royal coronation
22 มกราคม 2563
ข่าวทั่วไป

มหัศจรรย์พรรณภาพ เรื่องเล่าผ่าน 173 ภาพถ่าย

10 ธันวาคม 2562 - 15:34 น.
กรมสมเด็จพระเทพฯ,นิทรรศการภาพถ่ายส่วนพระองค์,มหัศจรรย์พรรณภาพ
Shares :
เปิดอ่าน 1,650 ครั้ง

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายส่วนพระองค์



             เวลา 09.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม เวลา น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2562“ มหัศจรรย์พรรณภาพ photos Wonderland” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
 

 

       โดยมี คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จากัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปูถัมภ์ นายนิติกร กรัยวิเชียร เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และ รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย ประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เฝ้าฯ รับเสด็จ 

 

   

        

 

               โอกาสนี้ ทรงบรรยายเรื่องภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ว่า มหัศจรรย์พรรณ หมายถึงภาพต่างๆ ที่น่าพิศวง ความเป็นมาของชื่อคือ สองเดือนหลังของ พ.ศ.2562 เรามีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทั้งลำไส้ และหัวใจ ยังมีโรคอะไรเดิมๆ อีก นอกจากการรักษาด้วยยา และวิธีการอื่นของหมอแล้ว หมอยังแนะนำการปรับพฤติกรรม เช่นพฤติกรรมการนอน ต้องนอนมากขึ้น พฤติกรรมการรับประทาน ต้องหลีกเลี่ยงของแสลง

 

 

 

           พอมาถึงการออกกำลังกาย หมอบอกว่า สำคัญมาก ชอบออกกำลังกายแบบไหน ข้าพเจ้าตอบว่า ชอบเดินรอบบ้าน ถ้าฝนตกหรือแดดร้อน ก็เดินบนห้องสมุด หมอบอกว่า อยากเล่นกีฬาก็ได้ ข้าพเจ้าว่าเดินไปมาดีแล้ว เป็นจังหวะสม่ำเสมอตามอัตภาพ ไม่เหมือนกีฬาอื่นที่กระตุกหัวใจ กระแทกแขนขา หมอว่าชอบแบบนั้นก็แล้วไป

 

 

 

 

             ที่จริงแล้วมีคำอธิบายมากกว่านั้นคือ ช่วงเวลาเดิน จิตใจ ร่างกาย และโลกรอบตัวเรา มาเรียงกันเป็นเส้นตรง ว่าตามดนตรีก็เหมือนโน้ตเพลงสามโน้ต เปล่งเสียงพร้อมกันเป็นคอร์ทที่กลมกลืน ไพเราะ ระหว่างเดินเราได้เห็นทิวทัศน์ หรือภูมิประเทศอย่างหนึ่ง และเราสามารถถ่ายทอดความรู้สึกความคิดผู้อื่น แม้แต่ตัวเองได้ แต่ภูมิประเทศ เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดได้ เก็บไว้ได้โดยผ่านรูปเขียน ภาพถ่าย ที่อาศัยปากกา ดินสอสีกล้องถ่ายภาพ หรือกล้องถ่ายภาพยนตร์ ดังนั้นภาพที่แสดงครั้งนี้ และครั้งก่อนๆ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ น่าทึ่ง มีเรื่องเล่ามากมาย  
ตั้งแต่สมัยเด็กได้ยินคำว่า เดินจงกลม จากพระ  ถามพระทำไมต้องเดินจงกลม สมัยนั้นคิดว้า เสียเวลา ควรวิ่งจงกลม จะได้ระยะทางวิ่งดีกว่า  พระอธิบายเยอะ เราจำไม่ได้  แต่วิ่งจงกลมเร็วเกินไป  การเดินทำให้ดูนั่นดูนี่ และได้ภาพถ่ายมาโชว์ 

 

 

 


             นอกจากนี้ ยังทรงบรรยายถึง “ภาพจุดเทียนและร้องเพลงถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ” ภาพนี้เป็นภาพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมเมื่อปีที่แล้ว เราก็มีการจุดเทียนและเถียงกันเล็กน้อยว่า ควรจะจุดเทียนกี่เล่ม ตกลงว่า 92 เล่ม นอกจากจุดเทียนแล้วยังมีคาราโอเกะร้องเพลงถวายมีคนเขาบอกว่า เห็นท่านมาฟังเพลงด้วย ปีหน้าก็จะจุดถวายอีกและจะเพิ่มจำนวนเทียนอีกจนกว่าจะจุดไม่ไหว

             

 

     

 

        ส่วนภาพ “สุสานปากกา สวนปทุม ปทุมธานี” เป็นปากกาที่เขียนหมดแล้วแต่ใส่ตู้เอาไว้ มีส่วนหนี่งใส่กรอบและศิลปินแห่งชาติทำแบล็กกราวด์ให้ ซึ่งศิลปินแห่งชาติท่านนั้นได้ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีที่เก็บไว้อีกสองหรือสามเท่ากว่าที่เห็น เคยกลุ้มใจเสียดายบางด้ามเขียนสามถึงห้าวันก็หมดแล้ว และนำมาใช้ใหม่ไม่ได้ ทดลองนำเข็มฉีดยาสูบน้ำหมึกพยายามทิ่มเข้าไปในหลอดที่หมดแต่ไม่สำเร็จก็อุตส่าห์ไปดูงานทำปากกาลูกลื่น ได้เห็นว่าใช้เทคโนโลยีต่างๆ เยอะแยะที่เราทำไม่ได้แน่ จริงๆ แล้วการทำปากกาลูกลื่นมีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิดมาก ส่วนรูปที่ศิลปินแห่งชาติทำให้ถือเป็นงานศิลปะตั้งชื่อว่า “ความขยัน” คือขยันเขียนเสียจนหมึกหมด ในส่วนที่เป็นความขยันนี้ก็มีด้ามหนึ่งเป็นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แต่ด้ามไหนจำไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

                ทางบรรยายถึงภาพ “คนเฝ้าไฟ” วังสระปทุม ด้านบนที่มองไม่เห็นเป็นโคมไฟข้างเตียง มีคุณพิงค์แพนเตอร์มาผูกเอาไว้ เมื่อไม่กี่วันนี้เกิดเหตุปากกาด้ามนี้หายไป ในเวลากลางคืนดึกมากแล้วนึกอะไรออกก็เขียนไป เขียนเสร็จแล้วเอาไว้ไหนก็จำไม่ได้ เช้ามาหาปากกาไม่เจอมีคนมาช่วยหาประมาณ 5 คน ก็ไม่เจอในที่สุดก็มาเจอเสียบอยู่บนคุณพิงค์แพนเตอร์ จำได้ว่าฝากคุณพิงค์แพนเตอร์ถือไว้ คนที่ช่วยหาถอนใจแล้วบอกว่า เดินผ่านไปผ่านมาตรงนั้นก็ไม่รู้จักบอกเราสักคำ ตอนหลังถ้าให้หาของทุกคนที่วิ่งไปดูพิงค์แพนเตอร์

 

 

 


                 ภาพ "วัดเดียวกัน มีคนเอาของมาถวาย" เที่ยวนั้นอยากไปดูวัฒนธรรมอินเดียในประเทศสิงคโปร์ วัดศรี วีรมกาลิอัมมัน เป็นวัดฮินดู ซึ่งแปลว่าเจ้าแม่กาลีผู้ดีงามและกล้าหาญ จะเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กาลีเหยียบใครอยู่เสมอ บ้างก็ว่าบางรูปบาปยักษ์ บางรูปเหยียบสามีท่านเอง ครั้งแรกที่ไปไปเอง ครั้งที่สองพานักเรียนนายร้อยไป ในคอร์สเอเชียใต้โดยจัดธีมผู้อพยพจากอินเดียใต้ไปเซ้าต์อีสเอเชีย บริเวณนี้มีลิตเติ้ลอินเดีย ซึ่งรวบรวมวัฒนธรรมอินเดียรวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ด้วย จะเห็นได้ว่าคนพื้นเมืองก็รับวัฒนธรรมอินเดีย ปัจจุบันการคมนาคมสะดวก รวมถึงมีสื่อดิจิตอล ทำให้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว คนบรรยายบอกวันนี้เหมือนวัดแขกในเมืองไทย

 

 

 

 

                  นอกจากนี้ ทรงบรรยายถึงภาพ “นิทรรศการวังหน้านฤมิต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” เป็นเงาของผู้บรรยาย นิทรรศการวังหน้านฤมิตเป็นนิทรรศการที่รวมสื่อต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะรูปถ่ายหรือรูปเขียนแต่รวมด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรือแม้กระทั่งการร้องเพลง อาหาร จัดที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
 

 

                 ส่วนภาพ "อู๊ดดี้ แอ๊ดดี้ หมูแคระ"  นี่ก็มีพระเอกนางเอก แอ๊ดดี้กับอู๊ดดี้ ท่านก็เคยเห็นในหนังสือเล่มที่แล้วมาแล้ว คู่นี้มาจากจังหวัดนครปฐม คนที่ให้เขาก็บอกว่านี้เป็นหมูแคระ โตที่สุดน้ำหนักจะไม่เกิน 30 กิโลกรัม ที่จริงเลี้ยงหมาและแมวที่มาโดยบังเอิญเป็นร้อยตัว นก หนู หอยทาก เต็มไปหมดแล้ว ให้เลี้ยงหมูอีกก็ได้ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ได้ชั่งประมาณ 93 กิโลกรัม และเมื่อคืนเพิ่งชั่งอีกตัวหนึ่ง 95.18 กิโลกรัม อีกตัว 94.92 กิโลกรัม รู้สึกว่ากว่าจะถึงปีใหม่คงเกินร้อย อีกอย่างที่เขาบอกคือหมูชนิดนี้เป็นหมูที่มีไอคิวสูง เขาว่าไอคิวสูงเท่าหมา ไม่เคยรู้เลยว่าหมาไอคิวเท่าไหร่

 

 

   

                  แม้แต่คนก็ไม่เคยรู้ว่าคนไอคิวเท่าไหร่ เขามีวิธีวัดไม่เคยไม่วัดเหมือนกัน แต่มีในนิตยสารฝรั่งมีวิธีวัดไอคิว ก็เคยทำเล่นตอนสมัยเด็กๆ ที่เห็นมี 3 ส่วน ส่วนหนึ่งพวกศัพท์ คำพูด อันนี้ง่ายทำได้ อีกอันเป็นเรื่องของตัวเลข เขาจะมีเป็นแถวตัวเลข แล้วเว้นให้เติมที่ควรว่าจะเป็นเลขอะไร อันนี้ก็ง่าย เพราะที่จริงแล้วมีสูตรคิด มีอันหนึ่งที่ทำได้ไม่ค่อยดีคือเรื่องของภาพ มีลักษณะคล้ายๆ พวกเอ็นจิเนียริ่ง ดรออิ้ง คือมองภาพไม่ออกว่าภาพต่างๆ มีความสัมพันธ์กันยังไง ในส่วนนี้จะได้จะแนนน้อยหน่อย แล้วถ้าเชื่อตามในนิตยสารที่เอาใจคนอ่านทำแล้วได้ผลคะแนนไอคิวดี แต่ไม่รู้ว่าหมูหรือสุนัขจะไปวัดเขายังไงยังไม่เคยลอง แต่ไอคิวบอกเรียกชื่อเขาก็หันกระดิกหางเพราะรู้ว่าจะเอาอะไรมาป้อน เขาชอบทานแค่ผักผลไม้ไม่รู้น้ำหนักขึ้นพรวดๆ ได้ยังไง 

 

 

 


                    ภาพ "ซากอาคาร ณ มาชูปิกชู" และภาพ “โบราณสถานมาชูปิกชู” ตอนนี้เป็น 1 ใน 7 ส่ิงมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคเก่าพุงพังไปหลายปีและไม่มีใครเห็นแล้ว มีการให้คนมาโหวตทางอินเตอร์เน็ต ข้าพเจ้าได้ไปโหวตกับเขาด้วย ส่ิงมหัศจรรย์ที่สร้างนี้ไม่ได้มีแต่คนธรรมดา มีของกษัตริย์ นักวิทยาศาตร์สาขาต่างๆ นักบวช เขาคำนวนน้ำอย่างดี ไม่ใช่แค่น้ำดื่มน้ำใช้ น้ำที่ทำการเกษตรยังนำขึ้นบนที่สูงได้ มีวิธีการทำทางน้ำอย่างดี ใช้เทคโนโลยีจากชาวอินคาโบราณ นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบเกสรโบราณ จึงทำให้รู้ว่าส่ิงที่ปลูกคือข้าวโพดเป็นต้น 

 

 

                     ภาพ “กิจกรรมการเกษตรของโรงเรียนในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในประเทศฟิลิปปินส์ กระทรงศึกษาธิการฟิลิปปินส์คัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ โรงเรียนเหล่านี้มีนักเรียนมากมายเรียนกันสามผลัดก็มี พื้นที่น้อย ครูมาดูงานในประเทศไทย และกลับไปเพาะปลูกบนทุกพื้นที่ที่หาได้” ภาพนี้พานักเรียนนายร้อยไปศึกษาดูงานที่โรงเรีน ลักษณะคล้ายโรงเรียน ตชด. ของบ้านเราสอนให้เพาะปลูก แต่โรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่ยากจนและมีภาวะทุกขโภชนการมีภาวะขาดอาหาร ตัวไม่สูง หน่วยงานต่างๆ มาดูงานที่ประเทศไทย และกลับไปเพาะปลูกใส่ขวดแขวนกำแพง ตึกเรียนก็หาพื้นที่เพาะปลูกแต่อย่างไรก็ไม่เพียงพอ เพราะนักเรียนมีมาก เรียนกันสามผลัด ตั้งแต่เช้ามืดจนค่ำของทุกวัน ผักที่ปลูกก็นำมารับประทานเป็นอาหาร แต่วิชาดนตรีเขาสอนดีกว่าเรา ใช้หูเทียบเสียงกับเครื่องดนตรี ให้ร้องให้ถูก ของเราเสียงเพี้ยนก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

 

 

                 เมื่อทรงบรรยายเสร็จแล้ว เสด็จฯไปยังห้องจัดแสดงนิทรรศการชั้น 9 เพื่อเปิดนิทรรศการ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2562 มหัศจรรย์พรรณภาพ photos Wonderland”และเสด็จทอดพระเนตร เมื่อทอดพระเนตรนิทรรศการ ในการนี้โปรดเกล้าฯ ให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ยืนเป็นแบบหน้าภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ชื่อ “พระเอกแห่งงานแสดงภาพถ่าย” แล้วทรงบันทึกภาพด้วยพระองค์เองจากโทรศัพท์มือถือ และกล้องถ่ายภาพส่วนพระองค์ จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2562 แก่ผู้มาร่วมงาน 

 

 

 

 

                  สำหรับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๅฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2562 จัดแสดงจำนวน 173 ภาพ ภาพอาหาร (ภาพเล็ก) จำนวน 216 ภาพ และ Art wall จำนวน 12 ภาพ  เปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่างวันที่ 10 ธันวาคม 2562 - 16 กุมภาพันธ์ 2563 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 น. – 21.00 น.  และมีการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “มหัศจรรย์พรรณภาพ” ในราคาเล่มละ 900 บาท  ณ  ห้องนิทรรศการ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

 

 


 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ