จากกรณีที่ทางกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวคิดการติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถโดยสารสาธารณะ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จึงได้มอบหมายให้ทางกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นำร่องทดสอบติดตั้งบนหลังคารถโดยสารสาธรณะขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.อย่างน้อย 3 คันต่อเส้นทาง โดยใช้หลักการเครื่องฟอกอากาศในบ้าน

 

จนกระทั่งล่าสุด อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงแนวคิดดังกล่าว เหมือนเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำมากกว่า  การติดเครื่องฟอกอากาศที่ทดลองใช้นั้นก็อาไปติดบนหลังคา ซึ่งเป็นพื้นที่เปิด ควรจะเอามาติดในรถเมล์ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด จะได้ประโยชน์มากกว่า 

 

ไปกันใหญ่แล้วครับ มีการเด้งรับไอเดียกันด้วย ... ทำเครื่องฟอกอากาศในสภาพพื้นที่เปิด แบบบนหลังคารถเมล์อย่างนั้น มันตำน้ำพริกละลายแม่น้ำชัดๆ นอกจากจะเปลืองงบประมาณแล้ว ยังแสดงถึงความเขลาทางวิชาการด้วยนะครับ

เอาเครื่องฟอกอากาศที่คิดจะไปติดบนหลังคารถเมล์นั้น ลงมาติดในห้องผู้โดยสารของพวกรถเมล์ปรับอากาศ (ที่เวลาส่วนใหญ่จะปิดประตูไว้ ทำให้เหมือนกับเป็นสภาพพื้นที่ปิด) ยังจะมีประโยชน์มากกว่ามากครับ

และถ้าผู้บริหารทางกระทรวงคมนาคมและ ขสมก. มีวิสัยทัศน์ มีกึ๋นจริง ก็ควรจะต้องมีแผนการเปลี่ยนรถเครื่องยนต์สันดาปดีเซลทั้งหมด ให้กลายเป็นรถเมล์ไฟฟ้าได้แล้วครับ นั่นคือทางออกเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน