royal coronation
24 มกราคม 2563
ข่าวทั่วไป

ไทย-ไต้หวัน เวิร์คชอป รับมือสังคมผู้สูงอายุในอาเซียน

23 พฤศจิกายน 2562 - 12:29 น.
ไทย-ไต้หวัน,เวิร์คชอปส่งต่อความรู้,รู้ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม,สังคมผู้สูงอายุ,การใช้แอปพลิเคชั่น
Shares :
เปิดอ่าน 260 ครั้ง

ไทย-ไต้หวัน ร่วมเวิร์คชอป ส่งต่อความรู้ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม รับมือสังคมผู้สูงอายุในปี 2573 สาธิตการใช้แอปพลิเคชั่น และ AI ในการรักษา

 


แพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก ดึงไต้หวันร่วมเวิร์คชอปส่งต่อความรู้ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม รับมือสังคมผู้สูงอายุในปี 2573 สาธิตการใช้แอปพลิเคชั่น และ AI ในการรักษา พร้อมถ่ายทอดความรู้ปรับสมดุลร่างกายแบบแพทย์แผนจีน

 

 

          นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ หัวหน้ากรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า อาเซียนมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทางการแพทย์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ภาวะสังคมผู้สูงอายุกลายเป็นปัญหาที่ต้องเผชิญเช่นเดียวกันประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามสถิติขององค์การสหประชาชาติ ในปี 2573 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้การดูแลระยะยาว การส่งเสริมที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ และการรักษาสุขภาพ จะกลายเป็นนโยบายสาธารณสุขระดับชาติ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรม “เวิร์คชอปการบริการพยาบาลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในระดับชุมชนสำหรับเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในประเทศไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือจากโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียนได้ตอบรับนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของรัฐบาลไต้หวัน พร้อมช่วยผลักดันความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างไทยและไต้หวัน

 


          ทั้งนี้ในกิจกรรมเวิร์คชอปดังกล่าว มีผอ.สถาบันดูแลผู้ป่วยระยะยาว รพ.จางฮั่วคริสเตียน และ รองผอ.รพ.ลู่กังคริสเตียน วิทยาเขตฉางชิง นพ.หวังเหวินฝู่, หัวหน้าแพทย์แผนกแพทย์แผนจีน รพ.จางฮั่วคริสเตียน นพ.หวงซงเหยียน และหัวหน้าพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะยาว โจว เจียนี มาเป็นผู้บรรยาย พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การส่งเสริมการดูแลระยะยาวในไต้หวัน นอกจากนี้ ยังได้เชิญบริษัทไอเมดแทค จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทยูนิสัน เฮลท์แคร์กรุ๊ป เข้าร่วมแนะนำการใช้เทคนิคทางการแพทย์ไต้หวันในการช่วยรักษาอาการโรคสมองเสื่อมอีกด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน จากศูนย์ดูแลประจำวันท้องถิ่นของไทย กองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่สนใจงานการดูแลระยะยาว 

 

 

          นพ.ขวัญชัย กล่าวด้วยว่า เวิร์คชอปครั้งนี้ยังได้แลกเปลี่ยนนโยบายส่งเสริมการดูแลระยะยาวไต้หวันรวมถึงรูปแบบการเข้าร่วมนโยบาย พร้อมแบ่งปันประสบการณ์นวัตกรรมการให้บริการจุดดูแลรักษาระยะยาวในชุมชน รวมไปถึงการแนะนำบทบาทและการใช้แพทย์แผนจีนในการดูแลรักษาระยะยาวด้วย ส่วนวันที่ 2 หัวข้อจะเน้นไปที่การปฏิบัติงานจริง และการประยุกต์ใช้บริการดูแลระยะยาวในหลายด้านเป็นหลัก รวมถึงตารางประเมินโรคสมองเสื่อมที่ใช้ประเมินอาการโรคในตอนแรก การใช้อุปกรณ์ดิจิทัลกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (เช่น แอปพลิเคชัน อุปกรณ์จับสัมผัสAI) ในส่วนของแพทย์แผนจีนก็มีการแนะนำไทเก๊กแบบนั่งปรับสมดุลตามแพทย์แผนจีน การกดจุดลมปราณแบบนั่งแปดกระบวนท่า นอกจากนี้ ระหว่างกิจกรรมในห้องเรียนทั้งสองวัน วิทยากรก็ได้ให้นักเรียนสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ปฏิสัมพันธ์ต่างๆ เช่น เครื่องฝึกการรับรู้แสนสนุกSODA ระบบสร้างสุขภาพและการออกกำลังกายSPOZ ฯลฯ ซึ่งจัดแสดงโดยบริษัทไอเมดเทค

 

          นพ.ขวัญชัย กล่าวอีกว่า ถึงแม้เทียบกับไต้หวันแล้วการพัฒนานโยบายการดูแลระยะยาวและการรับรู้ถึงวิกฤตที่จะมาถึงของทางรัฐบาลไทยจะล่าช้ากว่า แต่กิจกรรมเวิร์คชอปในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุตอนกลางวันได้เรียนรู้ประสบการณ์จากไต้หวัน ในขณะเดียวกันก็ทำให้พวกเรามรความมุ่งมั่นมากขึ้น ควรค่าที่ทางรัฐบาลจะกำหนดกฎหมายออกมา

 

          นอกจากนี้ รพ.จางฮั่วคริสเตียน กองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข และรพ.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ อีกทั้งทางรพ.จางฮั่วคริสเตียนยังได้ไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันทางการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งในอนาคตได้วางแผนที่จะสร้างหมู่บ้านรักษาสุขภาพ พร้อมหวังว่าในอนาคตไทยและไต้หวันจะสร้างความสัมพันธ์ความร่วมมือระดับนานาชาติในด้านการรักษาด้วยระบบอัจฉริยะ การบริการดูแลระยะยาว ฯลฯ ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ