คมชัดลึกออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

เตือนอย่ากินค้างคาวต้องสงสัยไวรัสโคโรนา

23 มกราคม 2563 - 15:28 น.
ไวรัสโคโรนา,ค้างคาว,หมอแล็บแพนด้า
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 2,466 ครั้ง

หมอแล็บแพนด้า แนะถ้าป่วย เป็นไข้ และเคยกินค้างคาว แจ้งแพทย์ด้วย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยโรค


 

              ความคืบหน้าการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สธ. ยกระดับเฝ้าระวังช่วงตรุษจีน เข้มคัดกรองสนามบิน เผย พบผู้ป่วยเพิ่มอีก 2 คน เป็นคนไทย - นักท่องเที่ยวจีน อาการดีขึ้น ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เชียงใหม่ผลตรวจเป็นลบ ขณะที่สหรัฐฯ พบผู้ป่วยรายแรก สั่งคุมเข้ม 5 สนามบิน ด้านจีนยกระดับการระบาดระดับเดียวกับโรคซาร์ส ชี้ มีความเป็นไปได้อาจกลายพันธุ์แพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น หลังมีผู้ติดเชื้อ 13 มณฑล รวม 440 ราย ส่วนองค์การอนามัยโลกประชุมฉุกเฉินรับมือ

 

 

 

              ล่าสุด หมอแล็บแพนด้า โพสต์ภาพข้อความเตือน อย่ากินค้างคาว เสี่ยงไวรัสหลายชนิด ชี้ ต้องสงสัยไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แนะถ้าป่วย เป็นไข้ และเคยกินค้างคาว แจ้งแพทย์ด้วย

              หลายคนอาจจะแย้งว่า มาเตือนทำไมว้า ใครจะบ้าไปกินค้างคาว 5555555

              ไม่ใช่แค่คนจีนนะครับ คนไทยก็กิน เคยเป็นข่าวเมื่อ 3 ปีก่อน ชาวบ้านเอาค้างคาวมากินเพราะเชื่อว่าจะแก้หนาวได้

              ใครบอกว่าความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล ความเชื่อไม่ทำร้ายใคร ตอนนี้ทำร้ายคนอื่นแล้วนะครับ มีการติดโรคและแพร่เชื้อ ตายประมาณ 17 คน ล่าสุดมาถึงนครปฐมแล้ว

              ผมกำลังพูดถึงไวรัสสายพันธุ์ใหม่อู่ฮั่นนี่แหละ นักวิชาการเค้าสงสัยว่าจะมาจากค้างคาวมากที่สุด เพราะดีเอ็นเอมันเหมือนกับโคโรนาไวรัสจากค้างคาวที่เคยเจอถึง 87%

 

 

 

              มีงานวิจัยยืนยันว่าตรวจเจอไวรัสมากกว่า 60 ชนิด จากค้างคาวทั่วโลก ซึ่งหลายชนิดทำให้เกิดโรคในคนได้ด้วยครับ เช่น ไวรัสตระกูลโรคพิษสุนัขบ้า ไวรัสอีโบล่า (Ebola) ไวรัสซาร์ส (SARS) ไวรัสนิปาห์ (Nipah) และล่าสุด ไวรัสสายพันธุ์ใหม่อู่ฮั่น

              เพราะเมื่อค้างคาวติดเชื้อไวรัส มันอาจจะไม่แสดงอาการอะไรเลย หรือมันป่วยนั่นแหละ แต่มันไม่บอกเรา 555555

              ไวรัสบางชนิดทำให้ค้างคาวป่วยหนักจนตาย แต่บางตัวก็หายเอง และยังคงแพร่เชื้อต่อไปได้

              การปรุงสุกอาจจะช่วยฆ่าเชื้อไวรัสได้ แต่อย่าลืมนะครับ เรามีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ตั้งแต่การจับค้างคาวและการชำแหละ เพราะเชื้อไวรัสจะมีการสะสมอยู่ทั้งในเลือด น้ำลาย และเครื่องใน

 

 

 

              เหมือนเราไปคลุกคลีกับคนเป็นหวัดนั่นแหละ มีโอกาสติดเชื้อโดยที่ยังไม่ทันได้กินเลย

              ตอนนี้ค้างคาวมานิยมเอามากินแถวๆ ในภาคใต้ของจีน นอกจากชาวจีนก็มีคนบางกลุ่มในอาเซียนเราที่ยังนิยมกินเนื้อค้างคาวในฐานะอาหารเปิบพิสดาร

              ชาวจีนหลายคนเชื้อว่าการกินเนื้อค้างคาวช่วยรักษาอาการโรคหืด โรคไต และอาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ที่ไหนได้ มันกลับกลายเป็นตัวการของโรคทางเดินทางใจเฉียบพลันรุนแรง นอกจากนั้นยังเอาขี้ค้างคาวมาทำยาแผนโบราณอีกต่างหาก

              บางคนก็เชื่อว่าเลือดของค้างคาวช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ และไขมันที่สะสมอยู่ในตัวค้างคาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นแก้หนาวได้ 55555 อันนี้ฮาดี

              แต่สุดท้าย นอกจากจะไม่ช่วยรักษาโรค ยังกลายเป็นติดเชื้อไวรัสกันทั่วโลก ติดต่อจากคนสู่คน แถมเชื้อยังกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ

 

 

 

เตือนอย่ากินค้างคาวต้องสงสัยไวรัสโคโรนา

 

 

 

เตือนอย่ากินค้างคาวต้องสงสัยไวรัสโคโรนา

 

 

 

              ดังนั้นใครที่เคยกินค้างคาว ถ้าป่วย เป็นไข้ ควรแจ้งแพทย์ด้วยว่า “ผมกินค้างคาวมาค้าบ” เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยโรค และก็อย่าไปกินอะไรแปลกๆ อีกล่ะครับ ขอร้อง

อ่านข่าว - สธ. เข้มตรุษจีน ยกระดับเฝ้าระวัง เชื้อไวรัสโคโรนา

 

 

 

 

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ