คมชัดลึกออนไลน์ 28 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

"ไวรัสโคโรน่าแมว" มีจริงคนละสายพันธุ์ "ไวรัสอู่ฮั่น"

5 กุมภาพันธ์ 2563 - 17:05 น.
ไวรัสโคโรน่าแมว,ไวรัสอู่ฮั่น,ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019,ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019,ไวรัสโคโรน่า,ไวรัสโคโรนา
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 3,680 ครั้ง

นักวิจัยเผย "ไวรัสโคโรน่าแมว" ทางการแพทย์ตรวจพบมานานแล้ว เป็นไวรัสที่จำเพาะเจาะจงในแต่ละสายพันธุ์ จะไม่แพร่เชื้อข้ามสายพันธุ์สัตว์ และไม่ติดสู่คน เผยปัจจัยเสี่ยงทำแมวติดเชื้อ


              จากกรณีสำนักข่าว เดลีเมล์ รายงานว่า กระแสหวาดผวาไวรัสอู่ฮั่น ทำให้ทางการจีนสั่งให้ประชาชนทิ้งสัตว์เลี้ยงในบ้าน อ้างว่าอาจเป็นพาหะแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทั้งที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่า ไม่เคยมีหลักฐานว่าไวรัสโคโรน่าจะติดต่อผ่านแมวหรือสุนัขได้

อ่านข่าว - ข่าวปลอมแพร่ ไว กว่า ไวรัสโคโรน่า

 

 

 

              ผศ.สพ.ญ.ดร.ศิรินทร์ ธีระวัฒนศิริกุล นักวิจัย ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ยืนยันข้อมูลเช่นเดียวกันว่า ไวรัสโคโรน่า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคในแมวได้เช่นกัน แต่เป็นคนละสายพันธุ์กับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่น (nCoV-2019) ในทางการแพทย์ได้ตรวจพบไวรัสโคโรน่าในสัตว์มานานแล้ว ซึ่งไวรัสโคโรน่าในสัตว์นั้นเป็นไวรัสที่จำเพาะเจาะจงในแต่ละสายพันธุ์ จะไม่แพร่เชื้อข้ามสายพันธุ์สัตว์ โดยในสุนัขจะมีไวรัสโคโรน่าเฉพาะสายพันธุ์ คือ Canine coronavirus ส่วนในแมวไวรัสโคโรน่าเฉพาะสายพันธุ์ คือ Feline coronavirus (FCoV) ทั้งนี้ ไวรัสโคโรน่าในสุนัขและแมวนั้นคนละสายพันธุ์กัน ดังนั้น เมื่อติดเชื้อจึงจะแสดงอาการต่างกัน


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 

 

 

ไวรัสโคโรน่าแมว มีจริงคนละสายพันธุ์ ไวรัสอู่ฮั่น

 

 

 

              สำหรับไวรัสโคโรน่าในแมว (Feline coronavirus หรือ FCoV) เป็นไวรัสที่สามารถพบได้ในลำไส้ของแมว โดยมักจะพบการแพร่ของเชื้อไวรัสนี้ได้ในการเลี้ยงแมวร่วมกันหลายตัว และใช้กระบะทรายขับถ่ายร่วมกัน เนื่องจากมีการแพร่เชื้อผ่านการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อ ไวรัสตัวนี้จะก่อให้เกิดโรคทางเดินอาหารในแมว แมวอาจไม่แสดงอาการใดๆ เลย หรือมีอาการลำไส้อักเสบและท้องเสียไม่รุนแรง ไปจนถึงพัฒนาเป็นโรค “เยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว” (FIP) ที่แมวจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร หายใจผิดปกติ ไปจนถึงมีอาการที่รุนแรงขึ้นคือ พบของเหลวขังตามช่องอกหรือช่องท้อง และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

 

 

 

              ปัจจุบันยังไม่มียารักษาให้หาย หรือวัคซีนที่ป้องกันไวรัสตัวนี้ให้ได้ผลจริงๆ ในการรักษาในปัจจุบันจึงเป็นการรักษาแบบพยุงหรือประคับประคองอาการเท่านั้น สำหรับคำถามที่ว่า “มีโอกาสแพร่จากแมวสู่คนได้หรือไม่ ?” นั้น ปัจจุบันยังไม่มีรายงานใดว่ามีการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่าในแมวมาสู่คน ทั้งจากการคลุกคลีกับแมวหรือการกินแมว แต่คำแนะนำคือ “เราไม่ควรกินสัตว์ที่ไม่ได้มาจากปศุสัตว์เพื่อการบริโภค ให้กินอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ สะอาด ใช้ช้อนกลางจะดีที่สุด”

              ทั้งนี้ ในช่วง ปี 2560 - 2562 ที่ผ่านมา ตนและทีมได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “การตรวจคัดกรองโมเลกุลขนาดเล็กที่ยับยั้งโปรติเอสหลักของไวรัสโคโรน่าในแมวโดยใช้แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อศึกษายาหรือสารที่มีโมเลกุลเล็กที่สามารถต้านไวรัสโคโรน่าในแมว ชนิดที่ก่อโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว ที่มีความรุนแรงมากในแมวอายุน้อย หรือแมวที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ และมีอัตราการตายสูง

 

 

 

ไวรัสโคโรน่าแมว มีจริงคนละสายพันธุ์ ไวรัสอู่ฮั่น

 

 

 

              โดยผลงานวิจัย พบสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กที่ต้านการติดเชื้อของไวรัสและต้านการทำงานโปรตีนของไวรัสโคโรน่าที่ชื่อ 3C - like protease ได้โดยตรง จำนวน 3 สาร ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาต่อเป็นยารักษาโรคในกลุ่มไวรัสโคโรน่าในแมว และโรคไวรัสโคโรน่าอื่นๆ ต่อไป

              ผศ.สพ.ญ.ดร.ศิรินทร์ กล่าวแสดงทัศนะถึงความสำคัญของงานวิจัยที่มีต่อสังคมว่า “งานวิจัยทุกชิ้นมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Basic science) ที่ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่จะศึกษาได้อย่างลึกซึ้ง จากจุดเล็กๆ ทีละส่วนขององค์ความรู้ จะสามารถพัฒนาหรือต่อยอดสมบูรณ์มากขึ้น และทำให้เรารู้เท่าทันและรับมือปัญหาปัจจุบันทันที เช่น สภาวการณ์ที่มีโรคระบาด หรือโรคอุบัติใหม่ เป็นต้น สามารถนำความรู้ที่ได้จากผลงานวิจัยมาต่อยอด ตอบโจทย์ปัญหาในสังคม และช่วยทำให้สื่อสารสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนสังคมได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ องค์ความรู้ที่เป็นจุดเล็กๆ จากผลงานวิจัยจะสามารถมาพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในภาวะวิกฤตอย่างกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นต้น”

 

 

 

--------------------

ที่มา : hfocus.org

 

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ