หญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊ก Napha Mana เล่าประสบการณ์สุดเลวร้าย หลังเดินทางไปเที่ยวเม็กซิโก ซึ่งเธอระบุ ไปมาแล้วหลายประเทศ เจอเรื่องราวร้ายๆ ก็เยอะแยะ แต่ยังยืนยันว่า เม็กซิโก คือประสบการณ์ที่เ-ี้ยที่สุด จนไม่สามารถหาคำไหนมาใช้แทนได้ โดยผู้โพสต์เล่าเนื้อหามีใจความดังต่อไปนี้ 

เม็กซิโก ทริปเ-ี้ย ที่ใช้คำนี้เพราะหาคำอื่นแทนไม่ได้จริงๆ ขอถือว่าเป็นคำสบถไม่ได้ต้องการหยาบคายแต่อย่างใด อยากมาเเชร์ประสบการณ์ความเ-ี้ยที่เกิดขึ้นให้เป็นอุทาหรณ์แก่ใครก็ตามที่คิดจะไป ออกตัวก่อนว่ากูมั่นหน้ามั่นใจในการเที่ยวระดับนึงเลย จากหลายปีที่เที่ยวมาก็โดนมาเยอะแล้วเหมือนกัน โดนตำรวจเรียกไปสอบที่นอเวย์ ที่เยอรมัน โดนกรีดกระเป๋าที่เวกัส โดนยกรถที่ซานฟราน โดนลักกระเป๋าตังค์ในรถไฟเอเธนส์ โดนผู้ชายทั้งโบกี้จ้องเหมือนจะเข้ามาแดกที่ตุรกี โดนเพื่อนใหม่ขโมยตังค์ตอนลุกไปห้องน้ำในเมลเบิร์น กูโดนแม้กระทั่งวัยรุ่นเมากัญชาขโมยไก่เคเอฟซีของกูที่อัมสเตอดัม 

 

 

กูก็ไม่เคยกลัวหรือมีภาพในหัวฝังได้เท่าทริปนี้ที่เม็กซิโก คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างที่นั่ง... ข้าวเย็น กำลัง... octopus ตัวเท่าฝ่ามือ อร่อยมาก เพลินมาก ในร้านมีแค่โต๊ะกูเท่านั้น กับเชฟและเด็กเสริฟ ร้านอาหารเป็นร้านเปิดไม่มีประตู เดินเข้าออกได้สบาย ๆ ลมเท 

 

 

กูนั่งกินอย่างมีความสุข อยู่ๆ มีผู้ชาย 2 คนเข้ามา คนนึงถือปืน คนนึงถือมีด ตอนนั้นกูคิดว่ามันอำ เล่นขำๆ สร้างสีสันยามค่ำคืน จนกูเห็นเชฟกับเด็กเสริฟยกมือขึ้นเหนือหัวแบบว่ายอมแล้ว กูคิดในใจนี่ไม่ขำแล้วแหละ ตัวแข็ง มือแข็งทำอะไรไม่ถูก จนไอคนมีปืนเดินมาหากูแล้วเอาปืนจ่อหัวกู แล้วหยิบโทรศัพท์กูไป ในใจตอนนั้นกูรู้สึกเหมือนถูกพรากคนรัก อีเ-ี้ยเอาจริงๆ กูใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับโทรศัพท์มากกว่ามนุษย์จริงๆ อีก ใจกูนึกอยากฉกโทรศัพท์คืนมามาก แต่ถ้ามันยิงกูมาโป้งเดียวกูตายไม่เหลือจริงๆ พ่อแม่กูที่เมืองไทยใจสลายแน่ๆ เลยได้แต่ปล่อยมันเอาไป อีเชฟเห็นกูช็อคเสียใจ เข้ามาถามกูว่าเอาชามั้ย อีเวร เหมือนซีนที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติชีวิตประจำวัน หลังจากนั้นรถตำรวจมา 3 คัน มีตำรวจ 4 คน ไม่มีสักคนที่พูดภาษาอังกฤษ กูอ่านจากสีหน้าท่าทางเหมือนมาเพื่อปลอบใจกูเท่านั้น ไม่ได้ต้องการจะตามคนร้ายหรือทำอะไรสักอย่าง

 

 

กูใช้กูเกิลคุยกับตำรวจ ตำรวจบอกกูว่าระเเวกนี้อันตราย ปล้นนี่เรื่องเด็กๆ มาก วันนึงมี 8,000 เคส ยิงกันตายก็บ่อย กูเลยให้ตำรวจขับรถไปส่งที่พักอย่างช็อคๆ และหมดหวัง คืนนั้นกูนอนไม่หลับเลย ซีนที่มันเอาปืนจ่อหัวแล้วหยิบมือถือกูไปวิ่งวนซ้ำ ๆ ในหัว สุดท้ายก็ข่มตานอนพร้อมกับเสียงปืนปั้งๆ ดังเป็นระรอกๆ เช้าตื่นมากูยอมทิ้งที่พักที่จ่ายไปแล้วอีกคืนนึงแล้วกลับมานอนในเมือง หาที่พักใกล้ ๆ บ้านประธานาธิบดี เหตุการณ์คืนนั้นตอบคำถามกูได้ครบว่าทำไมทุกตารางเมตรของเม็กซิโก ซิตี้ ต้องมีตำรวจ ทุกตารางเมตรจริงๆ ขนาดร้านขายขนมปังยังต้องมีตำรวจเฝ้า 2 คนหน้าประตู ใครที่คิดจะมาเม็กซิโก กูขอบอกว่าอย่ามั่นใจเท่ากู 1.คนพูดภาษาอังกฤษไม่มีเลย เเม้กระทั่งวัยรุ่นก็พูดไม่ได้ ไม่เหมือนฝรั่งเศส สเปน หรืออิตาลี ที่ถึงแม้คนในประเทศส่วนใหญ่จะพูดไม่ได้ แต่ก็พอหาคนที่พูดได้บ้าง ถ้ามาขอจงเรียนภาษาสเปนพื้นฐาน หรือมากับคนพูดสเปนเป็น ระวังตัว ระวังของมาก ๆ แม้แต่โรงแรมก็ไว้ใจไม่ได้ โรงแรมที่กูอยู่ ไม่ให้กูเอากุญแจห้องของกูเองออกจากโรงแรม บอกว่าถ้าไปข้างนอกต้องทิ้งกุญแจไว้ที่โรงเเรม 

เพื่อความปลอดภัย ณ จุดนั้น ชะนีขี้โมเข้าสิงกูเลย กูด่าไปทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ขู่ว่าจะเขียนรีวิวให้เ-ี้ย ๆ เลย ลงเอยด้วยการที่กูจ่ายตังค์ค่าโรงเเรมแต่ต้องแบกกระเป๋าทุกอย่างออกไปกับกูด้วย เวลาออกไปข้างนอกลำบาก ลำเค็ญขนาดไหน กลับมานอนต้องเลื่อนตู้ไปกั้นประตู กลัวมันจะโมโหที่กูไปขู่มัน แล้วมาทำร้ายกูตอนกูนอน หลอนไปหมด ย้ำอีกทีระวังตัวระวังของมากๆ พยายามอย่าออกไปหาอะไรกินตอนกลางคืน หลีกเลี่ยงร้านอาหารที่ไม่มีคน อย่าวางมือถือของมีค่าไว้บนโต้ะ หรือที่ที่คนเห็นง่ายหยิบง่าย อย่าวางใจ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา แม้แต่ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากเข้ามาปลอบใจมึงพร้อมเสนอว่าเอาน้ำหรือโคล่ามั้ย ประเทศนี้คนเยอะ ความขัดเเย้งเยอะ คนจน คนฆ่ากัน มาเฟีย มันหลายเรื่องมากจนการปล้นจี้กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ตอนนี้ภาพในหัวยังหลอนไม่หาย ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีคนมาเอาปืนจ่อหัวกู ทำตัวไม่ถูกไม่ได้เทรนด์มา กลายเป็นว่ารูปทุกอย่างที่กูถ่ายในทริปนี้ หายไปแบบยังไม่ทันได้โพสต์ กูมาเที่ยวแต่ไม่มีรูป คิดถึงโทรศัพท์มาก ๆ อยู่กับกูยังไม่ถึงครึ่งปีก็โดนลักพาตัวไปอยู่ในตลาดมืดซะแล้ว กูไม่อวยแต่มันถ่ายรูปสวยจริงๆ คมชัด ถ่ายคอนเสิร์ต ถ่ายตอนกลางคืน ภาพคมหมดทุกภาพ ปิดท้ายด้วยการลงรูปเซลฟี่กล้องหน้ารูปสุดท้ายที่ถ่ายจากมือถือกูที่กูไม่มีมันแล้ว ส่งรูปนี้ไปให้พ่อดู 10 นาที ก่อนอีโจรเ-ี้ยจะเข้ามาหากู อยากซื้อเครื่องใหม่รุ่นเดิมก็กลัวภาพหลอน เอาไอโฟน 11 ดีไหม ใครอนาจใจแทนกู สามารถส่งเงินมาสมทบให้กูซื้อเครื่องใหม่ได้ กูรับจริงๆ นะ กูคิดถึงการมีมือถือ กูสงสารตัวเอง