กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ออกหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 22 ม.ค.63 เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้อำนวยการจังหวัด ทุกจังหวัด

     โดยอ้างถึง 1. หนังสือกองบัญชาการป้องกันและบยรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ มท (บกปภ.) 0624/ว 39 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2562

   2. หนังสือกองบัญชาการป้องกันแลเะบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ มท (บกปภ.) 0624/ว 46 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562

   3. หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0624/ว 7552 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 256 

สั่งผู้ว่าฯทั่วปท.แก้ฝุ่นพิษ - กรมการขนส่งทางบกลุยตรวจควันดำ

 

     ตามที่อ้างถึง กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ทุกจังหวัด ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก  PM2.5  นั้น

       จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก  PM2.5  ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า พื้นที่ภาคกลาง ตลอดจนจังหวัดภาคเหนือตอนบน เริ่มมีปัญหาค่าฝุ่นละอองเกิดนค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ในหลายพื้นที่ ดังนั้นเพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก  PM2.5 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเกิดการบูรณาการร่วมกัน จึงให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นำมาตรการตามแผนปฎิบัติการการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ไปปฎิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) อันมีสาเหตุมาจากมลพิษจากยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง/พื้นทั้ป่า/ภาคการเกษตร การก่อสร้างและผังเมือง ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนภาคครัวเรือน รวมทั้งการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจในข้อกฎหมายที่ถูกต้อง

     ทั้งนี้ ให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง และรายงานผลการดำเนินคดีให้กระทรวงมหาดไทยทราบ

    ลงชื่อ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

     ขณะที่ กรมการขนส่งทางบก จัดผู้ตรวจการลงพื้นที่ตรวจวัดค่าควันดำรถโดยสารและรถบรรทุก ตามมาตรการป้องกันค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน บริเวณต่างๆ ทั่วประเทศ ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยประชาชนถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ เฉพาะวันที่ 23 มกราคม 2563  มีผลการดำเนินการ ดังนี้

                       สั่งผู้ว่าฯทั่วปท.แก้ฝุ่นพิษ - กรมการขนส่งทางบกลุยตรวจควันดำ

ในเขตกรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูง ตรวจวัดค่าควันดำรถจำนวน 536 คัน (รถบรรทุก 414 คัน,รถโดยสารประจำทาง 83 คัน,รถโดยสารไม่ประจำทาง 39 คัน) พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด จำนวน 8 คัน ออกใบเตือน 3 คัน

ในส่วนภูมิภาค สำนักงานขนส่งจังหวัด  15 จังหวัดที่เป็นเส้นทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร  ได้แก่ สำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก สมุทรปราการ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อ่างทอง สระบุรี และ สุพรรณบุรี  ตรวจวัดควันดำ จำนวน 757 คัน (รถบรรทุก 459 คัน,รถโดยสารประจำทาง 169 คัน,รถโดยสารไม่ประจำทาง 129 คัน) พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด จำนวน 27 คัน ออกใบเตือน จำนวน 23 คัน

ในส่วนสำนักงานขนส่งจังหวัดอื่น 61 จังหวัด ตรวจวัดควันดำ จำนวน 1,752 คัน (รถบรรทุก 937 คัน,รถโดยสารประจำทาง 587 คัน,รถโดยสารไม่ประจำทาง 201 คัน) พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด จำนวน 17 คัน ออกใบเตือน จำนวน 60 คัน 

    รวมผลการดำเนินการตรวจวัดควันดำรถโดยสารและรถบรรทุกทั่วประเทศวันที่ 23 มกราคม 2563 จำนวน 3,018 คัน พบค่าควันดำเกิน จำนวน 52 คัน โดยรถที่มีค่าควันดำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้พ่นห้ามใช้ทุกคัน และรถที่มีค่าควันดำ ได้ออกใบเตือน จำนวน 86 คัน เพื่อให้ผู้ประกอบการไปบำรุงดูแลรักษารถไม่ให้มีค่าควันดำเกิน

    ส่งผลให้มียอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 - 23 มกราคม 2563 ตรวจรถทั้งสิ้น 60,989 คัน เป็นพบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด พ่นห้ามใช้ จำนวน 1,139 คัน