ความคืบหน้ากรณีรัฐบาลไทยจัดเที่ยวบินจากสายการบินไทยแอร์เอเชียไปรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน จากการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยคนไทยที่กลับมาทั้งหมดจะถูกกักตัว 14 วันเพื่อเฝ้าดูอาการตามหลักสากล โดยเครื่องบินจะลงที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง และใช้ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นสถานที่เฝ้าดูอาการนั้น

 

 

                  ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ มีรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตที่เดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นได้เตรียมความพร้อมให้คนไทย 141 คน ทั้งเรื่องเอกสารการเดินทางและรับการตรวจสุขภาพก่อนออกเดินทางกลับประเทศ โดยคนไทยที่ลงทะเบียนทั้งหมดได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และพานำไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ฮั่น เพื่อรอขึ้นเครื่องบินที่รัฐบาลไทยมารับกลับโดยเที่ยวบิน เอฟดี 570 สายการบินแอร์เอเชีย และเดินทางถึงไทยในช่วงค่ำวันนี้ (4 ก.พ.)

                  ขณะที่เวลา 05.00 น.วันนี้ ที่สนามบินดอนเมือง ได้มีผู้บริหารภาครัฐและเอกชนเดินทางมาส่งทีมแพทย์และผู้ปฏิบัติงานในเที่ยวบิน อาทิ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร ไทยแอร์เอเชีย โดยเที่ยวบินขาไป เวลา 07.10 น. และถึงท่าอากาศยานอู่ฮั่นของจีน เวลา 11.35 น. ส่วนขากลับออกจากท่าอากาศยานอู่ฮั่น เวลา 16.40 น.ถึงไทยในเวลาประมาณ 20.00 น.

                  ส่วนบรรยากาศท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ารวมทั้งที่โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ และที่อาคารรับรองกองทัพเรือ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเตรียมความพร้อมในการรองรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น โดยการคัดกรองและการรักษาผู้ป่วยที่อาจพบว่ามีการติดเชื้อทางกระทรวงสาธารณสุข​จะเป็นฝ่ายรับผิดชอบในภาคปฏิบัติต่อไป

                  ต่อมา พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ ได้นำคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจความพร้อมภายในอาคารที่พักอาคารรับรองสวัสดิการทหารเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งใช้เป็นพื้นที่กักกันชาวไทยจำนวน 142 คนที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น โดยนำสังกะสีปิดล้อม พร้อมมีกำลังจากหน่วยรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือสัตหีบเข้าคุมเข้มไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ภายในเนื่องจากเป็นพื้นที่ปลอดเชื้อ มีการทำความสะอาดโดยกองสาธารณสุข ส่วนห้องพักที่ใช้ในการรองรับเป็นอาคารหมายเลข 3, 4, 5, 6 และ 7 พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดและระบบคอมพิวเตอร์สำหรับวิดีโอคอลเพื่อให้ผู้กักกันติดต่อสื่อสารกับครอบครัวได้ นอกจากนี้จัดชุดทีมแพทย์จาก รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ร่วมกับสาธารณสุข เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิดและมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด

                  ด้านครอบครัวของคนไทยและนักศึกษาในเมืองอู่ฮั่นต่างดีใจที่รัฐบาลไปรับคนไทยกลับประเทศ โดยแม่ของนักศึกษาไทยรายหนึ่งที่ไปศึกษาที่เมืองอู่ฮั่น กล่าวว่ารู้สึกโล่งอก รอมาถึงวันนี้ที่ลูกจะได้กลับไทย เพราะได้ข่าววันแรกๆ นอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งทราบและเข้าใจดีว่าลูกกลับมาไทยต้องถูกกักตัว 14 วันตามระเบียบการตรวจโรค จึงจะได้ไปรับกลับบ้าน ช่วงนี้คงโทรศัพท์คุยกันไปก่อน เมื่อวานนี้ลูกโทรศัพท์มาบอกตื่นเต้นที่จะได้กลับไทยเตรียมตัวมาหลายวัน โดยตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 วันนี้ เตรียมของกินไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ส่วนเพื่อนนักศึกษาอีกกลุ่มก็ดีใจที่ได้กลับไทย

                  ขณะที่แม่ของนักศึกษาไทยอีกราย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คุยกับลูกวันละ 2-3 รอบ เป็นห่วงมากพอรู้ว่าลูกจะได้กลับเมืองไทยก็บอกให้ลูกเตรียมตัวให้ดีที่สุดก่อนขึ้นเครื่องอย่าให้มีไข้เจ็บป่วย เมื่อลูกกลับถึงไทยคงเบาใจได้มากขึ้น

                  ทั้งนี้คนไทยที่กลับมากับเที่ยวบินดังกล่าวมีจำนวนทั้งหมด 138 คน โดยครั้งนี้มีคนไทยที่ไม่ได้กลับมาด้วย 2ราย มีไข้สูงเกินเกณฑ์ 37.3 อยู่ คือ วัดได้ 37.4 กับ 37.5 เลยต้องให้อยู่ที่อู่ฮั่นอีก 14วัน โดยมีเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยคอยดํแลอำนวยความสะดวก ส่วนอีก  1 คนวีซ่าขาด เกิน 7เดือน โดยเจ้าหน้าที่ไทยจะเข้าไปช่วยดำเนินการเพื่อให้ได้กลับไวที่สุด

                  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงการเดินทางไปรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่นว่า ต้องเห็นใจคนที่กลับมาที่ต้องถูกกักตัวไว้ 14 วัน จะต้องดูแลทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ญาติพี่น้องเยี่ยมได้หรือไม่อย่างไร ตอนนี้มีมาตรการพร้อม โดยตัดสินใจใช้พื้นที่อู่ตะเภาของกองทัพเรือ

                  “เห็นใจทหารเขาบ้างสิ เขาเสียสละ เขากลัวไหม เขาก็กลัว แต่ทหารเรือเขาก็ยินดีตอบรับ หาพื้นที่ที่เหมาะสม เป็นอาคารที่พักที่สะดวกสบายพอสมควร มันต้องช่วยกันแบบนี้” นายกฯ กล่าว

 

 

 

                  ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางกลับจากไทยแล้วพบว่าติดเชื้อได้รับรายงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการรายงาน หลายประเทศเมื่อเดินทางกลับจากประเทศต่างๆ ก็มีติดเชื้ออยู่เหมือนกัน และหลายประเทศจึงได้ทบทวนกันอยู่ตอนนี้ ดังนั้นเราต้องมีมาตรการคัดกรอง โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่จะกลับมาในวันนี้จึงต้องผ่านการควบคุมอะไรต่างๆ แต่เท่าที่ทราบชั้นต้นคนเหล่านี้ไม่ได้มีการติดเชื้อ และคณะที่ไปรับก็ระมัดระวัง สวมหน้ากากและชุดสีขาว ใช้เวลา 10 กว่าชั่วโมงกว่าจะกลับถึงไทยต้องใช้ชุดแบบนี้ทั้งขาไปและขากลับ

                  เมื่อถามย้ำว่ากังวลเรื่องการแพร่ระบาดในประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าถามว่ากังวลหรือไม่ ต้องบอกว่ากังวล เพราะสถานการณ์ยังมีอยู่ เราไม่ต้องการให้ไปสู่ระดับ 3 คือ การแพร่ระบาดในประเทศไทย เราพยายามหยุดยั้งไว้ในระยะที่ 2 คัดกรองการเข้ามา ควบคุม ดูแล จัดเตรียมการรักษาพยาบาลให้เหมาะสมตามขั้นตอน ขอให้มั่นใจถึงจะกังวลยังไงก็ตาม เราก็ต้องมั่นใจในมาตรการของเรา แต่ถ้าจะมีการแพร่ระบาดก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องแก้ปัญหาต่อไป แต่ก็คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้โดยเร็วด้วยความร่วมมือของประเทศต้นทาง กลางทาง ปลายทาง วันนี้เราต้องดูแลทุกพื้นที่ ทำเต็มที่แล้ว

                  เมื่อถามว่าทางการไทยจะมีการกักเรือที่มาจากจีนไว้ที่ท่าเรือเพื่อกักโรค 14 วันเหมือนที่ออสเตรเลียเริ่มทำแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีการทำทุกที่ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และบริเวณชายแดนด่านตรวจต่างๆ ทางช่องทางธรรมชาติและช่องทางอื่นๆ ขณะเดียวกันได้สอบถามกระทรวงคมนาคมทราบว่าคนที่เข้ามาต้องถูกคัดกรองโรคอยู่แล้ว

                  ต่อข้อถามมาตรการที่ให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะมีการประกาศกฎกระทรวงในช่วงบ่ายวันนี้ในราชกิจจานุเบกษา ได้สั่งการให้ กทม.และหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์รับหน้ากากจากโรงงานมาจัดจุดจำหน่าย ให้ร้านค้าปลีกค้าส่งมาซื้อเพื่อไม่ให้ถูกใครหลอก หรือขึ้นราคา ซึ่งจะมีช่องทางให้ประชาชนแจ้งเข้ามาหากพบว่ามีการขายหน้ากากเกินราคาจะได้จับกุมลงโทษดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเรื่องความแตกต่างของหน้ากากแต่ละประเภทตอนนี้มีหน้ากากสำหรับป้องกันไวรัสโคโรน่า และพีเอ็ม 2.5 ราคาแตกต่างกันตามคุณภาพ

                  ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐวาลว่าเพจไทยคู่ฟ้าได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ “วิกฤติไวรัสโคโรน่า” ความยาว 1.17 นาที พร้อมเอ็มวีเพลงไม่ต้องกลัว ของวงลิปตา รวมทั้งคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ ในการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขปัญหากับโรคปอดอักเสบไวรัสโคโรน่า โดยนายกฯ ระบุว่า ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยและให้กำลังใจคนจีน ประเทศจีน ตลอดจนทุกประเทศในทุกภูมิภาค ซึ่งได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว ขอให้ทุกคนรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว สู้ๆ และนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน สถานการณ์คลี่คลายให้ได้โดยเร็วด้วยการจับมือร่วมกันเดินไปข้างหน้า ฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน

                  วันเดียวกันที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวว่าจากการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ระบาดวิทยา และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) พบว่าล่าสุดประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเพิ่มอีก 6 ราย เป็นชาวไทย 4 ราย 2 รายเป็นสามีภรรยา ไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมาแล้วป่วย อีก 2 รายคนขับรถรับจ้างไม่ประจำทาง ซึ่งรับชาวจีน และอีก 2 รายเป็นนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ได้ประสานไปที่ญี่ปุ่นเพื่อขอข้อมูลแล้ว สำหรับในจำนวนผู้ป่วย 6 ราย มี 5 ราย อาการดี รอผลตรวจเป็นลบจะให้ออกจากโรงพยาบาล สำหรับรายล่าสุดรับส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งมาที่สถาบันบำราศนราดูร แรกรับใส่ท่อช่วยหายใจ ตรวจพบวัณโรค และติดโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ร่วมด้วย ทั้งนี้เดิมประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 19 ราย รวมกับผู้ป่วยที่ประกาศเพิ่มวันนี้ (4 ก.พ.) อีก 6 ราย รวมเป็น 25 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายกลับบ้านแล้ว 8 ราย เหลือยังรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 17 ราย

                  ด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีประเทศเกาหลีใต้ยืนยันผู้ติดเชื้อรายที่ 16 โดยระบุว่าผู้ป่วยไม่เคยไปประเทศจีนแต่มีประวัติเดินทางมาประเทศไทย ว่า สธ.ได้รับข่าวส่วนนี้แล้วเช่นเดียวกัน ตอนนี้ได้ประสานหน่วยงานควบคุมโรคกับเกาหลีใต้เพื่อจะนำข้อมูลต่างๆ ที่สามารถแบ่งปันให้ประเทศไทยได้ เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับผลจากการสอบสวนโรคเบื้องต้นเป็นอย่างไร อาการ และผลการตรวจเชื้อเพื่อนำมาใช้ในการทำงานที่จะดูว่าพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ว่าผู้ป่วยรายนี้น่าจะติดเชื้อจากไหน

                  สื่อต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลฮ่องกงยืนยันการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ถือเป็นรายแรกในฮ่องกงแล้ว เป็นชายวัย 39 ปี เดินทางจากเมืองอู่ฮั่น โดยออกเดินทางโดยรถไฟสายด่วนเมื่อวันที่ 21 มกราคม และเดินทางถึงฮ่องกงวันที่ 23 มกราคม ชายคนนี้ไม่เคยไปตลาดสดในเมืองอู่ฮั่นที่เป็นจุดเริ่มของโรคระบาดและไม่ได้เดินทางไปยังสถานพยาบาลใดๆ ในระหว่างที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น ต่อมาเกิดอาการเจ็บกล้ามเนื้อเมื่อวันที่ 29 มกราคม และมีไข้เมื่อวันที่ 31 มกราคม ขณะเดียวกันการหยุดงานประท้วงของเจ้าหน้าที่การแพทย์ในฮ่องกงดำเนินมาเป็นวันที่สองเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปิดชายแดนกับจีนให้หมดทุกด่าน

                  เช่นเดียวกับนายโฮ ยัต-เส่ง หัวหน้าคณะผู้บริหารของมาเก๊า เผยว่าจะสั่งปิดกาสิโนทุกแห่งในเบื้องต้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่หากไวรัสโคโรน่ายังแพร่ระบาดก็จะสั่งปิดต่อไปอีก ทั้งนี้มาเก๊าพบผู้ติดเชื้อรายที่ 10 มีผู้ติดเชื้อใหม่ 2 คนโดยหนึ่งในนั้นเป็นหญิงที่ทำงานในกาสิโน

                  ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี (KCDC) ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เป็นรายที่ 16 โดยเป็นหญิงเกาหลีวัยใต้อายุ 42 ปี หลังเดินทางกลับจากท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 มกราคม และเริ่มมีอาการวันที่ 25 มกราคม ก่อนที่จะเข้ารักการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชอนนัมและถูกกักตัวจากนั้นได้นำเชื้อส่งตรวจก่อนทราบผลในวันนี้ว่าติดเชื้อและเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางและคนใกล้ชิดของผู้ป่วยว่ามีอาการด้วยหรือไม่

                  ส่วนรัฐบาลญี่ปุ่นดำเนินมาตรการกักกันโรคเรือสำราญลำหนึ่งที่มีผู้โดยสารรวมลูกเรือ 3,711 คน และตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่า หลังจากผู้โดยสารที่เคยขึ้นเรือเมื่อเดือนที่แล้ว ถูกตรวจพบในฮ่องกงว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โดยนายโยชิฮิเดะ ซูงะ โฆษกรัฐบาล แถลงว่ามี 8 คนบนเรือสำราญ “ไดมอนด์ พรินเซส” ซึ่งมาถึงอ่าวโยโกฮามาเมื่อวันจันทร์ (3 ก.พ.) แสดงอาการป่วย เช่น มีไข้ 

                  ด้านคณะกรรมการด้านสาธารณสุขแห่งชาติของจีน แถลงวันนี้ถึงยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่าเพิ่มเป็น 425 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 20,438 ราย ทั้งนี้ผู้ป่วยชาวจีนชุดแรกถูกเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลหั่วเสินซาน ซึ่งถูกส่งมอบเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังก่อสร้างเสร็จภายในระยะเวลาเพียง 10 วัน โดยโรงพยาบาลแห่งนี้เป็น 1 ใน 2 โรงพยาบาลชั่วคราวที่สร้างขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

                  ขณะที่สถานการณ์ติดเชื้อในต่างประเทศ นอกเหนือจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน ยังคงอยู่ที่อย่างน้อย 23 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย มาเลเซีย เยอรมนี สหรัฐ ฝรั่งเศส เวียดนาม แคนาดา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อิตาลี รัสเซีย สหราชอาณาจักร กัมพูชา ฟินแลนด์ อินเดีย เนปาล ฟิลิปปินส์ สเปน ศรีลังกา และสวีเดน

                  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าขณะที่ทั่วโลกยังคงเฝ้าจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ล่าสุดที่ไต้หวันกำลังเผชิญวิกฤติไข้หวัดหมูระบาด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมโรคระบาดของไต้หวันเปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 56 ราย จากโรคไข้หวัดหมู หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ หรือเอชวันเอ็นวัน (A/H1N1) ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา หลังมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากถึง 771 คน สำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่อาการหนัก 41 เปอร์เซ็นต์ อายุมากกว่า 65 ปี และอีก 32 เปอร์เซ็นต์ อายุระหว่าง 50-64 ปี นอกจากนี้ 98 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้ฉีดวัคซีนใดๆ และเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง