ในอนาคตอันใกล้เชื่อว่าไทยจะมีเคสที่แสดงอาการรุนแรงแน่นอน  เพราะตอนนี้เพิ่งจะผ่านมายังไม่ถึง 2 เดือน เมื่อเราตรวจจับผู้ป่วยได้มากขึ้นก็จะเห็นเคสมากขึ้น และบางรายมีอาการหนัก แต่ส่วนที่เหลือทั้งหมดอาการค่อนข้างเบา" นพ.ทวี กล่าว

 

 

ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เพิ่มอีก 7 รวม 32 ราย

 

 

                 เมื่อถามถึงการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดจากผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการ นพ.ทวี กล่าวว่า คนที่มีเชื้อจะแพร่เชื้อได้ต่อเมื่อไอจาม เชื้อโรคที่อยู่ในคอไม่สามารถแพร่ออกมาได้ หรือแพร่ได้แต่น้อยมาก เพราะเชื้อจะแพร่ผ่านการไอจามมากว่าการสัมผัสทางผิวหนัง เราไม่สามารถตรวจคนสุขภาพดีได้ทั้งหมด แต่ต้องตรวจจากคนป่วย กรณีผู้ป่วยรายล่าสุดมีเพื่อนร่วมห้อง ตอนที่เดินทางมาถึงประเทศไทยก็แข็งแรงดี ขณะนี้แม้เพื่อนร่วมห้องจะยังตรวจไม่พบเชื้อโรค แต่การจะตอบได้เต็มปากเต็มคำต้องรอให้ครบ 14 วัน

                 เมื่อถามถึงการแจกหน้ากากอนามัย โดยไม่สวมใส่ถุงมืออันตรายหรือไม่อย่างไร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า  มือคนแจกทุกคนมีเชื้อโรคทั้งหมด แต่ไม่ได้มีเชื้อโคโรน่า เชื้อโรคที่ติดด้านนอกของหน้ากากไม่เป็นไรเพราะไม่ใช่ด้านสีขาวซึ่งเป็นตำแหน่งที่สัมผัสจมูกและใบหน้า เชื่อว่าการไม่สวมใส่ถุงมือขณะแจกหน้ากากไม่ได้มีผลอะไรมาก อย่าคิดว่าคนใส่ถุงมือแล้วจะปลอดภัย เพราะเขาอาจไปจับสถานที่ต่างๆมากมาย โดยทั้งวันไม่ได้ล้างมือเลย ดังนั้นการล้างมือบ่อยๆด้วยแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆปลอดภัยกว่า

 

 

ไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เพิ่มอีก 7 รวม 32 ราย

 

 

                 อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวย้ำอีกว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถึงปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน โดยยืนยันว่ากำลังการผลิตใช้อย่างเพียงพอ ถ้าไม่แตกตื่น กักตุน หน้ากากมีเพียงพอแน่นอน และตอนนี้ก็มีกฎหมายห้ามกักตุนแล้ว และขออธิบายอีกครั้งว่า เชื้อโรคจะออกมากับน้ำมูกและน้ำลาย ถ้าเรามีวัสดุป้องกันที่เหมาะสมให้คนป่วยใส่หน้ากากอนามัย ส่วนคนที่ยังไม่ป่วยหน้ากากผ้าทำเอง ก็เป็นการช่วยตัวเองตามความเสี่ยงและช่วยไม่ให้สังคมตื่นตระหนกเกินไป คนที่ไม่ป่วยไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก เพราะสิ่งที่จำเป็นคือการล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่ที่อาจใกล้ชิดผู้ป่วย

                 สำหรับการแชร์ข้อมูลในโซเซียลมีเดียว่า ตัวนิ่มอาจเป็นพาหะนำโรคไวรัสโคโรน่า ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตำรวจไทยจับตัวนิ่มเยอะมาก การบริโภคและเลี้ยงสัตว์ป่าอันตรายมากและเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง  หน้ากากอนามัยที่เราใส่กันป้องกันโรคได้แต่ไม่ดีเทียบเท่ากับการล้างมือ หน้ากากมีประโยชน์สำหรับคนป่วย ดังนั้นการใส่หน้ากากในที่รโหฐาน หรือบางคนใส่ในบ้านและใส่นอนด้วยไม่เกิดประโยชน์ ขอให้เลิก

 

 

 

 

 

                 ทางด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 กล่าวถึงความคืบหน้า การดูแลคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ว่า วันนี้เป็นวันที่ 4 ของการเฝ้าระวังกลุ่มคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น โดยคณะผู้เชี่ยวชาญฯ ได้รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในกลุ่มคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น 1 ราย นอนพักในห้องแยกในโรงพยาบาลชลบุรี ส่วนอีก 1 รายที่โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ผลทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ ยังอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ซึ่งทั้ง 2 ราย อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้

                 นพ.สุเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น ที่นอนพักในโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 4 ราย อาการดี ไม่มีไข้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการปกติ รอแพทย์พิจารณาอนุญาตให้กลับไปเฝ้าระวังต่อเนื่องที่อาคารรับรอง และอีก 132 คนในอาคารรับรองฐานทัพเรือทั้งหมดไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะมีทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค พร้อมรถส่งต่อผู้ป่วย กรณีฉุกเฉินประจำที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเตรียมห้องแยกความดันลบ (negative pressure) 17 ห้อง และสำรองห้องแยกพิเศษพร้อมอุปกรณ์ (Modified AIIR) อีก 18 ห้อง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันชนิดต่างๆ ไว้อย่างเพียงพอ ที่โรงพยาบาลใน จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง

                 อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับฐานทัพเรือสัตหีบ กำหนดข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยกับผู้เข้าพัก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องของการปฏิบัติตนประจำวัน ความสะอาดบริเวณห้องพัก วิธีการติดต่อทีมแพทย์ พยาบาลเมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ รวมทั้งแนะนำให้สังเกตอาการผิดปกติ เน้นให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือน้ำยาล้างมือบ่อยๆ ห้ามใช้ของร่วมกับผู้อื่น ไม่จับกลุ่มหรือคลุกคลีใกล้ชิดกันเอง และขอให้อยู่ในบริเวณที่กำหนดเท่านั้น

                 “สำหรับการจัดการขยะ ทุกคนจะมีถุงขยะสีแดงประจำตัว จัดเก็บทุกวันโดยองค์การบริหารส่วน จ.ระยอง เพื่อทำลายตามมาตรฐาน ขอฝากถึงญาติคนไทยกลับบ้านจากอู่ฮั่น ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง อาหารการกิน กองทัพเรือและสาธารณสุขจัดเตรียมไว้อย่างเพียงพอ ขอความร่วมมือยังไม่ต้องนำอาหารที่ลูกหลานชื่นชอบมาเยี่ยม เพราะจะมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ” นพ.สุเทพ กล่าว