หลังจากที่คณะกรรมการค่าจ้าง เลื่อนเคาะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจากวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งล่าสุดวันนี้ (6 ธ.ค.2562) บอร์ดค่าจ้างเคาะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ขึ้น 6 บาท 9 จังหวัด และขึ้น 5 บาททั่วประเทศ เตรียมยื่นเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2563

 

 

 

                 นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ เปิดเผยว่า จากการประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันว่าให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นจำนวน 5- 6 บาท

                 สำหรับจังหวัดที่ปรับขึ้น 6 บาท มีจำนวน 9 จังหวัด คือ ชลบุรี , ภูเก็ต , กรุงเทพฯ , นครปฐม , นนทบุรี , ปทุมธานี , สมุทรปราการ , สมุทรสาคร และปราจีนบุรี ส่วนจังหวัดที่เหลือได้รับการปรับขึ้นในอัตรา 5 บาททั่วประเทศ

                 ขณะนี้ค่าจ้างขั้นต่ำแบ่งได้เป็น 10 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มที่มีอัตราสูงสุดคือ ชลบุรี กับ ภูเก็ต อยู่ที่ 336 บาท ส่วนอัตราต่ำสุดคือ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา อยู่ที่ 313 บาท

                 โดยปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ยืนยันว่าอัตราที่ปรับขึ้นนี้ถือเป็นระดับที่เหมาะสมไม่มากหรือน้อยเกินไปสำหรับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ประเมินจากภาพรวมของประเทศ คาดว่าน่าจะสมดุลกับทุกฝ่ายและส่งผลดีกับเศรษฐกิจ

                 หลังจากที่ได้ข้อสรุปทางคณะกรรมการค่าแรงขั้นต่ำจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด เพื่อให้อัตราค่าจ้างนี้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2563

 

 

เคาะแล้ว ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-6 บาททั่วประเทศ

 

 

                 รายงานข่าวจากการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (บอร์ดค่าจ้าง) โดยได้พิจารณาการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2563 ได้ข้อสรุปดังนี้คือ ชลบุรี และภูเก็ต จาก 330 บาท ปรับขึ้นเป็น 336 บาท ส่วน จ.ระยอง จาก 330 บาท ปรับขึ้น 335 บาท

                 ส่วน กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ  สมุทรสาคร จาก 330 บาท ปรับขึ้นเป็น 331 บาท / ขณะที่ฉะเชิงเทรา ยังเท่าเดิมคือ 330 บาท / กระบี่ ขอนแก่น เชียงใหม่ ตราด นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา พังงา ลพบุรีสงขลา สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย และอุบลราชธานี จากเดิม 320 บาท ปรับขึ้นเป็น 325 บาท / กาฬสินธุ์ จันทบุรี นครนายก มุกดาหาร สกลนคร และสมุทรสงคราม จากเดิม 318 บาท ปรับเพิ่มเป็น 323 บาท

                 ส่วน ปราจีนบุรี จาก 318 บาท ขึ้นเป็น 324 บาท / กาญจนบุรี ชัยนาท นครพนม นครสวรรค์ น่น บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบศีรีขันธ์พัทลุง พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ พะเยา ยโสธรร้อยเอ็ด เลย สระแก้วสุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี และอุตรดิตถ์ จาก 315 บาท ปรับขึ้นเป็น 320 บาท / กำแพงเพชร ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครศรีธรรมราช พิจิตร แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สตูล สิงห์บุรี สุโขทัย หนองบัวลำภู อุทัยธานี และอำนาจเจริญ จากเดิม 310 บาท ปรับเพิ่มเป็น 315 บาท / นราธิวาส ปัตตานี และยะลา จากเดิม 308 บาท ปรับเพิ่มเป็น 313 บาท